เจาะประเด็น
Hardware / AI
ราคาหน่วยความจำระเบิด! ปี 2027 เมมจะกลืนงบ CSP ไป 68% — เตรียมล้วงกระเป๋าจ่ายค่าคลาวด์กันได้เลย
TrendForce ชี้ค่าใช้จ่าย CSP จะพุ่งแบบก้าวกระโดด เพราะราคา DRAM และ NAND แพงขึ้นเป็นเท่าตัว นี่ไม่ใช่ข่าวลือ แต่คือระเบิดเวลาที่กำลังฟ้อง
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 4 นาที
ถ้าคุณคิดว่าค่าเช่าเซิร์ฟเวอร์ตอนนี้แพงแล้ว ให้รออีกสองปีข้างหน้า แล้วค่อยกลับมาอ่านบทความนี้ใหม่
สถานการณ์ตอนนี้มันไม่ใช่แค่ "ราคาขึ้น" อีกต่อไปแล้ว มันคือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างต้นทุนครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของวงการคลาวด์เลยก็ว่าได้ ข้อมูลจาก TrendForce ที่ออกมาล่าสุดบอกชัดเจนว่า ค่าใช้จ่ายด้านทุน (CapEx) ของเหล่า CSP ยักษ์ใหญ่ทั่วโลกจะพุ่งขึ้น 98% ในปี 2026 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แล้วยังไงต่อ? มันจะขึ้นอีก 50% ในปี 2027 รวมๆ แล้วคือเม็ดเงินมหาศาลที่ไหลเข้าไปในโครงสร้างพื้นฐาน AI ซึ่งตัวเร่งปฏิกิริยาที่สำคัญที่สุดตัวหนึ่งก็คือ "ราคาหน่วยความจำ" ที่กำลังจะกลายเป็นส่วนผสมหลักของงบประมาณทั้งหมด
ตัวเลขที่ TrendForce คำนวณมามันโหดร้ายมาก พวกเขาประเมินว่า DRAM และ NAND Flash รวมกันจะคิดเป็น 47% ของ CapEx ทั้งหมดของ CSP ในปี 2026 และจะขยับขึ้นไปแตะระดับ 68% ในปี 2027 ฟังดูแล้วอาจงงว่าทำไมมันถึงเป็นไปได้ แต่มันคือคณิตศาสตร์ง่ายๆ เมื่อราคาของสองสิ่งนี้พุ่งขึ้นในอัตราเลขยกกำลัง ต้นทุนรวมของใครก็ตามที่ต้องซื้อมันจำนวนมากก็จะบวมตามไปด้วย แบบสวนทางกับงบประมาณส่วนอื่นที่โตแบบเส้นตรง
ทีนี้มาดูกันที่ตัวเลขราคาจริง มันโหดกว่าเกม Gacha ที่เรารู้จักกันอีก ตั้งแต่ช่วงครึ่งปีหลังของ 2025 ที่ผ่านมา ราคาสัญญา (Contract Price) ของ Server DRAM ซึ่งเป็นของที่ CSP ต้องซื้อในปริมาณมหาศาล เพิ่มขึ้นสะสม 64% และในปี 2026 คาดว่าจะกระโดดขึ้นอีกประมาณ 270% ฟังดูเว่อร์ แต่ TrendForce ยืนยันตัวเลขนี้มาแบบไม่กลัวตกม้าตาย ขณะที่ฝั่ง Enterprise SSD (NAND Flash) ก็ไม่ได้น้อยหน้า ราคาขึ้นไปแล้ว 35% ในช่วงครึ่งปีหลัง และคาดว่าจะพุ่งสะสมอีก 235% ในปี 2026
