เจาะประเด็น
Hardware
การ์ดจอตัวรองแพงกว่าตัวท็อป เมื่อกลไกตลาดบีบให้รุ่นเล็กราคาพุ่งทะยาน
เมื่อรุ่นน้องสเปกด้อยกว่าดันป้ายป้ายราคาขายจริงแพงกว่ารุ่นเรือธง ความจริงเบื้องหลังเรื่องนี้ไม่ได้มาจากความบ้าคลั่งของตัวเลขสเปก แต่เป็นเรื่องของดีมานด์และภูมิรัฐศาสตร์ล้วนๆ
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 4 นาที
สเปกน้อยกว่าแต่แพงกว่า เรื่องตลกของวงการฮาร์ดแวร์ที่สะท้อนว่าของที่มีอยู่ในมือตอนนี้มีค่ามากกว่าหน้ากระดาษสเปกแค่ไหน
จู่ๆ วงการฮาร์ดแวร์ก็มีเรื่องให้เกาหัวกันเล่น เมื่อหน้าร้านค้าออนไลน์ในสหรัฐฯ ดันโผล่ราคาการ์ดจอเวิร์กสเตชันรุ่นใหม่อย่าง NVIDIA RTX PRO 5500 แบล็กเวลล์ ออกมาที่ตัวเลขเกือบสองหมื่นดอลลาร์ ซึ่งพีกตรงที่มันดันแพงกว่ารุ่นพี่ตัวท็อปสุดอย่าง RTX PRO 6000 เสียอีก ทั้งที่ถ้าดูจากไส้ในแล้ว ตัวท็อปเขามีทั้งคูดาคอร์และแรมที่จัดเต็มกว่าเห็นๆ แบบนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
เรื่องนี้เริ่มต้นจากการที่นักสังเกตการณ์ในเอ็กซ์ไปเจอรายชื่อสินค้าจากการเปิดเผยของร้านค้า ที่ป้ายป้ายราคาตั้งต้นไว้ที่ 17,999 ดอลลาร์ และลดหย่อนลงมานิดหน่อยเหลือประมาณ 17,400 ดอลลาร์ ในขณะที่ร้านค้าทางการของทางค่ายเขียวเองตั้งราคาตัวท็อปสุดไว้อยู่ที่ 16,000 ดอลลาร์ถ้วน ทั้งที่รุ่นพี่มีคูดาคอร์ถึงสองหมื่นกว่าหน่วยและแรมเกือบแสนเมกะไบต์ เทียบกับรุ่นน้องที่สเปกถูกตอนลงมา แต่กลับมีป้ายราคาขายจริงแพงกว่าร่วมพันสี่ร้อยดอลลาร์
จนถึงตอนนี้ ทางค่ายผู้ผลิตเองก็ยังไม่ได้เคาะราคาทางการออกมาอย่างเป็นทางการ หลังจากแอบใส่ชื่อรุ่นนี้เข้ามาเงียบๆ ตั้งแต่ช่วงเดือนกันยายน ทำให้ไม่มีใครฟันธงได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าตัวเลขเกือบสองหมื่นนี้มาจากฝั่งไหนกันแน่ระหว่างผู้ผลิตชิปหรือค่ายพาร์ทเนอร์ที่ประกอบขาย แต่ที่แน่ๆ คือราคานี้มันสะท้อนความผิดปกติบางอย่างในตลาดที่กำลังเดือดพล่าน
ถ้ามองลึกลงไปในมุมของดีมานด์และซัพพลาย เราจะเริ่มเห็นภาพชัดขึ้นว่าทำไมการ์ดจอรุ่นรองถึงมีราคาดีดตัวสูงขนาดนี้ รายงานจากสำนักข่าวรอยเตอร์สระบุว่า บริษัทยักษ์ใหญ่ฝั่งแดนมังกรอย่างไบต์แดนซ์ อาลีบาบา และเทนเซ็นต์ ได้กวาดลอดสั่งจองการ์ดจอรุ่นนี้ไปแล้วมากกว่าสามล้านใบ ในราคาเฉลี่ยใบละหมื่นกว่าดอลลาร์ และถ้ารวมยอดสั่งจองทั้งหมดจากฝั่งนั้น ตัวเลขอาจพุ่งทะลุไปถึงหกล้านใบเข้าไปแล้ว
ในขณะที่กำลังการผลิตจริงถูกจำกัดไว้ค่อนข้างน้อย เรียกว่าผลิตให้ตายยังไงก็ไม่พอกับความต้องการในตลาดตอนนี้ ยิ่งพิจารณาถึงเงื่อนไขเรื่องการเมืองระหว่างประเทศที่ชิปตัวแรงรุ่นใหม่ๆ ถูกกีดกันไม่ให้ส่งออกไปขายอย่างเสรี การ์ดจอระดับนี้จึงกลายเป็นหนึ่งในไม่กี่ตัวเลือกที่ทรงพลังที่สุดที่บริษัทในแดนมังกรยังพอจะหาซื้อมาใช้งานเพื่อขับเคลื่อนงานประมวลผลหนักๆ ได้
นอกจากเรื่องภูมิรัฐศาสตร์แล้ว ต้นทุนการผลิตเองก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัย ตัวฮาร์ดแวร์ชิ้นนี้อัดแน่นไปด้วยโมดูลแรมรุ่นใหม่จำนวนมาก ในยุคที่ราคาเมมโมรีพุ่งเอาๆ แบบไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ยิ่งทำให้ต้นทุนการประกอบร่างพุ่งสูงตามไปด้วย เมื่อดีมานด์มันวิ่งแซงซัพพลายไปไกลลิบลิ่วแบบนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่ราคาหน้าป้ายจะพุ่งกระฉูดอย่างไร้เหตุผลในมุมมองของสเปกต่อราคา
ราคาสินค้าไอทีไม่ได้วัดกันที่ความคุ้มค่าบนหน้ากระดาษอีกต่อไป เมื่อกฎหมายการค้าและข้อจำกัดการผลิตเข้ามาเกี่ยว ป้ายราคาจึงกลายเป็นเรื่องของความสามารถในการหาซื้อมาครอบครองให้ได้ก่อนใครมากกว่า
ที่มา: TechPowerUp — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 0
กำลังโหลดความคิดเห็น...