เจาะประเด็น
EV / Auto
เบนท์ลีย์เปิดทางเลือกใหม่: รถหรูไฟฟ้าที่แกล้งทำเสียง V8 — ฟังดูหลอกตัวเอง แต่ตลาดอาจชอบ
รถหรูระดับท็อปต้องมีเสียงเครื่องยนต์คำรามเพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองเป็น "รถแรง" จริงหรือ? เบนท์ลีย์กำลังจะตอบคำถามนี้ด้วย Torcal สุดหรูไฟฟ้าล้วน
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
ยุคที่เสียงเครื่องยนต์เป็นตัวชี้วัดความแรงอาจกำลังจะจบลง แต่ทำไมแบรนด์รถหรูอย่างเบนท์ลีย์ถึงยังไม่กล้าตัดเชือกขาดจากอดีต?
เวลาพูดถึงรถยนต์ไฟฟ้าระดับลักชัวรี มันแทบจะเป็นสูตรสำเร็จที่ใครๆ ก็รู้กันอยู่แล้ว: แรงม้าฉุดไม่อยู่, นั่งเงียบกริบ, เร่งแซงได้อย่างหน้าไม่อาย นี่แหละคือเหตุผลที่ตลาดรถหรูระดับท็อปแทบจะเทใจให้พลังไฟฟ้ากันหมด — รอลส์-รอยซ์มี Spectre, คาดิลแลคมี Celestiq ที่ออปชันสั่งได้ถึงขั้นไร้สาระ, และเมอร์เซเดสก็จัดเต็มให้ EQS ในเวอร์ชันเมย์บัค แต่คำถามที่ทุกคนรอคำตอบคือ เบนท์ลีย์จะเอาอะไรมาเล่น?
คำตอบของพวกเขาคือ Torcal รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกของแบรนด์จากเครือโฟล์คสวาเกน ที่เพิ่งถูกเปิดตัวพร้อมแนวคิดที่โคตรจะขัดแย้งในตัวเอง: รถไฟฟ้าแท้ๆ แต่มีระบบจำลองเสียงเครื่องยนต์ V8 ให้เลือกเปิดใช้ได้ นี่มันเหมือนเอาซอสต์โกกีราดลงบนสเต๊กญี่ปุ่นวากิว — รสนิยมดีแต่ดันทำอะไรที่ไม่จำเป็นติดมาด้วย
ฟังดูไม่เมคเซนส์ใช่ไหม? รถหรูไฟฟ้าที่ขายจุดขายเรื่องความเงียบและนุ่มนวล แต่กลับมีตัวเลือกให้คนขับเปิดเสียงเครื่องยนต์สันดาปปลอมๆ ฟังดูเป็นความพยายามที่จะประคับประคองความรู้สึกของลูกค้าสายอนุรักษ์นิยมที่ยังคิดว่า "รถสปอร์ตต้องมีเสียงคำราม" — พวกที่ฟังเสียง V8 แล้วรู้สึกว่าตัวเองประสบความสำเร็จในชีวิต แต่ลืมไปว่าเสียงนั้นมันจะไม่มีวันเกิดขึ้นจริงบนรถคันนี้ ไม่ว่ายังไงก็ตาม
เบนท์ลีย์ไม่ได้มองว่าเรื่องนี้เป็นแค่ลูกเล่น แต่พวกเขามองว่ามันคือ "การสร้างสมดุลระหว่างความแท้จริงกับความคุ้นเคย" คือพยายามรักษา DNA ของแบรนด์ที่คนรุ่นเก่ารักไว้ ขณะเดียวกันก็ต้องดึงดูดคนรุ่นใหม่ที่พร้อมจะก้าวเข้าสู่ยุคไฟฟ้าเต็มตัว การใส่เสียง V8 ปลอมๆ เข้าไปก็เพื่อให้คนที่เคยขับรถเบนท์ลีย์เครื่องยนต์สันดาปรู้สึกว่ายังได้ "ประสบการณ์เดิม" อยู่ แม้ใต้ฝากระโปรงจะเป็นเพียงแบตเตอรี่และมอเตอร์ไฟฟ้าก็ตาม
แต่นี่มันคือ "ความแท้จริง" ที่พวกเขาพูดถึงจริงหรือ? การปลอมเสียงเครื่องยนต์ที่ไม่มีอยู่จริง มันเหมือนการเอารูปอดีตแฟนมาใส่กรอบไว้บนโต๊ะทำงาน ทั้งที่คุณแต่งงานใหม่ไปแล้ว — ดูดีก็จริง แต่สุดท้ายมันคือการไม่ปล่อยวาง และผมว่ามันจะกลายเป็นปมที่ทำให้รถรุ่นนี้ดูไม่กล้าตัดสินใจซักที
ผมเข้าใจเหตุผลทางธุรกิจนะ การเปลี่ยนผ่านสู่ไฟฟ้าของแบรนด์หรูไม่เหมือนรถบ้านๆ ที่ซื้อเพราะความประหยัด ลูกค้ากลุ่มนี้ซื้อด้วยอารมณ์และความทรงจำ เสียงเครื่องยนต์คือส่วนหนึ่งของ "ตัวตน" ที่พวกเขาจ่ายเงินซื้อ และการตัดมันทิ้งไปเลยก็เท่ากับตัดสะพานเชื่อมกับความรู้สึกเดิมๆ ที่สั่งสมมานานหลายสิบปี
แต่การยัดเสียง V8 ปลอมๆ เข้าไปในรถไฟฟ้า มันก็เหมือนการเอาเพลงเทปคาสเซ็ตมาเปิดในรถที่ไม่มีเครื่องเล่นเทป — มันไม่เข้ากันตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ยิ่งพยายามทำให้มันเข้ากันเท่าไหร่ ยิ่งดูประดักประเดิดเท่านั้น บางทีการยอมรับว่ายุคใหม่ต้องมีเสียงแบบใหม่ อาจจะดีกว่าการพยายามหวนคิดถึงอดีตที่ไม่มีวันหวนคืน
คำถามคือ ลูกค้าเบนท์ลีย์จะคิดเหมือนผมไหม? หรือพวกเขาจะชอบใจที่ได้ยินเสียง V8 คำรามตอนเหยียบคันเร่ง แม้จะรู้ดีว่ามันคือการจำลองจากลำโพงก็ตาม ถ้าตลาดตอบรับ นั่นก็แปลว่าผมคิดผิด และเบนท์ลีย์ก็เก่งกว่าที่ผมคิด แต่ถ้ามันกลายเป็นจุดที่ถูกวิจารณ์หนักสุดของรถรุ่นนี้ละก็... ผมว่าเขาน่าจะเก็บฟีเจอร์นี้ไว้ในลิสต์ "สิ่งที่เราคิดว่าดีแต่ไม่ควรทำ" ได้เลย
Torcal คือรถไฟฟ้าที่ดีอีกรุ่นหนึ่งของตลาดหรูอย่างไม่ต้องสงสัย แต่การที่เบนท์ลีย์ยังต้องพึ่งเสียง V8 ปลอมๆ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ตัวเอง มันคือสัญญาณว่าแบรนด์ยังไม่พร้อมจะปล่อยมือจากอดีต และนั่นอาจเป็นจุดอ่อนที่ใหญ่กว่าตัวรถเสียอีก — บางครั้งการบอกลาเสียงเครื่องยนต์อย่างสง่างาม ก็เป็นความหรูหราที่แท้จริงที่สุดรูปแบบหนึ่ง
ที่มา: The Verge — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 4
กำลังโหลดความคิดเห็น...