คำถามคือ ทำไมราคามันถึงได้บ้าขนาดนี้? มันไม่ได้มาจากความต้องการใช้งานตามปกติทั่วไป แต่เป็นเพราะสงคราม AI ที่ทุกค่ายต้องเร่งสร้าง Data Center เพื่อรองรับการเทรนโมเดลภาษาใหญ่ (LLM) และให้บริการ AI ยักษ์ๆ ซึ่งของที่ขาดไม่ได้คือหน่วยความจำความเร็วสูงและความจุสูง ยิ่งแข่งกันสร้างมากเท่าไหร่ อุปทานของ DRAM และ NAND ก็ยิ่งตึงตัวมากขึ้นเท่านั้น เพราะซัพพลายเออร์รายใหญ่ๆ อย่าง Samsung, SK Hynix และ Micron ต่างก็หันกำลังการผลิตไปทำ HBM (High Bandwidth Memory) ที่ได้กำไรดีกว่าแทนที่จะผลิต DRAM ทั่วไป นี่คือหายนะของฝั่งดีมานด์ที่ต้องแย่งของกับ AI
ผลกระทบมันไม่จบแค่ในกลุ่ม CSP หรอกนะ เพราะต้นทุนที่สูงขึ้นมันจะถูกผลักภาระมายังผู้ใช้งานปลายทางอย่างเราๆ แน่นอน ค่าเช่าเซิร์ฟเวอร์ ค่า API ของโมเดล AI หรือแม้แต่ค่าสมาชิกบริการคลาวด์รายเดือน ล้วนต้องปรับขึ้นตามกลไกต้นทุน ถ้าใครคิดว่าตอนนี้ใช้ ChatGPT หรือ Claude แพงแล้ว ขอบอกเลยว่าปีหน้า-ปีหลังนี่คือของจริง ราคาอาจจะทำให้หลายธุรกิจ SMEs ที่พึ่งพาคลาวด์ต้องกลับมาคิดเรื่อง On-Premise กันใหม่เลยก็ว่าได้
ราคา Server DRAM
ขึ้นสะสม 64% ในช่วงครึ่งปีหลังของ 2025 และคาดว่าจะพุ่งอีกประมาณ 270% ในปี 2026
ราคา Enterprise SSD (NAND)
ขึ้นไปแล้ว 35% ในช่วงครึ่งปีหลังของ 2025 และคาดว่าจะพุ่งสะสมอีก 235% ในปี 2026
สัดส่วนงบประมาณ
DRAM + NAND จะคิดเป็น 47% ของ CapEx CSP ในปี 2026 และจะพุ่งไปถึง 68% ในปี 2027
นี่คือสัญญาณเตือนที่ชัดเจนมากว่า "ยุคของหน่วยความจำราคาถูก" จบลงแล้วจริงๆ ตลาดนี้มันเป็นวัฏจักรแบบสุดโต่งมาโดยตลอด ช่วงที่ราคาตกต่ำ ผู้ผลิตก็ลดกำลังการผลิต ช่วงที่ AI มาฮิต ผู้ผลิตก็หันไปทำของที่แพงกว่า สุดท้ายของที่เราจำเป็นต้องใช้ในปริมาณมากมันเลยขาดตลาดและราคาพุ่ง ฟังดูเหมือนห่วงโซ่อุปทานปกติ แต่จังหวะนี้มันมาพร้อมกับดีมานด์ที่บ้าคลั่งจาก AI ซึ่งทำให้สเกลความเสียหายมันใหญ่กว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
นี่คือโจทย์ใหญ่ที่ CSP ต้องเจอ ถ้าอยากชนะเกม AI คุณต้องยอมจ่ายแพงขึ้นเพื่อแลกกับแรมและสตอเรจที่พอใช้ ถ้าใครวางแผนงบประมาณไว้แบบอนุรักษ์นิยมเกินไปในตอนนี้ บอกได้เลยว่าอีกสองปีข้างหน้าจะได้เห็นภาพตัวเองยืนกุมหัวอยู่หน้าสเปรดชีตแน่นอน ส่วนผู้ใช้งานอย่างเรา ก็เตรียมตัวรับค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นได้เลย เพราะสงคราม AI รอบนี้ไม่มีใครได้ประโยชน์ฟรีๆ
ที่มา: TechPowerUp — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 4
กำลังโหลดความคิดเห็น...