เจาะประเด็น
AI / OPINION
Jaron Lanier ชี้ "ไม่มี AI หรอก มีแต่คน" แล้วทำไมเรายังหลงกลเรียกมันว่าปัญญาประดิษฐ์
ปราชญ์แห่งวงการเทคโนโลยีกลับมาทวงคำถามเดิมที่คนทั้งโลกกำลังเมิน ทั้งที่มันสำคัญที่สุดในตอนนี้
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 4 นาที
ถ้า AI ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตใหม่ที่เรากำลังสร้าง แต่เป็นแค่กระจกสะท้อนว่ามนุษย์เราเป็นใคร คำถามเรื่อง "AI จะครองโลก" ก็อาจไม่ใช่คำถามที่ถูกตั้งแต่แรก
ทุกวันนี้เราพูดถึง AI กันเหมือนมันเป็นสิ่งมีชีวิตต่างดาวที่เพิ่งลงจอด ยักษ์ใหญ่เทคฯ แข่งกันสร้าง แข่งกันปล่อยโมเดลใหม่ นักการเมืองออกโรงเตือนเรื่องความเสี่ยงต่อมนุษยชาติ และคนทั่วไปก็เริ่มกลัวว่ารอบนี้จะตกงานจริงหรือเปล่า แต่ Jaron Lanier นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์และนักปรัชญาเทคโนโลยีที่หลายคนรู้จักในฐานะบิดาแห่งวงการ VR กลับบอกว่า เรากำลังหลงทางกันหมด
ในตอนล่าสุดของพอดแคสต์ StarTalk ที่ Lanier ไปนั่งคุยกับ Neil deGrasse Tyson เขาตอกย้ำจุดยืนเดิมที่เขาพูดมานานหลายปี นั่นคือ "ไม่มี AI จริง ๆ หรอก มันคือคนล้วน ๆ" ฟังครั้งแรกเหมือนเป็นวาทะเรียกร้องความสนใจ แต่ถ้าถอดความหมายจริง ๆ มันคือการบอกว่า สิ่งที่เราเรียกว่า AI ทุกวันนี้ แท้จริงคือผลรวมของข้อมูลที่มนุษย์สร้างขึ้น แล้วถูกมนุษย์ด้วยกันขัดเกลา สอน และปรับแต่งอีกที ไม่มีอะไรในระบบ AI ที่ไม่ได้มาจากคน
ประเด็นนี้ไม่ใช่แค่เรื่องปรัชญาเล่น ๆ ในวงกาแฟ แต่มีนัยต่อวิธีที่เราออกแบบกฎหมาย วิธีที่บริษัทเทคฯ ขายผลิตภัณฑ์ และวิธีที่คนทั่วไปตัดสินใจว่าจะเชื่อหรือกลัวเทคโนโลยีนี้แค่ไหน ถ้า AI คือ "สิ่งมีชีวิตใหม่" ที่ควบคุมไม่ได้ มันก็สมเหตุสมผลที่บริษัทจะบอกว่า "เราไม่รู้มันคิดอะไร" แล้วปัดความรับผิดชอบเวลามันพัง แต่ถ้า AI คือผลงานของคนที่ป้อนข้อมูลและออกแบบมา มันก็คือสินค้าที่มีเจ้าของ มีคนรับผิดชอบ และตรวจสอบได้
Lanier ชี้ว่า ปัญหาจริงไม่ใช่ว่า AI ฉลาดเกินมนุษย์ แต่คือเรากำลังมอบความน่าเชื่อถือให้กับระบบที่ไม่ควรได้รับมัน เราปล่อยให้อัลกอริทึมตัดสินใจแทนเราในเรื่องสำคัญ แล้วเรียกมันว่า "ความฉลาด" ทั้งที่เบื้องหลังคือคนจำนวนมหาศาลที่ติดป้ายข้อมูล ปรับโมเดล และเลือกว่าจะให้ระบบตอบอะไร
ในชุมชน Hacker News ที่ข่าวนี้ถูกแชร์ต่อ มีคนถกกันเยอะพอสมควร บางคนเห็นด้วยเต็มที่ว่าการเรียกมันว่า "ปัญญาประดิษฐ์" เป็นการตลาดล้วน ๆ ที่ทำให้คนเข้าใจผิดและหวาดกลัวเกินจริง บางคนแย้งว่าแม้เบื้องหลังจะเป็นคน แต่พฤติกรรมที่โมเดลแสดงออกมาก็ซับซ้อนเกินกว่าจะลดทอนเป็น "แค่คน" ได้ง่าย ๆ ซึ่งก็เป็นข้อโต้แย้งที่ตรงประเด็น เพราะสิ่งที่ Lanier พูดไม่ได้ปฏิเสธว่าระบบเหล่านี้ทำงานได้น่าทึ่ง แค่บอกว่าเราตีความมันผิด
จริง ๆ แล้วจุดยืนของ Lanier สอดคล้องกับข้อเสนอเชิงนโยบายที่เขาเคยพูดมาหลายปี นั่นคือการให้คนที่ข้อมูลถูกนำไปใช้ควรได้รับค่าตอบแทน และระบบ AI ควรโปร่งใสพอที่เราจะรู้ว่ามันเรียนรู้จากอะไร มุมนี้ไม่ใช่การต่อต้านเทคโนโลยี แต่เป็นการเรียกร้องให้เราจัดการมันแบบของที่มนุษย์สร้างขึ้น ไม่ใช่ปาฏิหาริย์ที่หลุดมือ
สำหรับคนที่ทำงานสายเทคโนโลยีหรือสร้างผลิตภัณฑ์ AI อยู่ มุมนี้ควรถูกหยิบมาคิดจริงจัง ไม่ใช่เพื่อลดทอนคุณค่าของงานที่ทำ แต่เพื่อให้เข้าใจว่าสิ่งที่กำลังสร้างมันคืออะไรกันแน่ และใครควรรับผิดชอบเมื่อมันทำงานผิดพลาด การผลักความรับผิดชอบไปที่ "ตัว AI" เป็นวิธีคิดที่อันตราย เพราะสุดท้ายแล้วคนที่ตัดสินใจให้ระบบทำอะไร ก็ยังเป็นคนอยู่ดี
ประโยค "ไม่มี AI มีแต่คน" ไม่ใช่การดูถูกเทคโนโลยี แต่คือการเตือนสติว่าอย่าให้คำว่า "ปัญญาประดิษฐ์" กลายเป็นเกราะป้องกันความรับผิดชอบของมนุษย์ ตราบใดที่เรายังเรียกมันว่าสิ่งมีชีวิต ตราบนั้นเราก็จะยังผลักภาระการตัดสินใจที่แท้จริงไปให้สิ่งที่ไม่มีตัวตน
ที่มา: Hacker News (Coding/Agent) — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 4
กำลังโหลดความคิดเห็น...