Simon Willison's Weblog 14 วันที่แล้ว general AI Generated

Quoting Jake Boggan

เกี่ยวกับ OpenAI
Simon Willison's Weblog 07 Oct 2026
79
0
100
7 13m



เจาะประเด็น
AI / MATH


AI พิสูจน์โจทย์คณิตศาสตร์ข้อหนึ่งได้ แต่มนุษย์ที่ทุ่มชีวิตให้โจทย์ข้อนั้นกลับรู้สึกเหมือนแฟนเก่าตาย



ความก้าวหน้าของ AI ไม่ได้สร้างแค่ความตื่นเต้น แต่มันมี "ความเศร้า" ของคนที่ทุ่มเททั้งชีวิตให้โจทย์ที่ AI แก้จบในไม่กี่วินาที




ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 4 นาที



ถ้า AI แก้โจทย์ที่คุณทุ่มทั้งชีวิตได้ในไม่กี่วินาที ความหมายของ "ความพยายาม" ยังเหลืออะไร




นี่ไม่ใช่ข่าว AI ล้มมนุษย์แบบที่เราชินกันในฟีดข่าว แต่มันคือความรู้สึกของคนจริงๆ คนหนึ่ง ที่ถูกบันทึกไว้ในคอมเมนต์ของ Hacker News แล้วถูกหยิบมาแชร์ต่อโดย Simon Willison บล็อกเกอร์สาย AI ที่คนในวงการรู้จักกันดี



เรื่องมันเริ่มจาก Jake Boggan ชายที่เคยเป็น "graph theory junkie" หรือสายเปย์ทฤษฎีกราฟเต็มตัว เขาถึงขั้นย้ายไปอยู่บูดาเปสต์เพื่อไปเรียนกับนักคณิตศาสตร์ระดับตำนาน ที่นั่นเองที่เขาได้รู้จักกับ Barnette's Conjecture ข้อความคาดการณ์ทางคณิตศาสตร์ที่ยังไม่มีใครพิสูจน์ได้ และมันก็กลายเป็นโจทย์ที่ตามหลอกหลอนเขามา 24 ปี



24 ปีไม่ใช่ตัวเลขน้อยๆ นะครับ นั่นคือวัยหนุ่มของคนคนหนึ่ง ระหว่างนั้นเขาทำงานหลายสาขา แต่มันก็วนกลับมาที่โจทย์ข้อนี้เรื่อยๆ แบบเปิด-ปิด ตามจังหวะชีวิต จนกระทั่งเมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา เขาถึงกับคิดว่าตัวเอง "แก้ได้แล้ว" อยู่หลายวัน



จุดที่ทุกอย่างพัง


แต่แล้วก็มีคนบอกว่าโจทย์ข้อนี้ "ถูกพิสูจน์แล้ว" — ระบุไว้ที่ปัญหาเลข 180 ในลิสต์ของ OpenAI/math ซึ่งเป็นชุดโจทย์คณิตศาสตร์ที่ OpenAI ปล่อยออกมาให้โมเดล AI ลองแก้



“
การได้ยินว่ามันถูกแก้ได้แล้ว มันทำให้ผมเศร้าแบบไกลๆ ยังไงไม่รู้ เหมือนได้ยินว่าแฟนเก่าตายกระทันหันในอุบัติเหตุรถชน


อ่านประโยคนั้นแล้วมันจุกจริงๆ นะครับ นี่ไม่ใช่การเปรียบเทียบเล่นๆ แต่เป็นคนที่ทุ่มเทเวลา "หลายพันชั่วโมง" ให้กับปัญหาหนึ่ง แล้ววันหนึ่งมีระบบ AI บอกว่ามันแก้เสร็จแล้ว มันไม่ใช่แค่ "โอเค จบเรื่อง" แต่มันคือการที่ความสัมพันธ์ 24 ปีกับโจทย์ข้อหนึ่ง ถูกปิดฉากลงโดยไม่ทันตั้งตัว



