Ars Technica AI 69 วันที่แล้ว general AI Generated

OpenAI and Anthropic in price war as Chinese AI rivals gain ground

เกี่ยวกับ OpenAI
Ars Technica AI 14 Aug 2026
79
0
100
รูปภาพประกอบ
รูปภาพประกอบกระทู้
26 9m



เจาะประเด็น
AI / Market


สงครามราคา AI ปะทุ! OpenAI กับ Anthropic ต้องลดราคาหั่นกันเอง เพราะจีนบุกไม่ยั้ง



ยักษ์ใหญ่ฝั่งอเมริกากำลังเสียท่าให้คู่แข่งหน้าใหม่จากแดนมังกรที่ปล่อยโมเดลถูกกว่าแรงกว่า จนต้องตั้งกำแพงราคากันด่วน




ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 4 นาที


เมื่องจากที่เมื่อปีก่อนพวกเรายังคุยกันว่า OpenAI กับ Anthropic คือเจ้าพ่อเจ้าสมุทรของวงการ AI เจเนอเรทีฟ ที่มีมูลค่าบริษัททะลุล้านล้านเหรียญ และใครจะไปสู้ได้ แต่ตอนนี้สถานการณ์มันพลิกหน้ามือเป็นหลังมือแล้วครับ เพราะคู่แข่งจากจีนอย่าง DeepSeek กับ Alibaba เปิดฉากยิงราคาแบบไม่ไว้หน้า จนบริษัทอเมริกันต้องก้มหน้าก้มตาลดราคาโมเดลของตัวเองลงมาแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน



เรื่องนี้ไม่ได้เป็นแค่เรื่องการแข่งขันทางธุรกิจธรรมดาๆ แต่มันคือบททดสอบว่าโมเดลธุรกิจ "ขาย API แพงๆ" ที่ฝั่งอเมริกาสร้างเอาไว้จะยังอยู่รอดได้หรือไม่ในโลกที่โมเดลจีนทำได้ดีพอๆ กันแต่คิดค่าบริการแค่เศษหนึ่งส่วนสี่ และที่สำคัญคือมันเกิดขึ้นเร็วมาก จน OpenAI กับ Anthropic แทบตั้งตัวไม่ทัน



ที่มา: จีนไม่ใช่ผู้ตามอีกต่อไป


ถ้าใครยังจำภาพ DeepSeek ที่ปล่อยโมเดล R1 ออกมาเมื่อต้นปีและทำให้หุ้นเทคฯ ทั่วโลกดิ่งเหวได้ ก็ต้องบอกว่าตอนนี้พวกเขาไม่ได้หยุดแค่นั้น พวกเขาพัฒนาต่อเนื่องและทำให้ต้นทุนการเทรนโมเดลต่ำลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ Alibaba ก็ปล่อยโมเดล Qwen ออกมาเป็นซีรีส์และเปิดซอร์สให้ใครก็ได้เอาไปใช้ฟรีๆ ซึ่งตรงนี้แหละคือตัวเร่งปฏิกิริยาที่ทำให้ตลาด AI ทั่วโลกต้องปรับตัวครั้งใหญ่



สิ่งที่จีนทำได้ดีกว่าคือการออกแบบโมเดลให้มีประสิทธิภาพสูงโดยใช้ทรัพยากรน้อยกว่า ไม่ใช่การอัด GPU เข้าไปแบบมั่วๆ ซึ่งทำให้ต้นทุนต่อการเรียกใช้บริการ (inference cost) ต่ำกว่า OpenAI หลายเท่าตัว และเมื่อต้นทุนมันต่ำกว่า พวกเขาก็ตั้งราคาได้ต่ำกว่าแบบที่อเมริกันตามไม่ทัน



ผลกระทบ: กำแพงราคาพังทลาย


จากรายงานของ Ars Technica ระบุว่า OpenAI เพิ่งประกาศลดราคาโมเดล GPT-4o ลงถึง 40% ในขณะที่ Anthropic ลดราคา Claude Opus ลงมาเกือบครึ่งหนึ่งของราคาเดิม ซึ่งการลดครั้งนี้ไม่ใช่การโปรโมตช่วงเทศกาล แต่เป็นการลดถาวรเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาดเอาไว้ เพราะไม่งั้นลูกค้าองค์กรรายใหญ่จะย้ายหนีไปใช้บริการจากจีนทันที



“
We are in a new phase where efficiency matters as much as capability, and we have to respond to market realities.


ตรงนี้มันสะท้อนอะไรบางอย่างที่สำคัญมาก นั่นคือ "ความสามารถของโมเดล" ไม่ใช่ตัวชี้ขาดในการแข่งขันอีกต่อไป แต่เป็น "ต้นทุนและประสิทธิภาพ" ที่ต่างหากที่กำลังตัดสินว่าใครจะอยู่รอดในเกมนี้ และนี่คือบทเรียนที่ OpenAI กับ Anthropic กำลังเรียนรู้แบบเจ็บปวดที่สุด



ผมมองว่าสงครามราคาครั้งนี้เป็นแค่จุดเริ่มต้น เพราะถ้าจีนยังพัฒนาโมเดลได้เก่งขึ้นเรื่อยๆ และต้นทุนยังถูกลงอีก ฝั่งอเมริกาจะถูกบีบให้ต้องลดราคาลงไปเรื่อยๆ จนถึงจุดที่กำไรแทบเป็นศูนย์ และถ้าเป็นแบบนั้นจริง การระดมทุนมหาศาลที่ทั้งสองบริษัทเคยทำได้ก็จะเริ่มติดขัด นักลงทุนจะเริ่มตั้งคำถามว่า "แล้วฉันจะได้อะไรจากบริษัทที่ขายของถูกกว่า DeepSeek แต่ทำได้แค่พอๆ กัน"



💡

ฟันธงเลยครับ ยุคทองของการตั้งราคาโมเดล AI แบบสบายๆ มันจบลงแล้ว ถ้า OpenAI และ Anthropic ยังคิดแต่ว่าจะอัปเกรดความฉลาดของโมเดลโดยไม่สนใจต้นทุนการใช้งาน อีกไม่เกินสองปีพวกเขาจะกลายเป็นแค่แบรนด์แพงที่ไม่มีใครต้องการ และนี่คือบทเรียนราคาแพงที่ใครก็ตามในวงการ AI ต้องจดจำไว้



ที่มา: Ars Technica AI — อ่านต้นฉบับ


#AI #PricingWar #ChinaTech

🔗 อ่านต่อ · สินค้าและคำถามที่เกี่ยวข้อง

สินค้ามาแรงตอนนี้

คนขายของถามบ่อย

ความคิดเห็น 4

กำลังโหลดความคิดเห็น...