เจาะประเด็น
Audio / Sony
Sony หวนคืนตำนาน XM4 ในรอบ 6 ปี นี่คือการกลับมาที่แฟนๆ รอคอยหรือแค่อัปเกรดเล็กน้อย?
ในวันที่คู่แข่งไล่บี้ไม่หยุด โซนี่ตัดสินใจดึงโมเดลในตำนานกลับมาอีกครั้ง แต่คำถามคือ มันยังเก๋าเกมอยู่ในยุคที่หูฟังราคาแรงๆ เต็มตลาดหรือเปล่า
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
การที่แบรนด์ดังเลือกจะ "รื้อ" โมเดลเก่าที่เคยประสบความสำเร็จสูงสุดกลับมาขายใหม่ มันคือความมั่นใจในคอนเซ็ปต์ หรือแค่วิธีหากำไรแบบเสี่ยงๆ กันแน่?
ย้อนกลับไปในฤดูใบไม้ร่วงปี 2020 โลกของเรายังยุ่งวุ่นวายกับการล็อกดาวน์ แต่ในวงการเครื่องเสียงมันกลับคึกคัดสุดๆ เพราะโซนี่ปล่อย WH-1000XM4 ออกมาท่ามกลางสงครามตัดเสียงรบกวนที่ดุเดือดกับ Bose พอๆ กับที่แฟนๆ ตั้งตารอ มันคือหูฟังที่กวาดคำชมไปทั่วโลก ขึ้นแท่นท็อปลิสต์หูฟังยอดเยี่ยมแห่งยุคยาวนานหลายปี ตอนนั้นมันคือ "ที่สุด" ของทุกอย่าง ทั้งเสียง คุณภาพ ANC และขนาดที่กระชับพกพาง่าย
แล้วอยู่ดีๆ ผ่านไป 6 ปี ในวันที่ตลาดเต็มไปด้วยหูฟังรุ่นใหม่ที่บางเบาและแพงขึ้นเรื่อยๆ โซนี่ก็ตัดสินใจหยิบตำนานรุ่นนี้กลับมาปัดฝุ่นขายใหม่ในชื่อรุ่น XM4C (หรือที่หลายคนเรียกว่า XM4 Comfort) มันคือการตัดสินใจที่ชวนให้คนอย่างเราต้องหยุดคิดตามสักพักว่า... ทำไมไม่เอาของใหม่อย่าง XM5 หรือ XM6 มาปั่นกระแส?
ต้องเข้าใจก่อนว่า XM4 ดั้งเดิมไม่ใช่แค่หูฟังธรรมดา แต่คือหมุดหมายของยุคสมัยที่การตัดเสียงรบกวนแบบ ANC ยังเป็นสนามรบหลักของสองค่ายยักษ์ใหญ่ ทุกครั้งที่ปล่อยรุ่นใหม่ มันต้องดีกว่ารุ่นก่อนแบบก้าวกระโดดจนเห็นได้ชัด และ XM4 คือหมัดสุดท้ายที่ทำให้โซนี่ชนะขาดในสมรภูมินั้น ด้วยเสียงที่ไพเราะเป็นธรรมชาติ ระบบตัดเสียงที่แน่นหนึบจนเหมือนอยู่ในสุญญากาศ และที่สำคัญคือมันมีขนาดกะทัดรัดกว่า Bose QC รุ่นนั้นๆ พอสมควร
การกลับมาครั้งนี้ในชื่อ XM4C จึงไม่ใช่แค่การเอารุ่นเก่ามาขายซ้ำ แต่โซนี่เคลมว่าพวกเขาปรับจูนภายในใหม่ ให้เสียงเบสกระชับขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย และที่เห็นได้ชัดคือน้ำหนักที่เบาลงจนแทบไม่รู้สึกว่าสวมใส่ ฟังดูเป็นสเปกที่ "ดีขึ้น" แต่ในฐานะคนที่ฟังหูฟังมานาน ผมว่ามันคือการยอมรับอย่างเงียบๆ ว่า XM5 ที่ผ่านมา (หรือแม้แต่ XM6 ที่กำลังจะมา) มันไปไกลเกินกว่าความต้องการของคนฟังทั่วไปแล้ว
เสียงที่ดีขึ้นจริงไหม?
