เจาะประเด็น
POLITICS / EV
เลือกตั้งรอบนี้ อย่าลืมว่าใครกันแน่ที่ขวางทาง EV แล้วมัดมือชกให้เราจ่ายค่าน้ำมันหน้ามืด
เมื่อราคาน้ำมันพุ่งทุบสถิติประวัติศาสตร์วันเลือกตั้งสหรัฐฯ แต่ฝ่ายการเมืองกลับจ้องจะทำลายทางรอดเดียวของเรา
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
การบ่นว่าน้ำมันแพงแต่ดันขัดขวางรถยนต์ไฟฟ้า คือความย้อนแย้งที่น่ากลัวที่สุดของนักการเมืองยุคนี้
วันเลือกตั้งกลางเทอมของอเมริกาปีนี้มาพร้อมกับของขวัญที่ไม่มีใครอยากได้ นั่นคือราคาน้ำมันที่พุ่งทะลุเพดานแบบที่สูงที่สุดเท่าที่เคยบันทึกมาในประวัติศาสตร์วันเลือกตั้งเลยทีเดียว ใครที่คิดว่าบ้านเราน้ำมันแพงแล้ว ลองไปดูตัวเลขที่ฝั่งโน้นบอกเลยว่ามีหนาว เพราะมันกระทบกับปากท้องคนอเมริกันแบบเต็มๆ จนกลายเป็นประเด็นร้อนที่ใช้ฟาดฟันกันในสนามเลือกตั้งครั้งนี้
ข้อมูลจาก GasBuddy ระบุตัวเลขที่เห็นแล้วต้องปาดเหงื่อ เพราะมันไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขบนป้ายราคาสถานีบริการน้ำมัน แต่มันคือภาระที่ประชาชนต้องแบกรับในขณะที่กำลังเดินเข้าคูหาเพื่อตัดสินอนาคตประเทศ
น้ำมันเบนซิน
ราคาเฉลี่ยทั่วประเทศพุ่งไปอยู่ที่ $4.12 ต่อแกลลอน สูงสุดเป็นประวัติการณ์สำหรับวันเลือกตั้ง
น้ำมันดีเซล
สถานการณ์หนักกว่ามาก โดยราคาเฉลี่ยดีดตัวไปถึง $6.28 ต่อแกลลอน กระทบภาคขนส่งเต็มๆ
เรื่องที่โคตรจะตลกร้ายคือ ในขณะที่ฝั่งพรรครีพับลิกันและโดนัลด์ ทรัมป์ พยายามปั่นกระแสโจมตีรัฐบาลเรื่องน้ำมันแพง แต่พวกเขานี่แหละที่เป็นหัวหอกหลักในการขัดขวางทุกวิถีทางไม่ให้คนอเมริกันได้เข้าถึงรถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV ซึ่งเป็นทางออกเดียวที่จะช่วยให้เราไม่ต้องตกเป็นทาสของราคาน้ำมันโลกอีกต่อไป
มันคือการเล่นเกมการเมืองที่เอาประชาชนเป็นตัวประกันชัดๆ ฝั่ง GOP พยายามสร้างภาพให้ EV กลายเป็น "ศัตรู" ของคนทำงาน โดยอ้างว่ามันจะมาทำลายอุตสาหกรรมรถยนต์แบบเดิม ทั้งที่ความจริงแล้วการเตะถ่วงเทคโนโลยีใหม่ๆ มันคือการดึงให้ทุกคนต้องติดแหง็กอยู่กับหัวจ่ายน้ำมันที่ควบคุมราคาเองไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
ทรัมป์เองก็ประกาศกร้าวมาตลอดว่าจะยกเลิกนโยบายสนับสนุนรถไฟฟ้าถ้าเขามีโอกาส ซึ่งนี่คือการประกาศสงครามกับอนาคตชัดๆ การที่พยายามทำให้การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดเป็นเรื่องยากขึ้น ก็เท่ากับเป็นการต่อลมหายใจให้กลุ่มทุนน้ำมันได้สูบเงินจากกระเป๋าเราไปเรื่อยๆ โดยไม่มีทางเลือกอื่นให้เดิน
ลองคิดดูสิครับ บ่นว่าค่าน้ำมันแพงจนอยู่ไม่ได้ แต่พอจะมีรถที่ไม่ต้องใช้น้ำมันเข้ามา กลับโดนขัดขวางด้วยเหตุผลเรื่อง "สงครามวัฒนธรรม" อันนี้คืออิหยังวะมาก รถ EV ไม่ได้มีไว้สำหรับพวกเสรีนิยมหัวก้าวหน้าในเมืองใหญ่อย่างเดียว แต่มันคือเครื่องมือที่จะทำให้คนธรรมดามีอิสระจากความผันผวนของราคาน้ำมันต่างหาก
คลังน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์ (Strategic Petroleum Reserve) ที่ถูกนำออกมาใช้เพื่อพยุงราคาก็เป็นแค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าแบบชั่วคราวเท่านั้น ตราบใดที่นักการเมืองยังพยายามล่ามโซ่ประชาชนไว้กับฟอสซิล เราก็ไม่มีทางหลุดพ้นจากวงจรน้ำมันแพงได้เลย
การเลือกตั้งครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การเลือกพรรคที่ชอบ แต่มันคือการเลือกว่าเราจะยอมให้ใครมาขวางทางเทคโนโลยีที่จะช่วยให้เราประหยัดเงินในกระเป๋าได้มากกว่าเดิมหรือเปล่า อย่าปล่อยให้คำลวงเรื่องการรักษางานแบบเดิมๆ มาปิดกั้นโอกาสที่จะมีชีวิตที่ดีกว่าและไม่ต้องกังวลกับตัวเลขบนป้ายราคาหน้าปั๊มน้ำมันอีกต่อไป
ถ้าอยากหลุดพ้นจากวงจรน้ำมันแพง ก็ต้องเลือกคนที่กล้าผลักดันอนาคต ไม่ใช่นักการเมืองที่จ้องจะดึงเบรกมือถอยหลังเข้าคลองเพื่อเอาใจกลุ่มทุนพลังงานเดิมๆ
ที่มา: The Verge — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 0
กำลังโหลดความคิดเห็น...