เจาะประเด็น
Modding
ม็อดเก่งกว่า Rockstar จริงๆ: GTA 5 ลงเครื่อง Switch เครื่องแรกได้แบบเนทีฟ จากซอร์สโค้ดรั่ว
เกมปี 2013 วิ่งบนชิป Tegra X1 เครื่องเดิมที่ค้างอยู่บ้านคุณได้แล้ว แต่ต้องแลกกับอะไรบ้าง?
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 4 นาที
ถ้าซอร์สโค้ดไม่รั่วเมื่อปี 2023 เรื่องแบบนี้คงไม่มีทางเกิดขึ้น — คำถามคือ ทำไมบริษัทเกมระดับโลกถึงปล่อยช่องโหว่ให้ม็อดเดอร์ทำอะไรที่ตัวเองไม่คิดจะทำ?
กรณีนี้มันโคตรจะแสบไส้คนเล่นเกมเลยครับ เพื่อนๆ กลุ่มม็อดเดอร์ที่เรียกตัวเองว่า Paralympics Productions เพิ่งทำสิ่งที่ Rockstar ไม่เคยทำและคงไม่มีวันทำ — พา GTA 5 ไปลง Nintendo Switch เครื่องแรกแบบเนทีฟได้สำเร็จ ไม่ใช่แค่สตรีมมิ่ง ไม่ใช่การจำลอง แต่คือการทำให้เกมเวอร์ชัน PC ตัวเต็มๆ วิ่งบนชิป Tegra X1 ของ Switch โดยตรง
ฟังดูเหมือนมายากล แต่เบื้องหลังคือการย้อนวิศวกรรมจากซอร์สโค้ดที่รั่วไหลออกมาเมื่อปี 2023 ซึ่งเป็นเวอร์ชัน "Legacy" ที่ Rockstar ใช้พัฒนาเกมอยู่จริงๆ ทีมงานเอาโค้ดพวกนั้นมา recompile ใหม่ให้รองรับสถาปัตยกรรม Arm และสั่งให้มันรันบนฮาร์ดแวร์ Switch ได้โดยตรง ไม่ต้องมีตัวกลางอย่าง Android layer หรืออีมูเลเตอร์มาคั่น — มันคือเกม PC จริงๆ ที่ถูกทำให้กลายเป็นเกมเนทีฟของ Switch นั่นแหละ
ย้อนไปตอน GTA 5 วางขายครั้งแรกปี 2013 บน PS3 และ Xbox 360 มันคือเกมที่กวาดรายได้ถล่มทลาย แต่พอ Nintendo Switch เปิดตัวปี 2017 แล้วขายดีเป็นเทน้ำเทท่า Rockstar ก็ไม่เคยมีทีท่าจะพาเกมเรือธงของตัวเองมาลงเครื่องนี้เลยสักครั้ง ทั้งที่พอร์ตเกมเก่ามาลง Switch เป็นสูตรสำเร็จที่ทำเงินได้จริงของหลายค่าย เหตุผลหลักๆ ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องฮาร์ดแวร์ที่อ่อนเกินไปและต้นทุนการพัฒนา แต่สำหรับม็อดเดอร์แล้ว อุปสรรคพวกนั้นคือความท้าทาย ไม่ใช่ข้อจำกัด
การที่ทีมงานใช้ซอร์สโค้ดที่รั่วไหลมาทำแบบนี้ มันทั้งเจ๋งและทั้งเสี่ยงในเวลาเดียวกัน เพราะในแง่หนึ่งมันพิสูจน์ให้เห็นว่าความสามารถของคนเล่นเกมด้วยกันเองนั้นเหนือกว่าสตูดิโอใหญ่ๆ ไปไกลแค่ไหน แต่อีกมุมหนึ่ง มันก็เป็นเรื่องละเมิดลิขสิทธิ์ชัดๆ ที่ Rockstar หรือ Take-Two Interactive เจ้าของเกมสามารถฟ้องร้องเอาผิดได้ทุกเมื่อ — แต่เท่าที่ผ่านมา กลุ่มม็อดเดอร์แนวนี้ก็ยังคงทำอะไรแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ เพราะรู้ดีว่าคดีความกว่าจะถึงมือใช้เวลานาน และชื่อเสียงที่ได้มันคุ้มค่ากว่า
