เจาะประเด็น
Chips
Qualcomm ทุบสถิติ! CPU มือถือตัวแรกของโลกที่วิ่งแตะ 5GHz ได้จริง
ไม่ใช่แค่ตัวเลขโชว์ แต่คือการประกาศศักดาว่าโทรศัพท์เราจะเร็วเท่าโน้ตบุ๊กระดับไฮเอนด์แล้ว
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
คำถามคือ... แบตเตอรี่จะอยู่ถึงเย็นไหม? เพราะความแรงระดับนี้มันมาพร้อมราคาที่ต้องจ่ายเสมอ
เพิ่งเห็นข่าวนี้ปุ๊บ ผมก็แบบ... โอโห Qualcomm แกทำได้จริงว่ะ ใครจะไปคิดว่า CPU บนสมาร์ทโฟนจะวิ่งที่ความเร็ว 5GHz ได้เป็นรายแรกของวงการ นี่มันระดับเดียวกับซีพียูในโน้ตบุ๊กเกมมิ่งเลยนะ ไม่ใช่แค่เรื่องประชาสัมพันธ์ แต่คือการยกระดับมาตรฐานใหม่ทั้งวงการชิปมือถือเลยล่ะ
ต้องเข้าใจก่อนว่า "5GHz" ไม่ใช่แค่ตัวเลขสวยๆ ที่เอาไว้โชว์ในสไลด์พรีเซนเทชัน แต่หมายถึงความเร็วสัญญาณนาฬิกาของซีพียูที่สูงที่สุดเท่าที่เคยมีมาในอุปกรณ์พกพา เมื่อก่อนเรามองว่า 3GHz ก็โคตรแรงแล้วสำหรับมือถือ พอมาเจอ 4GHz ก็คิดว่าน่าจะถึงขีดจำกัดแล้ว แต่ Qualcomm มาเหนือคาดด้วยการดัน Oryon CPU ของตัวเองไปถึงหลัก 5GHz ได้สำเร็จ
ข่าวนี้มาจากกระทู้ Reddit ในห้อง r/hardware ซึ่งเป็นชุมชนที่คนสายเทคนิคตัวจริงจับตากันตลอด ไม่ใช่เพจข่าวเทคโนโลยีทั่วไปที่ชอบพาดหัวเว่อร์ๆ แต่ข้อมูลดิบจาก Qualcomm เองที่ยืนยันว่า Oryon CPU เป็นชิปมือถือตัวแรกที่ทำความเร็วระดับนี้ได้ ซึ่งถ้าจำกันได้ Oryon คือสถาปัตยกรรมที่ Qualcomm ได้มาจากการซื้อกิจการ Nuvia เมื่อปี 2021 ตอนนั้นหลายคนมองว่าซื้อแพงไป แต่ตอนนี้เริ่มเห็นผลตอบแทนชัดๆ แล้ว
การที่ Qualcomm ทำได้แบบนี้ มันสะเทือนไปถึงคู่แข่งโดยตรง โดยเฉพาะ Apple ที่ใช้ชิป M-series ใน iPad Pro และ MacBook ซึ่งเค้าคุยโม้เรื่องประสิทธิภาพมาตลอด แต่ตอนนี้ Qualcomm กล้าท้าชนในระดับเดียวกันแล้ว แถมยังเป็นชิปที่ออกแบบมาสำหรับมือถือโดยเฉพาะ ไม่ใช่ชิปโน้ตบุ๊กที่ยัดลงแท็บเล็ต
แต่อีกด้านหนึ่งที่ผมอดคิดไม่ได้คือเรื่องความร้อนและการจัดการพลังงาน เพราะซีพียูที่วิ่งเร็วขนาดนี้ ย่อมกินไฟและสร้างความร้อนมหาศาล แน่นอนว่าคนที่ซื้อเรือธงรุ่นใหม่คงไม่กังวลเรื่องแบตเท่าไหร่ แต่สำหรับคนที่ใช้มือถือระดับกลางหรือแฟล็กชิปรุ่นเก่า อาจต้องคิดหนักว่าคุ้มค่าที่จะอัปเกรดหรือไม่ เพราะถ้าซื้อมาแล้วแบตหมดไวเกินไป แม้จะแรงแค่ไหนก็ใช้งานได้ไม่เต็มที่
อีกมุมที่ต้องจับตาคือระบบระบายความร้อนในสมาร์ทโฟน ผู้ผลิตต้องคิดระบบ VC (Vapor Chamber) หรือพัดลมระบายอากาศในตัวเครื่องให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะทำให้เครื่องหนาและหนักขึ้น แถมราคาอาจสูงขึ้นตามต้นทุนการผลิตด้วย
ประสิทธิภาพที่เหนือชั้น
Oryon CPU 5GHz ทำให้มือถือประมวลผลหนักๆ ได้แบบไม่สะดุด ไม่ว่าจะเล่นเกมกราฟิกสูงหรือตัดต่อวิดีโอ 4K
ความร้อนที่ต้องจัดการ
ความเร็วที่สูงขึ้นมาพร้อมความร้อนที่มากขึ้น ผู้ผลิตต้องออกแบบระบบระบายความร้อนให้มีประสิทธิภาพ
แบตเตอรี่ที่ต้องชดใช้
ความแรงระดับนี้ย่อมแลกมาด้วยพลังงานที่มากขึ้น ผู้ใช้ต้องชาร์จบ่อยขึ้นแน่นอน
ผมมองว่าการที่ Qualcomm ทำแบบนี้ มันคือการวางหมากระยะยาวเพื่อดึงดูดคนที่ต้องการพลังประมวลผลสูงสุดในพกพา ไม่ใช่แค่ชนะใจสายเกมเมอร์มือถือ แต่ยังรวมถึงสายครีเอเตอร์ที่ทำงานนอกสถานที่ตลอดเวลา แต่ก็ต้องยอมรับว่าไม่ใช่ทุกคนจะได้ประโยชน์จากสเปกขนาดนี้ เพราะการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน อย่างการเล่นโซเชียลหรือดูหนังฟังเพลง ชิป 3GHz ก็เพียงพอแล้ว
สรุปคือ Qualcomm ทำอะไรที่ไม่มีใครกล้าทำมาก่อน และนี่คือบทพิสูจน์ว่าเทคโนโลยีมือถือก้าวไปอีกขั้นจริงๆ แต่คำถามต่อไปคือ... แบตเตอรี่จะทนไหวไหม? เพราะความแรงที่แลกมาด้วยแบตหมดเร็ว คงไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนต้องการแน่นอน
ที่มา: Reddit r/hardware — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 3
กำลังโหลดความคิดเห็น...