มุมมองคนวงใน
AI Tools
เมื่อ AI ทำให้เราเขียนโค้ดได้ไม่หยุดจนสมองพัง
เบื้องหลังความสุขของการปั้นโปรเจกต์พร้อมกันทีละเป็นสิบด้วย Claude Code ที่มาพร้อมอาการเบิร์นเอาต์ขั้นสุดแบบหยุดไม่ได้
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
ความมันส์ของการสั่ง AI รันงานข้ามคืน แลกมาด้วยสมองที่ไม่ได้พักและความเหนื่อยล้าที่โคตรจะคุ้นเคยสำหรับสายโปรแกรมเมอร์
พอเครื่องมือมันทรงพลังเกินเบอร์ ชีวิตคนเขียนโค้ดก็เปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือ จากเดิมที่โปรเจกต์ในฝันกองดองเป็นหางว่าวเพราะเวลาไม่พอ ตอนนี้กลับเสกขึ้นมาได้พร้อมๆ กันเป็นสิบโปรเจกต์โดยแทบไม่ต้องนั่งพิมพ์โค้ดเองสักบรรทัดเดียว
เรื่องราวมันแดงขึ้นมาจากโพสต์ในชุมชนออนไลน์ Reddit เมื่อมีอดีตวิศวกรด้านระบบอัตโนมัติคนหนึ่ง ออกมาแชร์ประสบการณ์ตรงว่าตัวเองกำลังเสพติดการเขียนโค้ดผ่านความรู้สึกแบบ Vibe Coding จนถอนตัวไม่ขึ้น ร่างกายพังเพราะความเหนื่อยล้า แต่ใจมันยังอยากกดรันโปรเจกต์ต่อไม่หยุด
ตั้งแต่เทคโนโลยี AI อย่าง Claude Code โลดแล่นขึ้นมา เจ้าตัวก็ใช้ประโยชน์จากมันเต็มสูบ รันหลายเซสชันพร้อมกันเพื่อออโตเมชันทุกอย่างในชีวิตประจำวัน จนตอนนี้มีโปรเจกต์ใหญ่ระดับหนักหน่วงถึง 5 โปรเจกต์ แถมด้วยโปรเจกต์เล็กๆ อีก 2 ถึง 4 ตัวที่วิ่งอยู่พร้อมกันบนความเร็วระดับ Max 20x
การนั่งแก้ นั่งรีวิว และเติมฟีเจอร์ใหม่ๆ พร้อมกันทุกโปรเจกต์มันโคตรจะน่าตื่นเต้นสำหรับคนที่เคยมีความฝันอยากทำโน่นทำนี่เต็มไปหมด หน้าที่หลักเหลือแค่การตรวจดูผลงาน ไม่ใช่การนั่งแก้โค้ดลายตาเหมือนเมื่อก่อน ซึ่งเอาจริงๆ ถ้ามองย้อนกลับไปสักห้าปีที่แล้ว มันคือเรื่องมหัศจรรย์ที่ไม่มีทางเชื่อว่าจะเกิดขึ้นจริงได้
แต่ความสะใจนี้ก็แลกมาด้วยราคาที่ต้องจ่าย เพราะมันโคตรจะเหนื่อย และอาการเสพติดนี้ทำให้หยุดทำไม่ได้ ทุกคืนก่อนนอนต้องคอยเช็กให้แน่ใจว่าป้อนงานให้ Claude มากพอที่จะรันยาวไปตลอดคืน เพื่อตื่นมาเจออีกหนึ่งบท 1 เฟสใหญ่ของโปรเจกต์ที่เสร็จสมบูรณ์ในยามเช้า
ชีวิตวนลูปอยู่กับการสลับไปสลับมาระหว่างโปรเจกต์ สมองต้องตื่นตัวตลอดเวลาเพื่อทำความเข้าใจโปรเจกต์ให้ทันทีที่ Claude แจ้งเตือนว่ามีปัญหาตรงนั้นตรงนี้ และถามว่าจะให้ทำแบบโน้นแบบนี้ไหม งานของเราคือต้องคิดตามว่าตกลงมันเป็นปัญหาจริงไหม หรือ AI มันมึนตอบผิด เพื่อที่เราจะได้อธิบายความจริงให้มันฟังใหม่
ท้ายที่สุดแล้ว สภาพแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับแค่คนคนเดียว แต่มันสะท้อนภาพจริงของยุคนี้ที่คนสายเทคฯ กำลังเผชิญหน้ากับดาบสองคม เมื่อความเร่งรีบและความสะดวกสบายของ AI ทำให้เราทำงานได้มหาศาล แต่มันก็สูบพลังชีวิตไปพร้อมๆ กันแบบไม่รู้ตัว
เทคโนโลยีทำให้เราเคลียร์งานฝันได้หมดก็จริง แต่ถ้ายังไม่ยอมพัก สมองเรานี่แหละที่จะเป็นระบบแรกที่พังก่อนงานเสร็จ
ที่มา: Reddit r/ClaudeAI — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 0
กำลังโหลดความคิดเห็น...