เจาะประเด็น
Hardware / Pricing
ราคาแรมทะลุเพดาน โก่งขึ้นเกือบ 500% ในปีเดียว — นี่ไม่ใช่ฟองสบู่ แต่คือหายนะของคนอยากอัปเกรด
ชุด DDR5 ราคาพุ่งจาก 222 เหรียญเป็น 1,272 เหรียญในเวลาแค่ 12 เดือน — ถ้าคุณรอ "ราคาลงก่อนค่อยซื้อ" ขอบอกเลยว่าคงต้องรออีกยาว
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 4 นาที
คำถามคือไม่ใช่ "จะซื้อตอนไหน" แต่คือ "ทำไมราคามันถึงได้บ้าแบบนี้" — แล้วใครกันที่ได้ประโยชน์จากความบ้าครั้งนี้
เราคุยกันตรงๆ เลยนะ — ถ้าคุณกำลังวางแผนจะประกอบเครื่องใหม่หรืออัปเกรดแรมในตอนนี้ ผมแนะนำให้คุณนั่งลงก่อน แล้วค่อยหายใจลึกๆ เพราะตัวเลขที่กำลังจะพูดถึงมันโหดร้ายกว่าที่คิดเยอะ
ข้อมูลจาก PCPartPicker ระบุว่าราคาแรม DDR5 ในเดือนสิงหาคมปีนี้แพงขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนตั้งแต่ 372% ไปจนถึง 485% เลยทีเดียว ลองคิดดูนะครับ — ชุด 2x16GB ความเร็ว 4,800MT/s ที่เคยเป็นตัวเลือกยอดนิยมตอนนี้ขึ้นไป 372% ส่วนชุด 2x32GB ที่ 5,600MT/s ทะยานไป 485% มันไม่ใช่การขึ้นราคาปกติแบบที่เราเคยเห็นตอนตลาดผันผวน นี่มันคือการเหวี่ยงตัวเลขที่ทำให้คนที่ซื้อแรมเมื่อปีที่แล้วรู้สึกเหมือนตัวเองทำกำไรจากหุ้น
แต่ตัวอย่างที่โหดร้ายที่สุดคือชุด 64GB ความเร็ว 6,000MT/s ที่เคยขายอยู่ที่ 222 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 7,500 บาทบ้านเรา ตอนนี้ราคาพุ่งไปที่ 1,272 เหรียญฯ หรือเกือบ 43,000 บาท ฟังดูแล้วอาจจะไม่เห็นภาพเท่าไหร่ แต่ขอเล่าแบบนี้ — งบประมาณ 1,272 เหรียญนี่คืองบทั้งเครื่องสำหรับการประกอบพีซีเกมมิ่งระดับไฮเอนด์เมื่อปีที่แล้วได้สบายๆ รวมการ์ดจอด้วยนะเว้ย นี่มันบ้าไปแล้วจริงๆ
สาเหตุหลักที่ทุกคนรู้กันดีคือการที่ผู้ผลิตแรมรายใหญ่ทั้งสามเจ้า — Samsung, SK Hynix และ Micron — ต่างหันไปทุ่มกำลังการผลิตให้กับ HBM (High Bandwidth Memory) ที่ใช้ในงาน AI กันหมด เพราะมันให้มาร์จิ้นที่สูงกว่ามากเมื่อเทียบกับ DRAM ทั่วไป ผลที่ตามมาคือกำลังการผลิต DDR4 และ DDR5 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อุปทานน้อยลง แต่ดีมานด์จากฝั่งคอนซูเมอร์ยังเท่าเดิมหรือมากขึ้นด้วยซ้ำ ราคาก็เลยพุ่งปรี๊ดแบบที่เห็น
นี่ไม่ใช่การขาดแคลนชั่วคราวแบบที่เราเคยเห็นตอนช่วงโควิดที่ราคาพุ่งแล้วก็ดิ่งกลับมา เพราะครั้งนี้โครงสร้างการผลิตมันเปลี่ยนไปจริงๆ บริษัทผู้ผลิตไม่ได้ "ตั้งใจ" จะผลิตแรมคอนซูเมอร์เยอะๆ เหมือนเดิมแล้ว พวกเขามองว่าการผลิต HBM ให้กับบริษัท AI ยักษ์ใหญ่ได้กำไรดีกว่าการขายแรมให้คนเล่นเกมทั่วไปหลายเท่าตัว ดังนั้นต่อให้ราคา DDR5 จะแพงขึ้นอีกเท่าตัว พวกเขาก็คงไม่หันกลับมาผลิตเพิ่มหรอก
