เจาะประเด็น
Hardware
Ryzen 5 5500F แรงกว่า 5500 ถึง 16% ในเกม ทั้งที่สเปกเดียวกันเป๊ะ
ชิป 99 ดอลลาร์ที่หลายคนคิดว่าแค่เปลี่ยนชื่อ กลับทำคะแนนนำรุ่นพี่ในเกมที่กิน CPU หนักๆ
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
บางทีคำว่า "rebadge" ที่เราพูดกันปากเปียก อาจไม่จริงเสมอไป เมื่อตัวเลขจากการทดสอบเริ่มพูดแทน
เราคา 99 ดอลลาร์เท่ากัน จำนวนคอร์เท่ากัน สเปกบนกระดาษแทบจะก็อปกันมา แต่ AMD Ryzen 5 5500F กลับวิ่งนำ Ryzen 5 5500 ไปไกลถึง 16% ในเกมบางตัว นี่คือผลทดสอบจาก YouTuber ช่อง RandomGaminginHD ที่เพิ่งปล่อยออกมา และมันทำให้คำถามที่ว่า "5500F มันก็แค่ 5500 เปลี่ยนชื่อใช่ไหม" เริ่มตอบยากขึ้นทันที
ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า 5500 กับ 5500F มันอยู่ตลาดเดียวกัน ราคาใกล้กัน และ AMD เองก็ไม่ได้โปรโมตว่าตัว F จะแรงกว่าเลยด้วยซ้ำ คนส่วนใหญ่จึงเหมารวมว่ามันคือชิปตัวเดียวกันที่แปะชื่อใหม่ แต่ผลทดสอบรอบนี้กลับบอกอีกอย่าง
การทดสอบครั้งนี้จับทั้งสองชิปมาเสียบกับการ์ดจอ RX 9060 XT 16 GB แล้วรันเกมทั้งหมด 7 ตัวที่ความละเอียด 1080p ซึ่งเป็นความละเอียดที่คนส่วนใหญ่ยังเล่นกันจริง และเป็นจุดที่ CPU เริ่มมีบทบาทชัดเจนขึ้น
ผลที่ออกมาคือ 5500F นำในเกมที่กิน CPU หนักๆ อย่างชัดเจน โดยเฉพาะ Battlefield 6 ที่ห่างกันถึง 16% ตามมาด้วย Cyberpunk 2077 ที่ 11%, GTA V: Enhanced ที่ 9% และ Counter-Strike 2 ที่ 8%
Battlefield 6
ห่างกัน 16% เป็นเกมที่ 5500F นำมากที่สุดในการทดสอบนี้
Cyberpunk 2077
ห่างกัน 11% ยังเป็นเกมที่ CPU มีผลชัดเจน
GTA V: Enhanced
ห่างกัน 9% ยังเห็นความต่างได้ชัด
Counter-Strike 2
ห่างกัน 8% ยังนำอยู่แต่เริ่มแคบลง
แต่พอเจอเกมที่กิน GPU หนักกว่า CPU อย่าง Crimson Desert กับ Red Dead Redemption 2 ช่องว่างกลับหดเหลือเลขหลักเดียวหรือแทบหายไปเลย เพราะ RX 9060 XT กลายเป็นคอขวดแทน CPU ไปแล้ว นี่คือจุดที่ต้องเข้าใจให้ดี — 5500F ไม่ได้แรงกว่าในทุกสถานการณ์ มันแรงกว่าเฉพาะตอนที่ CPU คือตัวจำกัดเฟรมเรตจริงๆ
และต้องพูดตรงๆ ว่าทั้งหมดนี้มาจากการทดสอบชุดเดียว ระบบเดียว เกม 7 ตัว ซึ่งยังไม่พอจะฟันธงว่ามันจะต่างกันแบบนี้ในทุกการตั้งค่าหรือทุกเครื่อง ตัวเลข 16% อาจดูหวือหวา แต่บริบทของมันแคบกว่าที่หลายคนอาจคิดเมื่อเห็นพาดหัว
สำหรับคนที่กำลังจะซื้อชิปในงบประมาณนี้ ประเด็นไม่ใช่ว่า 5500F ดีกว่า 5500 แบบขาดลอย แต่มันคือการที่ AMD ปล่อยชิปที่คนเข้าใจผิดว่าเป็นตัวเดียวกันออกมาในราคาเท่ากัน แล้วผลทดสอบกลับบอกว่ามันไม่เหมือนกันซะทีเดียว ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้จริงในวงกว้าง คำถามที่ตามมาคือ แล้ว AMD จะแยกสองรุ่นนี้ออกจากกันทำไมในเมื่อราคาเท่ากัน
ตัวเลข 16% จากระบบทดสอบเดียวไม่พอจะฟันธง แต่ก็พอจะทำให้คำว่า "rebadge" ที่เราติดปากกันมาสั่นคลอนได้บ้าง รอผลทดสอบจากหลายสำนักก่อนค่อยสรุป แต่อย่างน้อยตอนนี้ 5500F ก็ไม่ใช่แค่ 5500 ที่เปลี่ยนชื่อเฉยๆ อย่างที่หลายคนคิด
ที่มา: TechPowerUp — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 4
กำลังโหลดความคิดเห็น...