เจาะประเด็น
CHIPS
เกาหลีใต้ทุ่ม 6.6 แสนล้านดอลลาร์สร้างโรงชิปในประเทศ ยุโรปฝันถึงโรงงานตัวเองต่อไป
เงินก้อนนี้ไม่ได้แค่ซื้อเครื่องจักร แต่ซื้อตำแหน่งในห่วงโซ่อุปทานโลกที่ยุโรปยังยืนมองอยู่ข้างสนาม
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 4 นาที
คำถามคือ ยุโรปจะยอมเป็นแค่ลูกค้าที่ซื้อชิปจากคนอื่นไปอีกกี่ทศวรรษ
เกาหลีใต้เพิ่งประกาศตัวเลขที่ทำให้คนทั้งวงการชิปต้องหันมามอง คือการทุ่มเงินราว 660,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ลงไปกับการสร้างฐานการผลิตชิปในประเทศตัวเอง ไม่ใช่แค่ขยายไลน์เดิม แต่คือการวางเดิมพันระดับชาติว่าเซมิคอนดักเตอร์คือกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจ และประเทศนี้จะไม่ยอมให้ใครมาคุมเกมแทน
ตัวเลขนี้ใหญ่จนต้องหยุดอ่านอีกรอบ หกแสนหกล้านดอลลาร์ ไม่ใช่เงินที่บริษัทเอกชนที่ไหนจะควักเองได้สบายๆ นี่คือระดับที่รัฐบาลต้องเข้ามายืนเป็นแกนหลัก แล้วลากเอกชนอย่าง Samsung หรือ SK Hynix เข้ามาในเกมด้วย แปลว่าที่ผ่านมาเกาหลีใต้ไม่ได้แค่ "สนับสนุน" อุตสาหกรรมชิป แต่กำลังยกระดับมันเป็นนโยบายความมั่นคงแห่งชาติไปแล้ว
พาดหัวข่าวต้นฉบับพูดตรงๆ ว่า "ความฝันเรื่องโรงงานชิปของยุโรป รอไปก่อนได้" ซึ่งก็ตรงตามเนื้อผ้า ยุโรปมีแผน European Chips Act ที่ตั้งเป้าดึงส่วนแบ่งการผลิตชิปโลกขึ้นมาให้ได้ราว 20% แต่พอเทียบกับตัวเลขที่เกาหลีใต้เพิ่งประกาศลงไป คำถามคือแผนของยุโรปจะแข่งขันได้จริงหรือเปล่าเมื่อคู่แข่งในเอเชียทุ่มกันระดับนี้
ปัญหาใหญ่ของยุโรปไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่คือความเร็วและความต่อเนื่องในการตัดสินใจ การจะสร้างโรงงาน fab สักแห่งต้องใช้ทั้งเงินทุนมหาศาล พลังงานราคาถูก บุคลากรเฉพาะทาง และที่สำคัญคือความแน่นอนของนโยบายระยะยาว ยุโรปมีข้อได้เปรียบเรื่องบุคลากรและงานวิจัย แต่การแปลงงานวิจัยเป็นโรงงานผลิตจริงคือจุดที่ช้ากว่าคนอื่นมาหลายปี
ถ้าเกาหลีใต้ทุ่มเงินระดับนี้จริง นั่นหมายถึงกำลังการผลิตชิปในประเทศจะเพิ่มขึ้นมหาศาล ทั้งในกลุ่มหน่วยความจำที่เกาหลีใต้แข็งอยู่แล้ว และชิปขั้นสูงที่กำลังแย่งกันกับไต้หวันและสหรัฐฯ ผลคือภูมิทัศน์การผลิตชิปโลกจะยิ่งกระจุกตัวอยู่ในเอเชียตะวันออกมากขึ้นไปอีก
สำหรับยุโรป นี่คือการตอกย้ำว่าการพึ่งพาการนำเข้าชิปจากเอเชียจะยังคงเป็นความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ต่อไปอีกนาน รถยนต์ยุโรป เครื่องจักรอุตสาหกรรม ระบบพลังงาน ไปจนถึงเครื่องใช้ในบ้าน ล้วนต้องใช้ชิปทั้งนั้น ถ้าซัพพลายไม่นิ่งหรือราคาแกว่ง ยุโรปก็จะเจ็บหนักกว่าคนที่ผลิตเองได้
มุมที่ผมคิดว่าน่าสนใจกว่าตัวเลข คือจังหวะเวลา เกาหลีใต้เลือกประกาศเรื่องนี้ตอนที่ทั้งโลกกำลังแย่งกันสร้างกำลังการผลิตชิปในประเทศตัวเอง สหรัฐฯ มี CHIPS Act ญี่ปุ่นก็เร่งดึง TSMC ไปตั้งโรงงาน จีนก็ทุ่มหนักมานานแล้ว เกาหลีใต้จึงไม่ได้แค่ "ลงทุน" แต่กำลังตอบโต้สงครามชิปที่กำลังดำเนินอยู่
ส่วนยุโรปที่ยังติดอยู่ในขั้นตอนการอนุมัติงบประมาณและการเจรจากับบริษัทต่างๆ ก็ต้องยอมรับความจริงว่าตัวเองกำลังวิ่งตามหลังอยู่หลายก้าว และการจะตามทันไม่ใช่แค่ทุ่มเงินเท่ากัน แต่ต้องทุ่มให้เร็วกว่าและต่อเนื่องกว่า ซึ่งในระบบการเมืองแบบยุโรปที่ต้องประสานหลายประเทศ นั่นคือโจทย์ที่ยากกว่าตัวเลขเงินมาก
ตัวเลข 6.6 แสนล้านดอลลาร์ของเกาหลีใต้ไม่ได้แค่บอกว่าเขาเอาจริง แต่บอกว่ายุโรปกำลังจะกลายเป็นแค่ตลาดปลายทางของชิปที่ผลิตจากที่อื่น ถ้ายุโรปยังไม่เปลี่ยนจาก "วางแผน" เป็น "ลงมือ" ให้เร็วและหนักกว่านี้ ความฝันเรื่อง fab ของตัวเองก็จะยังเป็นแค่ความฝันต่อไป
ที่มา: Reddit r/hardware — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 0
กำลังโหลดความคิดเห็น...