แล้วทีนี้คนที่ยังใช้ DDR4 ล่ะ? ก็ไม่ได้หนีรอดไปได้นะครับ แม้ตัวเลขจะดูน้อยกว่า แต่ก็ยังแพงขึ้น 120-177% ซึ่งถือว่าไม่ธรรมดาเลย โดยเฉพาะคนที่ใช้บอร์ดรุ่นเก่าอยู่แล้ว การอัปเกรดแรมตอนนี้คือการจ่ายแพงเพื่อของที่เทคโนโลยีจะถูกแทนที่ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า แถมราคาค่าไฟที่บ้านเราก็ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ อีกต่างหาก
สิ่งที่น่ากังวลไปกว่านั้นคือข้อมูลจาก PCPartPicker เก็บแค่ราคาในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น แต่เว็บไซต์ ComputerBase ของเยอรมันรายงานว่าราคาในยูโรโซนพุ่งขึ้น 345% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งสูงกว่าทุกสถิติที่เคยบันทึกมา แปลว่าสถานการณ์ในบ้านเราหรือในเอเชียอาจจะเลวร้ายพอๆ กันหรือแย่กว่านั้นด้วยซ้ำ เพราะเราต้องเจอทั้งค่าขนส่งและภาษีนำเข้า
สำหรับคนที่คิดว่า "รอไปก่อน เดี๋ยวราคามันต้องลง" — ผมขอพูดตรงๆ ว่าความหวังนั้นริบหรี่มาก เพราะแนวโน้มตอนนี้คือราคาจะสูงขึ้นไปอีกเรื่อยๆ จนกว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นการกลับมาผลิต DRAM เพิ่ม หรือการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ที่ทำให้ต้นทุนการผลิตลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งทั้งสองอย่างไม่น่าจะเกิดขึ้นในระยะเวลาอันสั้น
ใครได้ประโยชน์จากราคาแรมพุ่งครั้งนี้?
บริษัทผู้ผลิตแรมโดยตรง และนักลงทุนที่ถือหุ้นบริษัทเหล่านี้ เพราะกำไรจะทะยานตามราคา ส่วนคนที่เสียหายคือผู้บริโภคทั่วไปและแบรนด์พีซีสำเร็จรูปที่ต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้น
ใครเสียหายหนักที่สุด?
คนที่กำลังจะประกอบเครื่องใหม่โดยเฉพาะเกมเมอร์และครีเอเตอร์ที่ต้องใช้แรมเยอะๆ รวมถึงตลาดพีซีมือสองที่ราคาจะผันผวนตามไปด้วย
ถ้าถามผมว่าควรทำยังไงตอนนี้ — ถ้าคุณมีแรมเพียงพอต่อการใช้งานแล้ว ก็อยู่กับมันต่อไปเถอะ อย่าเพิ่งอัปเกรดถ้าไม่จำเป็นจริงๆ แต่ถ้าคุณกำลังจะซื้อเครื่องใหม่และขาดแรมไม่ได้ ต้องยอมรับความจริงว่าคุณกำลังซื้อของในภาวะที่ราคาไม่เป็นธรรม แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่น
ราคาแรมที่พุ่งขึ้นเกือบ 500% ในรอบปีไม่ใช่เรื่องตลกและไม่ใช่แค่ "ข่าวคริปโต" ที่เดี๋ยวก็ผ่านไป — นี่คือการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรมที่คนผลิตหันไปขายของให้ AI แทนที่จะขายให้คุณ วางแผนการซื้อให้ดี หรือไม่ก็เตรียมใจอยู่กับเครื่องเก่าไปอีกนาน เพราะสงครามราคาครั้งนี้ยังไม่จบง่ายๆ แน่นอน
ที่มา: TechPowerUp — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 6
กำลังโหลดความคิดเห็น...