อัปเดต
AI / Pricing
Claude Haiku 5.5 ออกแล้ว ราคาถูกจริง แต่มีกับดักที่ต้องระวัง
Anthropic ลดราคาโมเดลเล็กแบบจัดเต็ม แถมแจกเครดิต API ให้คนที่จ่าย subscription อยู่แล้ว แต่ราคาที่เห็นอาจไม่ใช่ราคาที่จ่ายจริง
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 4 นาที
ราคาที่ถูกกว่าไม่ได้แปลว่าถูกกว่าเสมอ ถ้าตัวหารของมันคือ tokenizer ที่กินเปลืองขึ้น
ตามที่เคยสัญญากันไว้ Anthropic เปิดตัว Claude Haiku 5.5 โมเดลตัวเล็กที่เน้นเร็วและถูกตามคอนเซปต์เดิมของตระกูล Haiku งานนี้ต้องบอกว่าเขามาแก้เกมได้ตรงจุดเลย เพราะ Haiku 4.5 รุ่นก่อนหน้าเริ่มแก่เต็มที ออกมาตั้งแต่ปีที่แล้ว และราคาตอนนั้นคือ 1 ดอลลาร์ต่อล้าน input token กับ 5 ดอลลาร์ต่อล้าน output token ซึ่งแพงอยู่แล้วแม้แต่ตอนนั้น แถมยังแพงกว่า GPT-6 Luna ของ OpenAI ที่ออกเมื่อเดือนที่แล้วถึง 10 เท่า
Haiku 5.5 ตั้งราคาเท่ากับ GPT-6 Luna เป๊ะๆ คือ 0.10 ดอลลาร์ต่อล้าน input และ 0.50 ดอลลาร์ต่อล้าน output สำหรับการใช้งานไม่เกิน 100,000 token แต่ถ้าเกิน 100,000 token ขึ้นไป ราคาจะกระโดดขึ้น 5 เท่าทันทีเป็น 0.50/2.50 ดอลลาร์
ฝั่ง Luna เองก็มีจุดที่ราคาเพิ่มเหมือนกัน แต่เพิ่มที่ 272,000 token และเพิ่มแค่เป็น 0.20/0.75 ดอลลาร์เท่านั้น อันนี้คือจุดที่ต้องคิดหนัก ถ้า workload ของคุณอยู่ในกรอบ 100,000 token Haiku 5.5 ก็ถือว่าคุ้ม เพราะราคาเท่ากันแต่ทำคะแนน benchmark ได้สูงกว่า แต่ถ้าเกิน 100,000 token ขึ้นไป Luna ดูจะเป็นตัวเลือกที่คุ้มกว่าอย่างชัดเจน
แต่เดี๋ยวก่อน มีจุดที่หลายคนอาจมองข้าม Haiku 5.5 ใช้ tokenizer ตัวใหม่ที่กินเปลืองกว่าเดิม เครื่องมือ Claude Token Counter ของ Simon Willison เจ้าของบล็อกต้นทางชี้ว่า prompt ยาวๆ อันเดียวกัน ใช้ token กับ Haiku 5.5 มากกว่า Haiku 4.5 อยู่ราว 1.25 เท่า นั่นหมายความว่ามีการขึ้นราคาแบบแอบแฝงซ่อนอยู่
พูดง่ายๆ คือราคาต่อ token ถูกลงจริง แต่จำนวน token ที่ต้องจ่ายต่อข้อความหนึ่งๆ เพิ่มขึ้น นี่คือท่ายอดฮิตของวงการ AI ที่ชอบปรับราคาหน้าตั๋วให้ดูถูก แต่ไปงัดค่าใช้จ่ายจากหน่วยนับที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยสังเกต
ด้านการใช้งานจริง Simon ทดสอบด้วยคำสั่งให้วาด SVG รูปนกกระทุงขี่จักรยาน ซึ่งกลายเป็น benchmark ฉบับไม่เป็นทางการของวงการไปแล้ว โดยรันผ่าน llm-anthropic ที่เพิ่งอัปเดตให้รองรับโมเดลใหม่โดยไม่ต้องออกปลั๊กอินเวอร์ชันใหม่ทุกครั้งที่ Anthropic ปล่อยโมเดล
