เจาะประเด็น
AI / Tech Culture
ซีอีโอไอทีคลั่งเขียนแถลงการณ์เรื่อง AI กันหมด—แต่ที่จริงมันคือ "จดหมายรัก" ถึงตัวเองใช่ไหม?
ทุกครั้งที่เปิด LinkedIn เจอแต่ "วิสัยทัศน์" ยาวๆ ของบอสบริษัทเทค เราต้องถามแล้วล่ะว่านี่เขียนเพื่อใครกันแน่
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 4 นาที
เรื่องนี้มันเริ่มน่าเบื่อแล้วจริงๆ นะ พอมีอะไรก็ไม่รู้มาฮิตในวงการเทคจนทุกคนต้องทำตาม—เหมือนยุคที่ทุกสตาร์ทอัปต้องมี "วัฒนธรรมองค์กร" เขียนติดผนัง—ตอนนี้มันถึงคิวของ "แถลงการณ์เรื่อง AI" แล้วไง
สัปดาห์นี้ BBC ลงบทวิเคราะห์ตั้งคำถามว่าทำไมบรรดาซีอีโอและผู้ก่อตั้งบริษัทเทคถึงได้ออกมาเขียน "แถลงการณ์" (manifesto) ยาวเป็นเรี่ยวนเรื่องปัญญาประดิษฐ์กันนัก ทั้งที่เมื่อก่อนพวกนี้แทบไม่เคยออกมาแสดงวิสัยทัศน์อะไรแบบนี้เลย
บอกตรงๆ ว่าผมอ่านบทความนี้แล้วต้องพยักหน้าเป็นจังหวะเดียวกับเพลงที่เปิดอยู่ เพราะมันจับประเด็นที่หลายคนรู้สึกแต่ไม่กล้าพูดออกมาได้เป๊ะมาก—ว่าที่จริงแล้วแถลงการณ์พวกนี้มันไม่ได้เขียนเพื่อ "สื่อสารกับสาธารณะ" หรอก แต่มันคือเครื่องมือประชาสัมพันธ์ส่วนตัวของเหล่าบิ๊กเทคต่างหาก
ย้อนกลับไปไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เราเห็นทั้ง Sam Altman จาก OpenAI, Satya Nadella จาก Microsoft, และอีกหลายคนออกมาเขียนบทความยาวๆ เกี่ยวกับ "ยุคของ AI" ซึ่งทุกบทความมีโครงสร้างคล้ายกันจนน่าสงสัย: เริ่มจากความยิ่งใหญ่ของเทคโนโลยีนี้ → ยอมรับว่ามีความเสี่ยง → บอกว่าทางออกคือการที่ทุกคนต้อง "ร่วมมือกัน" → ปิดท้ายด้วยคำสัญญาว่าบริษัทตัวเองจะทำทุกอย่างเพื่อมนุษยชาติ
ฟังดูคุ้นใช่ไหม? เพราะมันคือสูตรสำเร็จของการเขียน "วิสัยทัศน์" แบบเดียวกับที่พวกเขาส่งให้นักลงทุนในรอบ fundraising นั่นแหละ เพียงแต่เปลี่ยนจากสไลด์ PowerPoint เป็นบทความในเว็บไซต์บริษัทเท่านั้นเอง
ทีนี้คำถามคือ—มันมีปัญหาตรงไหน? ผมจะบอกให้ฟัง ปัญหามันอยู่ที่ "ความจริงใจ" ไง
ลองคิดตามนะ ถ้าซีอีโอคนหนึ่งเขียนแถลงการณ์ว่า AI จะเปลี่ยนโลกและทุกคนต้องเตรียมตัว—แต่บริษัทของเขาเองก็กำลังเลย์ออฟพนักงานเพื่อเอาเงินไปลงทุนกับ AI เพิ่ม—แบบนี้มันก็เหมือนกับที่เจ้าของร้านอาหารเขียนบล็อกเรื่อง "ความสำคัญของสุขภาพที่ดี" ทั้งที่เมนูเด็ดของร้านคือของทอดมันๆ น่ะแหละ
สิ่งที่ BBC ชี้ให้เห็นและผมเห็นด้วยสุดๆ คือแถลงการณ์เหล่านี้มันกลายเป็น "พิธีกรรม" (ritual) ไปแล้ว—คือถ้าใครเป็นซีอีโอบริษัทเทคแล้วไม่ออกมาเขียนอะไรแบบนี้สักที ก็จะดูเหมือนว่าบริษัทนั้น "ไม่มีวิสัยทัศน์" ทั้งที่จริงๆ แล้วการทำงานเงียบๆ แล้วปล่อยให้ผลงานพิสูจน์ตัวเองน่าจะมีค่ามากกว่าการเขียนเรียงความยาวๆ ซะอีก
อีกประเด็นที่บทความนี้พูดถึงแล้วผมว่าน่าสนใจมากคือเรื่อง "ผู้รับสาร" ของแถลงการณ์เหล่านี้—มันไม่ได้เขียนให้คนทั่วไปอ่าน แต่เขียนให้คนสามกลุ่มดู: นักลงทุน (ให้เห็นว่าเราจริงจังกับ AI), พนักงาน (ให้เห็นว่าเรามีทิศทางชัดเจน), และนักข่าว (ให้เอาไปอ้างอิงเวลาสัมภาษณ์)
มันเลยกลายเป็นเกมการตลาดที่ทุกคนเล่นกันหมด ไม่มีใครอยากถูกมองว่าตกยุค ดังนั้นแม้แต่บริษัทที่ทำ AI แค่ผิวเผินก็ต้องออกมาโชว์วิสัยทัศน์ให้ทันเพื่อน ทั้งที่จริงๆ แล้วสิ่งที่บริษัทพวกนั้นทำคือเอา ChatGPT ไปใส่ในแอปแล้วเรียกว่านวัตกรรม—ก็เท่านั้น
ผมไม่ได้บอกว่าแถลงการณ์ทุกอันไร้ค่าหรอกนะ บางอันก็มีเนื้อหาดีและตั้งคำถามสำคัญๆ เรื่องจริยธรรม AI ได้จริง แต่ปัญหาคือมันกลายเป็น "สินค้า" มากกว่า "สาร"—คือผู้คนตัดสินจากความยาวและความดังของชื่อคนเขียนมากกว่าคุณภาพของเนื้อหา
สุดท้ายนี้ ผมว่าสิ่งที่ BBC สื่อออกมาค่อนข้างชัด: เรากำลังอยู่ในยุคที่ "การพูดถึง AI" สำคัญกว่า "การทำ AI" และนั่นเป็นสัญญาณที่ไม่ดีนักสำหรับวงการที่ควรให้คุณค่ากับผลงานจริงมากกว่าคำสวยหรู
ฟังนะ บอสเทคทุกคน—ถ้าอยากให้คนเชื่อในวิสัยทัศน์ของคุณจริงๆ ลองลดปริมาณแถลงการณ์ลงครึ่งหนึ่ง แล้วเอาเวลาที่เหลือไปทำสิ่งที่พูดให้มันเกิดผลจริงดูบ้าง โลกนี้ต้องการ "ตัวจริง" มากกว่า "นักเขียนบทความ" ครับ
ที่มา: BBC News — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 6
กำลังโหลดความคิดเห็น...