จากที่ทดลองฟังเบื้องต้น (อ้างอิงจากต้นฉบับ) มันให้รายละเอียดเสียงสูงที่เปิดกว้างกว่าเดิม แต่ยังคงลายเซ็นเสียงอบอุ่นแบบ XM4 ที่หลายคนหลงรักไว้ครบ
ความสบายในการใส่
น้ำหนักที่ลดลงและวัสดุหูฟองน้ำใหม่ที่หนานุ่มขึ้น คือคำตอบของคนที่บ่นว่า XM5 ใส่แล้วกดทับกระหม่อมจนเมื่อย นี่คือการกลับมาเอาอกเอาใจคนกลุ่มนี้โดยเฉพาะ
ราคาและการวางตำแหน่ง
วางขายในราคาที่ถูกกว่า XM6 รุ่นท็อปพอสมควร มันคือการตั้งกำแพงรับตลาดกลางที่กำลังถูกหูฟังจีนราคาถูกบุกตลาดอยู่ทุกวัน
แต่นี่แหละคือจุดที่ผมอยากฟันธงว่า การกลับมาของ XM4C มันไม่ได้แปลว่าโซนี่ "หมดมุก" แต่พวกเขากำลังเล่นเกมส์ที่ฉลาดมากๆ นั่นคือการดึง "เรือธงในความทรงจำ" ที่คนส่วนใหญ่ยังคิดถึง มาขายในราคาที่เอื้อมถึงได้ง่ายขึ้น ในขณะที่คู่แข่งอย่าง Bose หรือ Apple กำลังไล่ยิงนวัตกรรมแพงๆ ใส่กัน โซนี่เลือกที่จะยึดพื้นที่ความรู้สึกของคนที่อยากได้หูฟังดีๆ สักตัว ใช้ได้อีก 5 ปี โดยไม่ต้องจ่ายแพงจนเกินเหตุ
ที่จริงแล้วมันก็แอบเศร้าเล็กน้อยนะครับ เพราะมันเหมือนการบอกว่าเทคโนโลยี ANC ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมามัน "อิ่มตัว" แล้ว การไล่ล่าความสมบูรณ์แบบมันถึงทางตัน การกลับมาขายของเก่าที่เคยดีที่สุดในราคาย่อมเยาว์จึงไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่คือการยอมรับความจริงของตลาดว่าคนส่วนใหญ่ไม่ได้ต้องการ "เจ๋งที่สุด" แต่ต้องการ "ดีที่สุดในราคาที่จ่ายไหว"
สำหรับใครที่กำลังคิดจะซื้อหูฟัง ANC สักตัวในปีนี้ ถ้าคุณไม่ใช่สายออดิโอไฟล์ที่ต้องไล่ฟังรายละเอียดทุกเม็ดเสียง การรอ XM4C วางขายอาจเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุดในรอบหลายปี เพราะคุณได้ทุกอย่างที่เคยทำให้ XM4 เป็นตำนาน แต่เพิ่มความสบายและราคาที่สมเหตุสมผลขึ้นมา มันคือ "การกลับมาของราชา" ที่ไม่ได้มาพร้อมมงกุฎใหม่ แต่มาพร้อมบัลลังก์ที่นั่งสบายกว่าเดิม
ผมมองว่าการตัดสินใจครั้งนี้ของโซนี่คือหมากที่ "ปลอดภัยและแกร่ง" ที่สุดในรอบหลายปี พวกเขาไม่ต้องเสี่ยงพัฒนาอะไรใหม่ๆ ที่อาจพลาดท่า แต่เลือกที่จะยืนบนความสำเร็จที่พิสูจน์แล้วว่าเวิร์ก แค่ปรับปรุงจุดบกพร่องเล็กน้อยแล้วส่งลงสนามราคากลาง นี่คือบทเรียนที่แบรนด์ดังหลายเจ้ายังไม่เข้าใจว่า บางครั้งการ "กลับไปหาเพื่อนเก่า" ก็ดีกว่าการวิ่งไล่จับเพื่อนใหม่ไม่รู้จบ
ที่มา: The Verge — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 5
กำลังโหลดความคิดเห็น...