ข่าวเด่น
Social Media
Meta ตัดโฆษณา ByteDance ทิ้งทั้งเครือข่าย สงครามโซเชียลรอบใหม่เริ่มแล้ว
ไม่ใช่แค่แบนโฆษณา แต่คือการปิดประตูไม่ให้คู่แข่งใช้พื้นที่ของตัวเองหาลูกค้า
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
เมื่อคู่แข่งกลายเป็นลูกค้าไม่ได้ Meta เลือกที่จะไม่รับเงินจาก ByteDance เลยสักบาท — นี่มันเกมระดับไหนกันแน่
เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา Meta ประกาศแบนโฆษณาทั้งหมดจาก ByteDance บริษัทแม่ของ TikTok ในสหรัฐฯ และอีกหลายประเทศ ตามรายงานของ Bloomberg ที่ออกมาก่อนหน้านี้ ซึ่งหมายความว่าตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป ByteDance จะไม่สามารถยิงโฆษณาหรือข้อความทางการตลาดแบบเสียเงินบนแพลตฟอร์มของ Meta ได้อีก รวมถึงโฆษณาบุคคลที่สามที่ลิงก์ไปยังบริการของ ByteDance ด้วย
ฟังดูเหมือนเป็นแค่มาตรการทางธุรกิจธรรมดา แต่ถ้าดูบริบทให้ดี มันไม่ธรรมดาเลย Meta กับ ByteDance เป็นคู่แข่งกันตรงๆ อยู่ในสนามโซเชียลมีเดียด้วยกัน ทั้ง Facebook, Instagram, Threads ฝั่งหนึ่ง กับ TikTok อีกฝั่งหนึ่งที่แย่งเวลาและความสนใจของผู้ใช้ไปแบบนับไม่ถ้วน
ปกติแล้วแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียแทบไม่เคยแบนโฆษณาจากคู่แข่งกันเอง เพราะมันคือรายได้ตรงๆ ที่เข้ามาแบบไม่ต้องไปแย่งใคร ต่อให้เป็นคู่แข่งกันยังไง เงินก็คือเงิน แต่ Meta เลือกที่จะไม่รับเงินก้อนนี้ ซึ่งบอกอะไรได้เยอะ
การแบนครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องโฆษณา มันคือการตัดช่องทางที่ ByteDance จะใช้แพลตฟอร์มของ Meta ในการดึงผู้ใช้ใหม่หรือโปรโมทบริการของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น TikTok เองหรือแอปอื่นในเครือ การที่ Meta บล็อกไม่ให้คู่แข่งใช้พื้นที่ของตัวเองหาลูกค้า คือการปิดประตูในระดับโครงสร้าง
คำถามคือแล้ว ByteDance จะทำยังไงต่อไป ในเมื่อช่องทางโฆษณาหลักอย่าง Meta ถูกปิด พวกเขาต้องหันไปพึ่งช่องทางอื่น ไม่ว่าจะเป็น Google, X หรือแพลตฟอร์มเล็กๆ ที่ยังเปิดรับ ซึ่งอาจทำให้ต้นทุนการหาลูกค้าสูงขึ้น
อีกด้านหนึ่ง นักการตลาดที่เคยใช้ Meta เป็นสะพานในการยิงโฆษณาไปยัง TikTok หรือบริการอื่นของ ByteDance ก็ต้องปรับแผนกันใหม่ เพราะเส้นทางนั้นถูกตัดไปแล้ว
ที่น่าสนใจคือการแบนนี้เกิดขึ้นในสหรัฐฯ และอีกหลายประเทศ แต่ไม่ได้ระบุชัดว่าครอบคลุมประเทศไหนบ้าง ซึ่งอาจหมายความว่า Meta กำลังทยอยขยายขอบเขตการแบนออกไปเรื่อยๆ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ทางกฎหมายและการเมืองในแต่ละภูมิภาค
ต้องยอมรับว่าสงครามระหว่าง Meta กับ ByteDance ไม่ได้เพิ่งเริ่ม มันร้อนแรงมาตั้งแต่ TikTok เริ่มแซง Instagram ในกลุ่มผู้ใช้รุ่นใหม่ และ Threads ก็ถูกเปิดตัวออกมาเพื่อสู้กับ TikTok โดยตรง การแบนโฆษณาครั้งนี้จึงเป็นหมากอีกตัวในเกมที่ทั้งสองฝ่ายต่างรู้ดีว่าศัตรูคือใคร
การที่ Meta ยอมเสียรายได้จากโฆษณา ByteDance เพื่อปิดประตูคู่แข่ง บอกชัดว่าสงครามโซเชียลมีเดียรอบนี้ไม่ได้วัดกันที่ใครมีฟีเจอร์เจ๋งกว่า แต่เป็นการตัดขาดกันไปเลย — และคนที่ต้องปรับตัวหนักที่สุดอาจไม่ใช่ ByteDance แต่เป็นนักการตลาดที่ต้องหาเส้นทางใหม่ทั้งหมด
ที่มา: The Verge — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 1
กำลังโหลดความคิดเห็น...