TechPowerUp 52 วันที่แล้ว general AI Generated

NVIDIA Shuts Down RTX 5000 Power Limit Control OC in Latest Driver Update

เกี่ยวกับ NVIDIA
TechPowerUp 31 Aug 2026
100
0
100
รูปภาพประกอบ
รูปภาพประกอบกระทู้
12 12m



เจาะประเด็น
Hardware / Overclocking


NVIDIA ปิดช่องปรับไฟ RTX 5000 ในไดรเวอร์ใหม่ แฟนโอเวอร์คล็อกเริ่มเดือด



นักโอเวอร์คล็อกที่เพิ่งได้อิสระเพิ่มพลังการ์ดจอกำลังจะหายใจไม่ทั่วท้อง เมื่ออัปเดตล่าสุดดันล็อกความสามารถที่เพิ่งปลดได้ในซอฟต์แวร์ม็อด




ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที



เคยคิดกันไหมว่าการ์ดจอราคาแพงลิบลิ่วที่เราซื้อมา มันยังมีอะไรที่เราควบคุมไม่ได้อีกตั้งเยอะ? และเมื่อมีคนหาทางปลดล็อกได้ ดันถูกปิดหน้าตาเฉยแบบนี้ มันคือกำแพงของเทคโนโลยีหรือกำแพงของผลประโยชน์?




เล่าเรื่องนี้ให้ฟังแบบง่ายๆ เลยนะ เมื่อสัปดาห์ก่อน เราเพิ่งเห็นข่าวดีของคนเล่นฮาร์ดแวร์ตัวจริง ว่าไง mVolt+ เครื่องมือโอเวอร์คล็อกแบบโอเพนซอร์ส สามารถปลดล็อกการควบคุมพลังไฟ (Power Limit) บนการ์ดจอ RTX 5000 series ได้สำเร็จ แถมการ์ดเรือธงอย่าง RTX 5090 ยังดึงไฟเพิ่มได้อีกถึง 125 วัตต์ ซึ่งมันส่งผลให้บูสต์คล็อกทะยานขึ้นไปได้อีกขั้นเลยทีเดียว ฟังดูเป็นข่าวดีใช่มั้ยล่ะ? แต่ช้าก่อน เพราะความสุขมันอยู่ได้ไม่นาน



ปรากฏว่า ไดรเวอร์ล่าสุดเวอร์ชัน 615.56 ซึ่งเพิ่งปล่อยออกมา ได้จัดการปิดฟีเจอร์ควบคุมไฟส่วนนี้ไปแล้วเรียบร้อย ใครที่อัปเดตแล้วลองใส่ค่ากระแสไฟเพิ่มเข้าไป รับรองได้เห็นอะไรชวนตกใจแน่นอน เพราะจอจะดับดำสนิทเหมือนไดรเวอร์คราช งานนี้ชาว Overclock.net ที่ไปเจอปัญหามา ถึงกับต้องมานั่งปวดหัวกันเลยทีเดียว



มุมมอง


ตรงนี้แหละที่น่าสนใจมาก คำถามคือ NVIDIA ตั้งใจบล็อก mVolt+ โดยเฉพาะ หรือว่าแค่ไดรเวอร์ใหม่ยังเข้ากับซอฟต์แวร์ม็อดไม่ได้เฉยๆ? จากรายงานของ Uniko's Hardware บอกว่า Hydra 2.3 เวอร์ชันเบต้ายังสามารถเข้าถึงการปรับไฟบนการ์ด NVIDIA ได้อยู่หลังอัปเดตไดรเวอร์ ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นจริง มันก็ชวนให้คิดหนักเหมือนกันว่า บริษัทเขาจงใจปิดกั้น หรือแค่ดวงซวยที่ mVolt+ ดันไปชนกับไดรเวอร์ใหม่โดยบังเอิญ



“
any attempt to input any extra current results in a black screen, reminiscent of a driver crash


เอาจริงๆ ผมมองว่าประเด็นนี้มันไม่ได้จบแค่ที่ "ซอฟต์แวร์เข้ากันไม่ได้" หรอกนะ เพราะถ้ามองในมุมธุรกิจ NVIDIA เขาไม่ต้องการให้การ์ดระดับล่างๆ วิ่งแรงเท่าการ์ดแพงๆ ของเขาหรอก การปล่อยให้คนปรับไฟกันได้อิสระแบบนี้ มันจะไปทำลายระดับชั้นสินค้าที่เขาจัดวางไว้เป๊ะๆ ใครที่ซื้อ RTX 5070 แล้วปรับไฟจนแรงเท่า 5080 ได้ เขาจะขายของแพงลงได้ยังไง? ว่ามั้ย?



แล้วอีกอย่าง เรื่องการรับประกันก็สำคัญ การที่ซอฟต์แวร์ม็อดไปปรับแกนไฟแรงๆ มันเสี่ยงต่อการทำให้ฮาร์ดแวร์เสียหายได้ และถ้าเสียขึ้นมา NVIDIA ก็ต้องรับผิดชอบค่าเคลม ซึ่งมันคือต้นทุนที่เขาไม่ต้องการเจอแน่นอน การบล็อกไว้แต่ต้นเลยคือทางออกที่ "ปลอดภัย" ที่สุดสำหรับเขา



แต่อย่าเพิ่งถอดใจกันไปทั้งหมด เพราะรายงานบอกว่า Hydra 2.3 เวอร์ชันทดสอบยังพอมีช่องโหว่ให้ลุ้นกันอยู่ ใครที่อยากได้พลังเต็มๆ ก็อาจต้องรอให้เหล่านักพัฒนาหาทางออกกันต่อไป แต่สำหรับคนทั่วไป ผมว่าใจเย็นๆ ไว้ก่อนดีกว่า เพราะการจูนไฟแรงๆ มันก็เสี่ยงจะพังเอาง่ายๆ เหมือนกัน ถ้าไม่รู้จริงอย่าหาทำ




ประเด็นร้อนที่ต้องจับตา

การที่ NVIDIA ออกไดรเวอร์มาแล้วมีผลข้างเคียงแบบนี้ มันสะท้อนว่าเขาจริงจังกับการควบคุมฮาร์ดแวร์ของตัวเองมากแค่ไหน และมันจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามแมวกับหนูระหว่างนักม็อดกับผู้ผลิตหรือไม่


💡

สรุปสั้นๆ ให้ฟังแบบไม่ต้องคิดมาก: ถ้า NVIDIA ไม่ได้ตั้งใจบล็อกจริงๆ ก็ถือว่าโคตรซวย แต่ถ้าเขาจงใจทำ ผมว่ามันคือการคุมกำเนิดเทคโนโลยีของแฟนๆ ที่อยากได้อิสระในการปรับแต่ง ซึ่งสุดท้ายแล้วคนที่ได้ประโยชน์ก็คือเขาคนเดียว ยังไงก็ต้องรอดูว่า Hydra จะเอาอยู่หรือเปล่า แต่ส่วนตัวผมว่าการไล่ล่าความแรงแบบไม่ลิมิตมันก็สนุกดีอยู่หรอก แค่ต้องมีสติกันหน่อยเท่านั้นเอง



ที่มา: TechPowerUp — อ่านต้นฉบับ


#NVIDIA #Overclocking #RTX5000

🔗 อ่านต่อ · สินค้าและคำถามที่เกี่ยวข้อง

สินค้ามาแรงตอนนี้

คนขายของถามบ่อย

ความคิดเห็น 5

กำลังโหลดความคิดเห็น...