อัปเดต
Hardware
เราเตอร์ตัวแรง WavKong V2700 วางขายจริงแล้ว หลังกวาดเงินระดมทุนเกลี้ยง
ลืมเรื่องการติดเร้าเตอร์หลายตัวไปได้เลย เมื่อแบรนด์นี้เลือกแก้ปัญหาไวไฟบ้านด้วยการอัดสัญญาณแรงจากต้นทาง
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
ไวไฟบ้านที่ดี ไม่ควรวัดกันที่จำนวนตัวกระจายสัญญาณที่เกะกะเต็มบ้าน แต่ควรเริ่มจากการปล่อยสัญญาณให้แรงและนิ่งตั้งแต่เครื่องแม่ข่ายต่างหาก
หลังจากที่ปล่อยให้คนสนับสนุนในเว็บระดมทุนรอลุ้นกันอยู่พักใหญ่ ตอนนี้ WavKong ก็พร้อมส่งเราเตอร์รุ่นเรือธงอย่าง V2700 ออกมาวางขายจริงในตลาดเรียบร้อยแล้ว หลังจากเคลียร์ออร์เดอร์ของคอเทคโนโลยีใน Kickstarter จนครบถ้วนสมบูรณ์
ไอเดียเบื้องหลังของเจ้ารุ่นนี้มันน่าสนใจตรงที่เขาไม่ได้แก้ปัญหาเรื่องสัญญาณไวไฟทั่วบ้านด้วยการเดินสายหรือซื้อตัวกระจายสัญญาณเพิ่มเป็นโหลๆ แบบที่ค่ายอื่นชอบทำกัน แต่เลือกที่จะกลับไปตั้งต้นที่จุดพื้นฐานที่สุด นั่นคือการทำให้อุปกรณ์ตัวหลักมันปล่อยสัญญาณออกมาให้แรงและเสถียรที่สุดตั้งแต่ต้นทาง
พูดง่ายๆ คือ แทนที่จะแก้ปลายเหตุด้วยการหาอะไรมาช่วยทวนสัญญาณไปเรื่อยๆ จนระบบมันซับซ้อนและร่วงง่าย เขากลับเลือกใช้โหนดจำนวนน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ครอบคลุมพื้นที่บ้านหลังใหญ่หรือบ้านที่มีโครงสร้างซับซ้อนได้อย่างอยู่หมัด อันนี้คือแนวคิดที่ฉีกออกไปจากตลาดเราเตอร์ยุคนี้พอสมควร
ในแง่ของการใช้งานจริง มันแก้ปัญหาปวดหัวที่เราเจอกันประจำเวลาเดินไปมุมอับของบ้าน ไม่ว่าจะเป็นห้องนอนลูกที่อยู่ชั้นบนสุดและต้องใช้เน็ตเรียนไปด้วยสตรีมไปด้วย โรงรถ พื้นที่ปาร์ตี้หลังบ้าน หรือแม้กระทั่งกล้องวงจรปิดที่ติดไว้ไกลๆ แถวโรงเก็บของ
เป้าหมายของเทคโนโลยีนี้คือการทำให้สัญญาณอินเทอร์เน็ตมันวิ่งไปถึงจุดที่คนใช้งานจริงๆ ไม่ใช่แค่กระจุกตัวอยู่แค่ห้องที่วางเร้าเตอร์ไว้เหมือนที่ผ่านมา ซึ่งบ้านเราหลายคนน่าจะเคยเจออาการยืนห่างจากเร้าเตอร์แค่ไม่กี่เมตรแต่เน็ตหมุนติ้วเพราะกำแพงบ้านหนาเตอะ
การที่ WavKong ตัดสินใจกระโดดลงมาลุยตลาดคอมเมอร์เชียลเต็มตัวรอบนี้ น่าจะทำให้ตลาดอุปกรณ์เครือข่ายหันมาทบทวนเรื่องการออกแบบผลิตภัณฑ์กันใหม่ เพราะบางทีผู้ใช้งานไม่ได้อยากได้บ้านที่เต็มไปด้วยกล่องกระจายสัญญาณหน้าตาประหลาดเต็มไปหมด แค่มีตัวหลักเจ๋งๆ สักตัวที่เอาอยู่ ก็น่าจะตอบโจทย์ชีวิตประจำวันมากกว่าเยอะ
การกลับมาของ WavKong V2700 พิสูจน์ให้เห็นว่า ตลาดเราเตอร์ยังโตได้อีกถ้าแก้ปัญหาตรงจุด ไม่ใช่แค่แข่งกันออกรุ่นย่อยที่เพิ่มภาระให้ผู้บริโภค
ที่มา: TechPowerUp — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 0
กำลังโหลดความคิดเห็น...