เจาะประเด็น
AI / Opinion
LLM ของจริง แต่ AI ที่ถูกขายให้เราเนี่ย ของปลอม
โมเดลภาษาทำงานได้จริง แต่คำว่า AI ที่ถูกยัดใส่ทุกอย่างตั้งแต่เครื่องปิ้งขนมปังถึงปืน เป็นเรื่องที่ต้องตั้งคำถาม
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 5 นาที
คำถามไม่ใช่ว่า LLM ทำงานได้ไหม แต่อยู่ที่ว่าทำไมเราถึงยอมเรียกทุกอย่างที่แปะป้าย AI ว่ามันคือเทคโนโลยีเดียวกัน
เข่าวนี้มาจากบทความของ Cory Doctorow บน Pluralistic ที่หยิบประเด็นที่ผมคิดว่าคนในวงการ tech ควรพูดกันมานานแล้ว แต่ไม่มีใครกล้าพูดตรงๆ — นั่นคือการแยกให้ออกระหว่าง "LLM" กับ "AI" สองคำนี้ถูกใช้ปนกันจนคนทั่วไปเข้าใจผิดไปหมดแล้ว และการปนกันแบบนี้มันไม่ใช่แค่เรื่องเล่นคำ แต่มันส่งผลจริงต่อวิธีที่เราตัดสินใจเรื่องเงิน เรื่องนโยบาย และเรื่องอนาคตของทั้งอุตสาหกรรม ประเด็นของ Doctorow คือแบบนี้ — LLM (Large Language Model) อย่าง GPT, Claude, Gemini มันเป็นของจริง มันทำงานได้ มันมีประโยชน์จริงในหลายงาน แต่มันเป็นเทคโนโลยีที่เฉพาะเจาะจงมาก คือมันทำนายคำถัดไปจากข้อมูลที่ถูกเทรนมา มันไม่ได้ "เข้าใจ" อะไรทั้งนั้น แต่มันก็ทำงานได้ดีพอที่จะมีประโยชน์ในงานบางประเภท ส่วนคำว่า "AI" ที่ถูกใช้ในข่าว ในการตลาด ใน pitch deck ของสตาร์ทอัพ หรือในคำแถลงของบริษัทเทคยักษ์ใหญ่ — อันนั้นมันเป็นคำที่ลอยมาก ไร้ความหมาย ใครจะเอาไปแปะกับอะไรก็ได้ และนั่นแหละคือปัญหา เพราะเมื่อทุกอย่างกลายเป็น AI หมด ทั้งเครื่องซักผ้า ปืน กล้องวงจรปิด ไปจนถึงระบบราชการ คำนี้ก็ไม่เหลือความหมายอะไรอีกต่อไป ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องซีแมนติกส์ แต่จริงๆ แล้วมันมีผลต่อเงินในกระเป๋าเราโดยตรง จำได้ไหมว่าช่วงที่ผ่านมามีบริษัทเทคยักษ์ใหญ่หลายแห่งที่เอา "AI" ไปแปะกับฟีเจอร์เก่าๆ ที่มีอยู่แล้ว แล้วขึ้นราคา หรือไม่ก็อ้างว่ากำลังปฏิวัติวงการ ทั้งที่ของเดิมมันก็ทำงานแบบ rule-based ธรรมดาๆ นี่แหละ ที่แย่กว่านั้นคือ เมื่อ "AI" กลายเป็นคำที่ยืดหยุ่นได้ตามใจชอบ มันก็ง่ายมากที่บริษัทจะใช้คำนี้เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบ หรือเพื่ออ้างว่าสิ่งที่ตัวเองทำเป็นนวัตกรรมใหม่ ทั้งที่จริงๆ อาจจะเป็นแค่การเอาโมเดล LLM ไปครอบทับระบบเดิมที่ไม่ค่อยได้เรื่อง ในทางกลับกัน ฝั่งที่ต่อต้าน AI ก็มีปัญหาแบบเดียวกัน เพราะพอทุกอย่างกลายเป็น "AI" หมด การวิจารณ์ก็เลยกลายเป็นการเหมารวม — คนที่วิจารณ์ว่า LLM ยังมีข้อจำกัดก็เลยดูเหมือนเป็นพวกต่อต้านเทคโนโลยีไปหมด ทั้งที่จริงๆ แล้วการบอกว่า LLM ยังไม่เก่งพอสำหรับงานบางอย่าง กับบอกว่าเทคโนโลยีนี้ควรถูกแบนไปเลย มันคนละเรื่องกันเลย ผมคิดว่าจุดที่ Doctorow พยายามจะสื่อคือ เราต้องเลิกใช้คำว่า AI ในแบบที่มันกำกวมแบบนี้ แล้วกลับไปเรียกของให้ตรงชื่อ — LLM ก็คือ LLM, ระบบแนะนำก็คือระบบแนะนำ, ระบบตรวจจับใบหน้าก็คือระบบตรวจจับใบหน้า พอเราเรียกของตรงชื่อแล้ว มันจะเถียงกันได้ง่ายขึ้น ว่าอันไหนทำงานได้จริง อันไหนทำงานไม่ได้ อันไหนควรจะถูกกำกับดูแล และอันไหนไม่ควร ซึ่งผมเห็นด้วยแบบเต็มๆ นะ การที่ทุกอย่างถูกเรียกว่า AI หมด มันทำให้ทั้งฝั่งเชียร์และฝั่งด่าเถียงกันแบบจับแพะชนแกะ เพราะต่างคนต่างพูดถึงคนละอย่าง แต่ใช้คำเดียวกัน แล้วแบบนี้ใครจะได้ประโยชน์? ก็นายทุนที่ขายของน่ะสิ เพราะเขาสามารถเอาคำว่า AI ไปแปะกับอะไรก็ได้ที่อยากขาย
LLM คือของจริง
โมเดลภาษาขนาดใหญ่ทำงานได้จริง มีประโยชน์จริงในงานเฉพาะทาง แต่มีข้อจำกัดที่ชัดเจนและควรถูกพูดถึงตรงๆ
AI คือคำที่ลอย
ถูกใช้เป็นป้ายการตลาดที่ยืดหยุ่นตามใจ เอาไปแปะได้ทุกอย่าง ตั้งแต่ของจริงจนถึงของที่ไม่มีอะไรใหม่เลย
ผลลัพธ์คือการเถียงกันแบบไร้ทิศทาง
ทั้งฝั่งสนับสนุนและฝั่งวิจารณ์ต่างพูดถึงคนละอย่าง แต่ใช้คำเดียวกัน ทำให้การถกเถียงเรื่องนโยบายและการกำกับดูแลไม่มีประสิทธิภาพ
ถ้าจะคุยกันเรื่องเทคโนโลยีนี้ให้รู้เรื่อง ต้องเลิกเรียกทุกอย่างว่า AI แล้วกลับมาเรียกของให้ตรงชื่อ — ไม่งั้นเราจะเถียงกันไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังเถียงเรื่องอะไรอยู่
ที่มา: Hacker News / Pluralistic — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 4
กำลังโหลดความคิดเห็น...