เจาะประเด็น
AI
เมื่อทุกอย่างในที่ทำงานถูกปั่นด้วย AI จนหมดความสนุก
เสียงสะท้อนจากโปรแกรมเมอร์รุ่นใหม่ที่เริ่มตั้งคำถามกับการใช้ชีวิตแบบ Prompt ไปวันๆ
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
เมื่อการทำงานในสายเทคกลายเป็นวงจรอัตโนมัติที่มนุษย์แทบไม่ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์จริง ความสุขในการแก้ปัญหาอาจกำลังหายไปจากออฟฟิศ
พนักงานสายซอฟต์แวร์รุ่นใหม่รายหนึ่งได้ออกมาโพสต์ระบายความในใจลงในเว็บบอร์ด Reddit จนกลายเป็นประเด็นน่าคิดว่าด้วยเรื่องความเบื่อหน่ายในการทำงานยุคปัจจุบัน ที่ไม่ว่าหันไปทางไหนก็เจอแต่ข้อความและโค้ดที่ถูกสร้างขึ้นโดยปัญญาประดิษฐ์ไปเสียหมด
เจ้าของเรื่องเล่าว่าเขาเพิ่งเข้ามาทำงานในสายนี้ได้เพียงไม่กี่ปี ช่วงแรกๆ นั้นโคตรสนุก ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ยังยอมเสียเวลามานั่งงุมงำแกะปัญหาโค้ดที่ยังไม่เข้าใจ หรือชวนเพื่อนร่วมงานมาถกเถียงเรื่องระบบต่างๆ เพราะมันท้าทายและได้ใช้สมองขบคิดจริงๆ แต่พอเวลาผ่านไป ทุกอย่างกลับเปลี่ยนหน้ามือเป็นหลังมือ
ปัจจุบันนี้ การสื่อสารแทบทุกอย่างในที่ทำงานกลายเป็นผลผลิตจาก AI ไปซะแล้ว ตั้งแต่โค้ด เอกสารประกอบระบบ ไปจนถึง requirements และงานออกแบบต่างๆ เวลาเอาปัญหาไปปรึกษาเพื่อนร่วมงาน สิ่งที่ได้กลับมาก็คือการก็อปปี้คำตอบจาก Claude มาแปะส่งต่อให้กันแบบดื้อๆ
ความน่าเบื่อมันทวีความรุนแรงขึ้นไปอีกเมื่อเขาได้รับมอบหมายให้คัดเลือกผู้สมัครงาน รายละเอียดงานก็มาจาก AI เรซูเม่ของผู้สมัครก็สร้างด้วย AI และหัวหน้ายังแนะนำให้เขาใช้ AI ช่วยคิดคำถามสัมภาษณ์อีกที เรียกว่าเป็นลูปปิดของ AI ที่มนุษย์แทบไม่ต้องออกแรงคิดเองเลย
อันที่จริง เจ้าตัวไม่ได้รังเกียจการใช้งาน LLMs เลยแม้แต่น้อย ยอมรับด้วยซ้ำว่ารักมันเลยเวลาที่ต้องเอามาใช้สำรวจเรื่องใหม่ๆ หรือทำโปรโตไทป์ เพราะมันช่วยชีวิตไว้เยอะมากเวลาต้องเริ่มต้นอะไรจากศูนย์
แต่ปัญหาคือ พอมันกลายเป็นงานประจำวัน ทุกอย่างกลับถูกย่อส่วนเหลือแค่การนั่งป้อนคำสั่งหรือ Prompt ไปวันๆ ซึ่งสำหรับคนรักการเขียนโค้ดแล้ว มันหมดความสนุกไปโดยปริยาย
ถึงแม้ในวันหยุดเขาจะยังคงนั่งสำรวจเรื่องเทคโนโลยีใหม่ๆ ด้วยตัวเองเหมือนเดิม เพราะมันยังมีความสุขในการทำความเข้าใจสิ่งต่างๆ อยู่ แต่พลังใจในเวลางานมันลดฮวบลงเรื่อยๆ จนต้องออกมาตั้งกระทู้ถามชาวเน็ตว่ามีใครกำลังรู้สึกแบบเดียวกันบ้างไหม
การโถมใช้ AI ทุกกระบวนการอาจช่วยเพิ่มความเร็วในการทำงาน แต่มันกำลังพรากความหมายและความสุขในการแก้ปัญหาของมนุษย์ไปทีละน้อย ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ที่องค์กรต้องหันมามองข้ามแค่เรื่องความคุ้มค่า
ที่มา: Reddit r/ClaudeAI — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 0
กำลังโหลดความคิดเห็น...