เจาะประเด็น
Gaming / Hardware
เกมคอนโซลยุคหน้าไม่ใช่ "เครื่องเดียว" อีกต่อไป Xbox ประกาศชัด Helix คือทั้งครอบครัว
ซีอีโอไมโครซอฟต์หลุดปากเองที่ Gamescom ว่า "ครอบครัวของอุปกรณ์" คือคำตอบของเกมยุคหน้า ไม่ใช่กล่องสี่เหลี่ยมใต้ทีวีเครื่องเดียวอีกต่อไป
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 4 นาที
ถามตรงๆ ครับ — ถ้า Xbox เลิกทำคอนโซลแบบเดิมๆ แล้วหันมาทำ "ระบบนิเวศ" แทน เราในฐานะคนเล่นเกมจะได้อะไรจริงๆ หรือแค่โดนแบ่งกระเป๋าเงินเพิ่ม?
เรื่องนี้มันเริ่มต้นมาตั้งแต่เดือนมีนาคมแล้ว ตอนที่ไมโครซอฟต์ยอมรับอย่างเป็นทางการว่ามีโปรเจกต์ที่ใช้โค้ดเนมว่า "Project Helix" อยู่ในเครื่อง และตอนนั้น Asha Sharma ซีอีโอของ Xbox ยังพูดแค่เพียงว่ามันคือ "คอนโซลเจเนอเรชันถัดไป" ของบริษัท ฟังดูธรรมดามาก ใครๆ ก็นึกภาพออกว่าจะเป็นเครื่องกล่องๆ อีกตัวที่เอามาแทน Xbox Series X
แต่พอลองขุดไปเรื่อยๆ เริ่มมีข่าวลือจากสายหลุดว่าเครื่องนี้สเปกโหดถึงขั้นเทียบเท่า PC เกมมิ่งราคา $2,000-$3,000 เลยทีเดียว และทางไมโครซอฟต์เองก็ยืนยันแล้วว่า Helix จะใช้ชิปแบบ custom AMC SoC และที่สำคัญคือรองรับทั้งเกม Xbox และ PC ในเครื่องเดียว — นั่นคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้ผมเริ่มรู้สึกว่า "เฮ้ย มันไม่ธรรมดาแล้วนะ"
แต่ที่ทำให้เรื่องนี้ปังสุดๆ คือเมื่อไม่กี่วันก่อน ในงาน Gamescom ซีอีโอ Asha Sharma ให้สัมภาษณ์กับ BBC News และพูดถึง Helix ไว้ว่า "เราทำงานหนักมากกับคอนโซลเจเนอเรชันถัดไป และครอบครัวของอุปกรณ์สำหรับ Helix ซึ่งเร็วๆ นี้จะมีการแชร์รายละเอียดเพิ่มเติม" — คำว่า "ครอบครัวของอุปกรณ์" (family of devices) นี่แหละคือกุญแจสำคัญ ที่ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไปจากที่เราคิดไว้โดยสิ้นเชิง
ถ้าใครตามข่าววงในมาตลอดจะรู้ว่าไมโครซอฟต์ไม่ได้เล่นเกม "คอนโซลเครื่องเดียวครองโลก" มานานแล้ว พวกเขาทุ่มกับ Xbox Game Pass, cloud gaming ผ่าน xCloud, และการทำให้เกม Xbox เล่นบน PC ได้แบบไม่มีกำแพงกั้น — กลยุทธ์คือ "เล่นที่ไหนก็ได้" มากกว่าจะบังคับให้ทุกคนต้องซื้อฮาร์ดแวร์ของเขา
