เจาะประเด็น
AUTOMOTIVE / AI
GM เลิกขายแค่เหล็ก? เตรียมบุกโลกซอฟต์แวร์ ส่งรถไร้คนขับไปซักรีดแทนคุณ
เมื่อยักษ์ใหญ่ดีทรอยต์อยากสลัดภาพรถกระบะกินน้ำมัน มาสวมวิญญาณบริษัท Tech เต็มตัว
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
การที่บริษัทรถยนต์บอกว่าจะกลายเป็นบริษัทซอฟต์แวร์ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่การที่ GM กล้าพูดเรื่องให้รถไปส่งซักแห้งเองได้ อันนี้คือความมั่นหน้าขั้นสุดที่น่าจับตามอง
การที่เราเห็น General Motors หรือ GM ออกมาประกาศกร้าวในงาน Onward ว่าตัวเองไม่ใช่แค่คนทำรถกระบะคันยักษ์หรือ SUV กินน้ำมันอีกต่อไป แต่นี่คือ "บริษัทเทคโนโลยี" ที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์และ AI มันทำให้คนในวงการต้องขยี้ตาแรงๆ เพราะนี่คือการเดิมพันครั้งใหญ่เพื่อความอยู่รอดในโลกที่รถยนต์กำลังกลายเป็นคอมพิวเตอร์ติดล้อไปทุกที
เอาจริงดิ? แผนของ GM คือการเปลี่ยนรถยนต์ให้กลายเป็นอุปกรณ์ที่ฉลาดขึ้นเรื่อยๆ ผ่านการอัปเดตซอฟต์แวร์ที่รวดเร็วทันใจ ไม่ใช่ซื้อรถมาแล้วฟีเจอร์หยุดอยู่แค่วันที่ออกจากโชว์รูม แต่อุปกรณ์ข้างในต้องเก่งขึ้นเรื่อยๆ เหมือนเราอัปเดตสมาร์ทโฟนนั่นแหละ ซึ่งอันนี้ผมมองว่ามาถูกทาง เพราะใครๆ ก็เบื่อการที่ต้องรอรถรุ่นใหม่ปีหน้าถึงจะได้ใช้ฟีเจอร์เด็ดๆ ทั้งที่จริงๆ มันแค่แก้โค้ดก็จบแล้ว
ไฮไลต์ที่ทำเอาคนฟังหูผึ่งคือเรื่องการเอา AI มาคุมระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติให้ล้ำไปอีกขั้น ถึงขนาดที่ผู้บริหารกล้าเคลมว่า ในอนาคตรถของคุณจะสามารถออกไปทำธุระแทนคุณได้เลย เช่น การขับไปส่งผ้าที่ร้านซักแห้งแล้ววนกลับมาเอง อันนี้คือความสะดวกสบายแบบที่คนขี้เกียจ (แบบผม) ฝันหามานาน แต่มันจะทำได้จริงเมื่อไหร่ และกฎหมายจะยอมไหม อันนี้แหละที่ยังเป็นเครื่องหมายคำถามตัวโตๆ
การขยับตัวครั้งนี้มันสะท้อนว่า GM รู้ตัวดีว่าถ้ายังยึดติดกับการขายเหล็กหนักๆ ต่อไป มีหวังได้กลายเป็นไดโนเสาร์แน่ๆ การประกาศตัวเป็น Software-defined Tech Player จึงไม่ใช่แค่การตลาดสวยหรู แต่มันคือการพยายามสร้างรายได้ใหม่ๆ จากบริการเสริมและซอฟต์แวร์ที่จะตามมาในอนาคต ซึ่งเป็นโมเดลที่บริษัท Tech ระดับโลกเขาทำกันจนรวยเละมาแล้ว
ระบบอัปเดตที่ไวขึ้น
เน้นการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่สามารถส่งฟีเจอร์ใหม่ๆ เข้าสู่ตัวรถได้ทันทีผ่านระบบคลาวด์
AI ขับเคลื่อนอัตโนมัติ
การพัฒนาให้รถสามารถทำธุระส่วนตัวแทนเจ้าของได้ เช่น การไปรับ-ส่งของ
โครงสร้างพื้นฐานใหม่
การรวมศูนย์ระบบประมวลผลและแบตเตอรี่ให้ทำงานสอดประสานกับซอฟต์แวร์มากขึ้น
แต่ปัญหาคือ ความท้าทายมันไม่ได้อยู่ที่การเขียนโค้ด แต่อยู่ที่การเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรจากบริษัทรถยนต์ร้อยปีให้มาคิดแบบสตาร์ทอัพ ซึ่งที่ผ่านมาเราก็เห็นความตะกุกตะกักของระบบซอฟต์แวร์ในรถไฟฟ้าบางรุ่นของ GM มาแล้ว งานนี้เลยยังฟันธงไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าจะเป็นของจริงหรือแค่ราคาคุยเพื่อปั่นราคาหุ้นกันแน่
ถึงอย่างนั้น การที่ยักษ์ใหญ่ออกมาขยับแบบนี้ก็ทำให้วงการตื่นตัวไม่น้อย ถ้า GM ทำได้จริงตามที่คุยไว้ เราอาจจะได้เห็นภาพรถเปล่าๆ วิ่งไปรับพิซซ่าหรือส่งซักผ้าเป็นเรื่องปกติในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ซึ่งมันจะเปลี่ยนวิถีชีวิตคนเมืองไปคนละเรื่องเลยล่ะครับ
GM กำลังพยายามหนีตายจากภาพลักษณ์เดิมๆ แต่ความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่สเปกในกระดาษ มันอยู่ที่ว่าซอฟต์แวร์จะ "เสถียร" พอให้คนไว้ใจปล่อยรถไปวิ่งเองได้จริงหรือเปล่า
ที่มา: The Verge — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 0
กำลังโหลดความคิดเห็น...