เจาะประเด็น
GPU / Pricing
การ์ดจอแพงเกินจริงไปแล้ว และ RTX 5090 คือตัวที่ห่วยที่สุดในเรื่องนี้
ราคาเฉลี่ยการ์ดจอทั่วโลกสูงกว่า MSRP เกือบ 30% แต่ RTX 5090 ทุบสถิติบ้าด้วยการบวกเพิ่มเกิน 136% — นี่ไม่ใช่เรื่องปกติอีกต่อไป
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 4 นาที
ถ้าคุณคิดว่าราคาการ์ดจอตอนนี้แพงแล้ว ลองเดาว่าอีก 2 ปีข้างหน้าเราจะต้องจ่ายเท่าไหร่เพื่อเล่นเกมที่ความละเอียด 4K
เพื่อนๆ ครับ ถ้าช่วงนี้ใครกำลังเล็งการ์ดจอใหม่อยู่แล้วรู้สึกว่า "ทำไมมันแพงจังวะ" ขอบอกว่าความรู้สึกคุณไม่ได้ผิดไปคนเดียว เพราะข้อมูลล่าสุดจาก TechSpot ที่ไล่เก็บราคาจริงจาก 10 ประเทศทั่วโลก พบว่าราคาเฉลี่ยของการ์ดจอรุ่นปัจจุบันนั้นสูงกว่าราคาเปิดตัว (MSRP) ไปแล้วประมาณ 28% ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องเล็กๆ อีกต่อไป
แต่จุดที่น่าสนใจที่สุดไม่ใช่ค่าเฉลี่ยหรอกนะ เพราะถ้าแยกดูเป็นรุ่นๆ แล้วจะเห็นโจรชัดๆ ตัวหนึ่งคือ RTX 5090 เรือธงตัวใหม่ของ NVIDIA ที่ราคาจริงในตลาดตอนนี้สูงกว่าราคาเปิดตัวไปแล้วถึง 136% ฟังดูไม่น่าเชื่อแต่ข้อมูลมันชัดขนาดนั้น ลองคิดดูว่า MSRP ของมันอยู่ที่ 1,999 เหรียญ แต่ราคาจริงที่คนต้องจ่ายเพื่อให้ได้การ์ดสักใบในหลายประเทศนั้นพุ่งไปเกือบ 5,000 เหรียญแล้ว
ข้อมูลนี้มาจากการติดตามราคาของ TechSpot ใน 10 ประเทศ ซึ่งรวมถึงสหรัฐฯ อังกฤษ เยอรมนี ญี่ปุ่น และอื่นๆ โดยไม่ได้เก็บแค่หน้าร้านค้าออนไลน์รายใหญ่ แต่รวมถึงตลาดเทาและผู้ขายอิสระด้วย ทำให้ตัวเลขที่ออกมานั้นค่อนข้างสะท้อนความเป็นจริงที่ผู้บริโภคต้องเผชิญ ไม่ใช่แค่ตัวเลขสวยหรูบนสไลด์ของ NVIDIA
และที่สำคัญคือ สถานการณ์แบบนี้ไม่ได้เกิดกับแค่ RTX 5090 รุ่นเดียว แต่การ์ดจอทุกรุ่นในซีรีส์ RTX 50 ต่างก็มีราคาเหนือ MSRP กันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น RTX 5080 ที่บวกเพิ่มมา 44% หรือ RTX 5070 Ti ที่บวกมา 42% แต่ไม่มีตัวไหนที่บ้าเท่า 5090 อยู่ดี
ทีนี้มาพูดกันตรงๆ ครับ ผมมองว่าปัญหานี้ไม่ได้เกิดจาก "การขาดแคลนชิป" หรือ "ความต้องการสูงล้น" แบบที่หลายคนชอบอ้างกันแล้ว แต่มันคือโครงสร้างราคาใหม่ที่ NVIDIA และพาร์ทเนอร์ตั้งใจสร้างขึ้นมาให้คนยอมจ่ายแพงขึ้นเรื่อยๆ โดยธรรมชาติของตลาดการ์ดจอในยุคก่อนนั้น ราคาจะค่อยๆ ลดลงหลังจากเปิดตัวได้สักพัก แต่ตอนนี้กลับตรงกันข้าม ยิ่งเวลาผ่านไปราคายิ่งสูงขึ้น
อีกประเด็นที่ผมอยากชี้ให้เห็นคือเรื่องของช่องว่างระหว่างประเทศ เพราะการติดตามราคาใน 10 ประเทศนี้แสดงให้เห็นว่าคนที่อยู่ในประเทศที่เงินอ่อนค่าหรือมีภาษีนำเข้าสูงนั้นต้องแบกรับภาระหนักกว่าใครเพื่อน ซึ่งตรงนี้แหละที่มันไม่ยุติธรรม เพราะราคา MSRP ที่ NVIDIA ประกาศออกมานั้นแทบจะไม่มีความหมายอะไรเลยสำหรับคนครึ่งโลกที่ต้องจ่ายจริงสูงกว่าหลายเท่า
สาเหตุหลักที่ราคาบวม
พ่อค้าคนกลางและร้านค้าปลีกกักตุนสต็อกเพื่อรอขายราคาสูง ขณะที่ NVIDIA เองก็ไม่ค่อยมีมาตรการควบคุมราคาตลาดเท่าไหร่นัก
ผลกระทบต่อผู้บริโภค
คนที่อยากได้การ์ดจอใหม่เพื่อทำงานหรือเล่นเกมต้องจ่ายแพงขึ้นมาก ขณะที่การ์ดรุ่นเก่าก็ไม่ได้ลดราคาลงตามที่ควรจะเป็น เพราะผู้ขายเทียบราคากับรุ่นใหม่ที่แพงกว่า
แนวโน้มในอนาคต
ถ้าสถานการณ์ยังเป็นแบบนี้ต่อไป การเปิดตัวการ์ดจอรุ่นใหม่ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ราคาจริงอาจสูงกว่า MSRP ไปถึง 50-60% ตั้งแต่ช่วงแรกๆ ที่วางขายเลย
สิ่งที่ผมอยากฝากไว้คือ อย่าเพิ่งรีบร้อนอัปเกรดการ์ดจอตอนนี้ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ เพราะการจ่ายแพงเกิน MSRP ไป 30-100% นั้นไม่คุ้มค่ากับสเปกที่เพิ่มขึ้นมาเล็กน้อยในแต่ละรุ่น ถ้าคุณมีการ์ดจอรุ่นก่อนหน้าอยู่แล้ว รออีกสัก 6 เดือนให้ตลาดปรับตัวอาจจะดีกว่า
สรุปสั้นๆ คือ ตลาดการ์ดจอตอนนี้ไม่เป็นมิตรกับผู้ซื้อเลย และ RTX 5090 ก็เป็นตัวอย่างที่แย่ที่สุดของความโลภในห่วงโซ่อุปทาน ถ้าคุณยังใช้การ์ดเดิมได้ก็ใช้ไปก่อน เพราะการจ่ายแพงเกินควรตอนนี้เท่ากับคุณกำลังสนับสนุนพฤติกรรมแบบนี้ให้คงอยู่ต่อไป
ที่มา: Reddit r/hardware — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 4
กำลังโหลดความคิดเห็น...