จุดที่ต้องรู้คือ Haiku 5.5 ไม่ให้ปิด reasoning แล้ว และตั้งค่า default ไว้ที่ระดับ medium ถ้าตั้ง low จะได้ราคาถูกสุด 0.0936 เซนต์ ใช้เวลา 7 วินาที แต่ถ้าดันไปตั้ง max ก็จะใช้เวลาถึง 5 นาที 9 วินาที และราคาพุ่งไปที่ 3.3826 เซนต์ อันนี้คือสิ่งที่ต้องชั่งน้ำหนักเองระหว่างความเร็วกับคุณภาพ
เทียบกับนกกระทุงที่ได้จาก Haiku 4.5 เมื่อปีที่แล้ว Simon บอกตรงๆ ว่า "ห่วย" ซึ่งก็เป็นการบอกกลายๆ ว่าโมเดลใหม่พัฒนาขึ้นเยอะในเรื่องการวาดภาพ
นอกจาก Haiku 5.5 แล้ว Anthropic ยังประกาศลดราคา cache reads ของ Sonnet 5.5 ลงครึ่งหนึ่ง พร้อมกับเพิ่มเครดิต API ให้กับแผน subscription โดยตรง ซึ่งถือเป็นของแถมที่ใจป้ำกว่าที่คิด
Max 5x
ได้รับเครดิต API 100 ดอลลาร์ต่อเดือน
Max 20x
ได้รับเครดิต API 200 ดอลลาร์ต่อเดือน
Team
ได้รับเครดิตสูงสุด 500 ดอลลาร์ แบบ pool รวมกันทั้งทีม
วิธีเคลมก็ง่ายมาก แค่เข้าไปที่ Settings แล้วเลือก Billing จากนั้นเลือก API organization ที่ต้องการให้ได้เครดิตทุกเดือน จุดที่น่าสนใจคือเครดิต API นี้มีมูล่าตรงกับราคา subscription เป๊ะๆ คือถ้าคุณจ่ายเท่าไหร่ ก็ได้เครดิตกลับไปเท่านั้น ซึ่งทำให้คนที่ subscribe อยู่แล้วสามารถใช้ API ได้ง่ายขึ้นมาก
Anthropic ยังให้ปิด auto-reload ของ API ได้ด้วย ผลคือ "API requests จะหยุดเมื่อยอดเงินหมด" ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณต้องการเป๊ะๆ ถ้าวางแผนจะเผาเครดิต API ให้หมดโดยไม่อยากเจอใบเสร็จผีตอนสิ้นเดือน
อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่า OpenAI ยังได้เปรียบตรงที่ให้ใช้ Codex subscription สำหรับการใช้งาน API ส่วนตัวได้ ซึ่งคิดออกมาแล้วคุ้มกว่าสำหรับคนที่ใช้ API หนักๆ แต่แผนเครดิตใหม่ของ Anthropic ก็ช่วยลดช่องว่างตรงนี้ไปได้พอสมควร
Haiku 5.5 เป็นการกลับมาที่น่าสนใจของ Anthropic ในตลาดโมเดลราคาถูก แต่ใครที่คิดจะย้ายมาเพราะเห็นราคาหน้าตั๋ว ควรลองคำนวณค่าใช้จ่ายจริงด้วย tokenizer ตัวใหม่ก่อน เพราะตัวเลข 0.10 ดอลลาร์ที่โฆษณาไว้อาจไม่ใช่ตัวเลขที่คุณจ่ายจริงในตอนสิ้นเดือน
ที่มา: Simon Willison's Weblog — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 5
กำลังโหลดความคิดเห็น...