ทีนี้มาถึงส่วนที่คนเล่นจริงๆ ต้องสนใจ: มันเล่นได้ดีแค่ไหน? คำตอบคือ "ได้ แต่ไม่สวย" ครับ ที่ความเร็วสัญญาณนาฬิกาปกติของเครื่อง เกมวิ่งได้แค่ 10-25 FPS ซึ่งแทบจะเล่นไม่ได้เลย แต่ถ้าเราจูนเครื่องด้วยการโอเวอร์คล็อก CPU, GPU และหน่วยความจำผ่านเครื่องมืออย่าง sys-clk มันก็จะทรงตัวอยู่ที่ประมาณ 30 FPS ซึ่งถือว่าเล่นได้ลื่นพอทน — ถึงตรงนี้ต้องบอกก่อนว่า Switch เครื่องนั้นต้องทำการ jailbreak มาก่อน และการโอเวอร์คล็อกแรงๆ แบบนี้มันมาพร้อมความร้อนที่สูงขึ้นและอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่สั้นลงอย่างเห็นได้ชัด
ขนาดไฟล์ติดตั้งทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 49GB ซึ่งใหญ่เอาเรื่องสำหรับเครื่องที่การ์ดหน่วยความจำแพงลิ่ว แต่ก็เป็นอะไรที่พอเข้าใจได้เพราะมันคือเนื้อหาเต็มๆ ของเกม PC ทั้งหมด บนชิป Tegra X1 ที่อายุเกินสิบปีแล้วและถูกจำกัดเรื่องความร้อนมาตั้งแต่แรก การที่มันรันเกมปี 2013 ที่ใช้ลอจิกแบบ PC ได้ถึงขนาดนี้ก็ถือว่าเกินความคาดหมายไปมากแล้ว และทีมงานยังปล่อยแพตช์แก้บั๊กออกมาหลายรอบแล้วด้วย โดยมีแผนจะพอร์ตเวอร์ชัน Android ตามมาอีกด้วย
แต่ก่อนจะตื่นเต้นกันไปไกล ขอเตือนสติไว้ตรงนี้เลยว่า การที่ม็อดเดอร์ทำ GTA 5 ลง Switch ได้สำเร็จ ไม่ได้หมายความว่า GTA 6 จะมาลง Switch 2 ในเร็วๆ นี้แน่นอน เพราะทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้เป็นไปได้ก็เพราะซอร์สโค้ดรั่วเท่านั้น ถ้าไม่มีเหตุการณ์รั่วไหลครั้งใหญ่เมื่อปี 2023 โปรเจกต์แบบนี้คงไม่มีทางเกิดขึ้นได้เลย และ Rockstar ก็ไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องพาเกมใหม่ของตัวเองไปลงเครื่องที่สเปกห่างชั้นกันขนาดนั้น
มุมมองของผมต่อเรื่องนี้คือ มันเป็นทั้งสัญลักษณ์ของความสามารถและกระจกสะท้อนความล้มเหลวของวงการในเวลาเดียวกัน — ในขณะที่สตูดิโอใหญ่ๆ มองว่าการพอร์ตเกมลงหลายแพลตฟอร์มคือการคำนวณต้นทุนและผลกำไร ม็อดเดอร์กลับมองว่ามันคือปริศนาที่รอให้แก้ และพวกเขาก็ทำสำเร็จโดยใช้เวลาหลายเดือน ไม่ใช่หลายปีแบบบริษัทเกม นี่มันพิสูจน์ให้เห็นว่าอุปสรรคที่แท้จริงของวงการเกมไม่ใช่เทคโนโลยี แต่คือความคิดสร้างสรรค์และความกล้าที่จะลองอะไรใหม่ๆ ต่างหาก
สรุปสั้นๆ คือ ม็อดเดอร์พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า GTA 5 ลง Switch ได้จริง ถ้าใครสักคนอยากทำ — แต่ Rockstar ไม่เคยอยากทำ และนี่คือเหตุผลว่าทำไมวงการม็อดถึงสำคัญ: พวกเขาคือคนที่ทำให้เกมเป็นอมตะในแบบที่เจ้าของลิขสิทธิ์ไม่เคยคิดถึง
ที่มา: TechPowerUp — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 6
กำลังโหลดความคิดเห็น...