พรีวิวเกม
Gaming / PS5
ผมไม่เคยอินกับวูล์ฟเวอรีนเลยสักครั้ง แต่เกม PS5 เกมนี้ทำให้ผมเปลี่ยนใจ
เกมเลือดสาดที่อาจไม่ได้มีดีแค่ความโหด แต่คือการเล่าเรื่องที่ทำให้ "โลแกน" เป็นมนุษย์ขึ้นมา
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 6 นาที
บอกตามตรงนะ ตอนที่รู้ว่าจะได้ลองเดโม Marvel's Wolverine บน PS5 สิ่งเดียวที่ผมอยากลองจริงๆ คือระบบต่อสู้ที่มันโหดๆ เลือดสาดๆ ฟันแหลกสับเปื่อยแบบไม่ต้องไว้หน้าใคร และมันก็โหดสมใจอยากจริงๆ ครับ แบบว่าสนุกจนลืมหายใจ แต่สิ่งที่ทำให้ผมเซอร์ไพรส์ไม่ใช่ความมันส์ของการสับปีศาจ แต่คือการที่หลังจากเล่นไปสองชั่วโมงเศษๆ ผมดันรู้สึกผูกพันกับตัวละครที่ชื่อ "โลแกน" ทั้งที่ก่อนหน้านี้ชีวิตนี้ไม่เคยแคร์เขามาก่อนเลยแม้แต่นิดเดียว
ฟังดูเว่อร์ใช่มั้ย? ผมก็รู้สึกแบบนั้นแหละ แต่มันคือเรื่องจริง — เดโมนี้เปลี่ยนมุมมองของผมที่มีต่อตัวละครกลายพันธุ์กรงเล็บเหล็กไปตลอดกาล มันไม่ได้มาขายแค่ความมันส์แบบ " Hack and Slash" ธรรมดา แต่มันสร้างตัวละครที่มีมิติ มีปม มีความเจ็บปวดที่คุณสัมผัสได้ และนั่นแหละคือจุดขายที่แท้จริงของเกมนี้
ปกติแล้วเกมแนวซูเปอร์ฮีโร่มักจะล้มเหลวในการทำให้เรารู้สึก "อิน" กับตัวละคร เพราะมันโฟกัสไปที่พลังและฉากบู๊มากเกินไปจนลืมไปว่าคนเราจะรักตัวละครได้ต้องรักที่ "ความเป็นคน" ของมันก่อน แต่ Insomniac Games (สตูดิโอที่ทำ Spider-Man ภาค PS4) ดูเหมือนจะเข้าใจสูตรลับนี้เป็นอย่างดี
ข่าวนี้มาจากพรีวิวภาคสนามของ The Verge ที่ได้ไปลองเล่นเดโมจริงๆ นานเกือบสองชั่วโมงเต็ม ซึ่งถือว่าเป็นการเปิดตัวรอบแรกๆ ของเกมที่แฟนๆ รอคอยมานานนับสิบปี วูล์ฟเวอรีนเป็นตัวละครที่ค่อนข้างมีปัญหากับการสร้างเป็นเกมเดี่ยวๆ มาหลายยุค เพราะสไตล์การต่อสู้ของเขาเป็นพวกรุนแรง ดิบเถื่อน ไม่เหมือนสไปเดอร์แมนที่ยิงใยปีนตึกได้สวยงาม แต่ Insomniac เลือกที่จะโอบกอดความดิบเถื่อนนั้นแล้วยกระดับมันขึ้นมาเป็นตัวตนของเกม
ระบบการต่อสู้ที่เห็นในเดโมคือ "ความโหด" ถูกออกแบบมาให้เป็นหัวใจหลัก มีทั้งการฟันแหลก การแทงทะลุ และการปัดป้อง (parry) ที่ต้องจังหวะเป๊ะๆ ซึ่งมันให้ความรู้สึกพึงพอใจแบบดิบๆ ที่หาไม่ได้จากเกมฮีโร่เกมอื่น ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบความมันส์แบบ God of War ผมว่าเกมนี้จะถูกปากคุณมากๆ
แต่สิ่งที่ The Verge พูดถึงและทำให้ผมสนใจไม่ใช่แค่การต่อสู้ แต่เป็น "เสน่ห์" ของตัวละครโลแกนในเกมนี้ ที่แม้แต่คนที่ไม่เคยอ่านการ์ตูนหรือดูหนัง X-Men มาก่อนอย่างผู้เขียนบทความก็ยังรู้สึกเอ็นดูเขาได้ มันคือการเขียนบทที่ทำให้ตัวละครเลือดเย็นกลายเป็นคนที่มีอารมณ์ขันแบบแห้งๆ มีความอ่อนแอซ่อนอยู่หลังความแกร่ง นี่แหละคือสิ่งที่เกมภาคก่อนๆ ของ Marvel ทำพลาดมาตลอด
ผมว่าเกมนี้กำลังจะมาเปลี่ยนโฉมหน้าวงการเกมซูเปอร์ฮีโร่เลยแหละ เพราะมันพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า "ความรุนแรง" ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เกมดูไม่เป็นผู้ใหญ่ แต่การเล่าเรื่องที่จริงใจต่างหากที่ทำให้เกมเป็นผู้ใหญ่ หลายเกมเข้าใจผิดคิดว่าใส่เลือดใส่เนื้อเยอะๆ แล้วจะดูโหด เข้มข้น แต่จริงๆ แล้วมันแค่ดูงั้นๆ ถ้าไม่มีอารมณ์ร่วมของตัวละครรองรับ
อีกอย่างที่ผมชอบคือการที่ Insomniac กล้าเสี่ยง ไม่ทำตามสูตรสำเร็จของเกม Marvel ที่ผ่านมา พวกเขาไม่กลัวที่จะทำให้พระเอกดูเละเทะ ดูบ้าคลั่ง และดู "ไม่ใช่ฮีโร่" ในสายตาคนทั่วไป ซึ่งนี่คือสิ่งที่ทำให้ตัวละครนี้มีตัวตนจริงๆ ในโลกที่เต็มไปด้วยฮีโร่จืดชืดหน้าตาดี
แน่นอนว่านี่ยังเป็นแค่เดโม และเกมเต็มอาจมีปัญหาเรื่องความซ้ำซากของระบบต่อสู้หรือ pacing ของเนื้อเรื่องที่ผิดพลาดได้ แต่จากสิ่งที่เห็นในตอนนี้ มันคือแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์สำหรับแฟนๆ ที่รอคอยเกม Wolverine ที่ดีๆ มานานเกินไป และสำหรับคนที่ไม่ใช่แฟนมาก่อนอย่างผม มันคือเกมที่ทำให้ผมอยากรู้ว่าโลแกนจะเจออะไรอีกบ้าง
เกมนี้คือบทพิสูจน์ว่า "ตัวละคร" สำคัญกว่า "พลัง" เสมอ ถ้า Insomniac ทำแบบนี้ได้ทั้งเกม นี่จะไม่ใช่แค่เกม Marvel ที่ดีที่สุด แต่คือเกมแอ็กชันที่ดีที่สุดยุคนี้ และผมจะต้องเป็นคนแรกที่ยืนเข้าคิวซื้อมัน
ที่มา: The Verge — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 5
กำลังโหลดความคิดเห็น...