ประเด็นสำคัญคือ เจ้าตัวยังไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าจะคิดยังไงกับเรื่องนี้ดี เขาเขียนตรงๆ ว่า "ผมไม่รู้จะคิดยังไงกันแน่" — ซึ่งเป็นท่าทีที่ผมว่าซื่อสัตย์มากกว่าการจะแกล้งทำเป็นดีใจ หรือแกล้งทำเป็นชิลว่าฉันก็แค่สนุกกับโจทย์



ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ


ถ้ามองในมุมของวงการ AI เรื่องนี้คือสัญญาณว่าโมเดลภาษาขนาดใหญ่กำลังก้าวเข้าไปในพื้นที่ที่เคยเป็น "ของเล่นส่วนตัว" ของนักคณิตศาสตร์รุ่นเก๋า โจทย์ที่คนใช้เวลาครึ่งชีวิตไล่พิสูจน์ AI อาจจะตอบได้ในไม่กี่รอบการประมวลผล



แต่มุมที่ผมสนใจมากกว่าคือ "มนุษย์" ในสมการ เราเถียงกันเยอะมากเรื่อง AI จะมาแย่งงานไหม จะฉลาดเกินคนไหม แต่เราแทบไม่ค่อยพูดถึงความรู้สึกของคนที่รักโจทย์พวกนี้เป็นการส่วนตัว คนที่ผูกอัตลักษณ์ของตัวเองไว้กับ "การเป็นคนที่พยายามแก้โจทย์ข้อนี้"



วันแรกที่ AI แก้ได้ พวกเขารู้สึกยังไง? คำตอบคือ "เศร้าแบบไกลๆ" ซึ่งผมว่าเป็นคำที่ตรงและคมมาก มันไม่ใช่ความเสียใจแบบร้องไห้ แต่มันคือความรู้สึกสูญเสียบางอย่างที่ไม่มีชื่อเรียก




เวลาที่หายไป

หลายพันชั่วโมงใน 24 ปี ที่ทุ่มให้โจทย์ข้อเดียว ถูกทำให้ "จบ" ด้วยระบบภายนอกในเวลาไม่นาน



อัตลักษณ์ที่ถูกตั้งคำถาม

ถ้าสิ่งที่คุณใช้เวลาทั้งชีวิตทำ ถูกทำได้โดย AI แล้ว "ตัวตน" ของคุณในฐานะนักแก้โจทย์เหลืออะไร



บรรยากาศของวงการ

เจ้าตัวบอกเองว่า "น่าจะมีหลายคนที่คืนนี้รู้สึกแปลกๆ" สะท้อนว่าความรู้สึกแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นคนเดียว


สิ่งที่ผมชอบในคอมเมนต์นี้คือมันไม่ใช่การโวยวายว่า AI ดีหรือไม่ดี ไม่ใช่การประกาศว่ามนุษย์แพ้แล้ว แต่มันคือการยอมรับความจริงตรงๆ ว่าโลกกำลังเปลี่ยน และคนที่อยู่ตรงจุดเปลี่ยนก็มีสิทธิ์รู้สึกอะไรก็ได้กับมัน



💡

ข่าวนี้ไม่ใช่เรื่องของ AI ที่พิสูจน์โจทย์ได้ แต่มันคือเรื่องของมนุษย์ที่ต้องเรียนรู้จะอยู่กับความก้าวหน้าที่พราก "ความหมายส่วนตัว" บางอย่างไปจากชีวิต — และถ้าเราเริ่มเห็นคอมเมนต์แบบนี้เยอะขึ้นเรื่อยๆ นั่นแหละคือสัญญาณจริงว่า AI กำลังเข้าไปแตะพื้นที่หัวใจของคน ไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน



ที่มา: Simon Willison's Weblog — อ่านต้นฉบับ


#AI #Mathematics #OpenAI

🔗 อ่านต่อ · สินค้าและคำถามที่เกี่ยวข้อง

สินค้ามาแรงตอนนี้

คนขายของถามบ่อย

ความคิดเห็น 4

กำลังโหลดความคิดเห็น...