การมี "ครอบครัวของอุปกรณ์" ไม่ใช่เรื่องใหม่ในวงการนี้ จำได้ไหมว่าเมื่อหลายปีก่อนก็มีข่าวลือเรื่อง Xbox Series X และ Xbox Series S วางขายพร้อมกันในรุ่นเดียวกัน — เครื่องแรงกับเครื่องประหยัดงบ วางขายคู่กันเพื่อจับตลาดคนสองกลุ่ม และมันก็เวิร์คมาก
ทีนี้ประเด็นสำคัญคือ "ครอบครัวของอุปกรณ์" ในยุค Helix มันจะหมายถึงอะไรบ้าง? ผมเดาว่ามันไม่ใช่แค่การมีสองรุ่นให้เลือกแล้วจบ — เพราะถ้าดูจากทิศทางของไมโครซอฟต์ในช่วงหลัง มันน่าจะหมายถึงการมีอุปกรณ์หลายระดับ ตั้งแต่คอนโซลเต็มรูปแบบสำหรับคอเกมตัวจริง ไปจนถึงอุปกรณ์เล่นเกมแบบพกพา (ซึ่งข่าวลือเรื่อง Xbox handheld ก็มีมาเรื่อยๆ) หรือแม้แต่การผนวกเข้ากับอุปกรณ์อื่นๆ ในระบบนิเวศของไมโครซอฟต์
สิ่งที่ผมมองว่าเป็นไปได้สูงคือ Helix จะไม่ใช่คอนโซลตัวเดียวที่ทุกคนต้องซื้อ แต่เป็นแพลตฟอร์มที่ครอบคลุมหลายรูปแบบการใช้งาน — คุณอาจจะเล่นเกมเดียวกันบนคอนโซลที่บ้าน บนเครื่องพกพาระหว่างเดินทาง หรือบน PC ที่ทำงาน โดยที่เซฟเกมและความคืบหน้าเชื่อมถึงกันหมด นี่คือสิ่งที่ Microsoft พยายามขายมาตลอด และ Helix คือหมุดหมายที่ทำให้วิสัยทัศน์นั้นเป็นรูปเป็นร่างจริงๆ
แต่ในฐานะคนเล่นเกม ผมก็อดคิดไม่ได้ว่า "ครอบครัว" ในความหมายของบริษัท กับ "ครอบครัว" ในความหมายของเรามันคนละเรื่องกัน — เพราะการมีอุปกรณ์หลายตัวในบ้านหมายถึงการจ่ายเงินหลายต่อ ไม่ว่าจะซื้อฮาร์ดแวร์เองหรือจ่ายค่า Game Pass เพิ่มสำหรับหลายอุปกรณ์ ฟังดูดีบนกระดาษ แต่มันจะดีจริงไหมตอนถึงเวลาต้องควักกระเป๋า?
อีกเรื่องที่ผมอยากเห็นคือราคา — ถ้าข่าวลือที่ว่า Helix จะแรงเท่า PC ราคา $2,000-$3,000 เป็นจริง เครื่องระดับนั้นคงไม่ได้ขายราคาแบบคอนโซลทั่วไปแน่นอน ไมโครซอฟต์อาจต้องแยกไลน์ผลิตภัณฑ์ให้ชัดเจนระหว่าง "รุ่นแพงสำหรับคนที่ต้องการพลังเต็มที่" กับ "รุ่นประหยัดสำหรับคนทั่วไป" แล้วค่อยให้ระบบคลาวด์ช่วยประคองประสบการณ์การเล่นให้ใกล้เคียงกัน
สิ่งที่รู้แล้ว
Helix ใช้ชิป custom AMC SoC และรองรับทั้งเกม Xbox และ PC ในเครื่องเดียว
สิ่งที่ยังไม่รู้
จำนวนอุปกรณ์ใน "ครอบครัว" นี้ ราคา และวันวางจำหน่ายที่แน่นอน ยังไม่มีใครยืนยันได้
ไม่ว่ายังไง สิ่งที่ชัดเจนคือไมโครซอฟต์กำลังเปลี่ยนนิยามของ "คอนโซล" ไปตลอดกาล และ Helix คือหมุดหมายแรกของยุคใหม่ที่การเล่นเกมไม่ได้ผูกติดกับกล่องใต้ทีวีอีกต่อไป — มันคือระบบนิเวศที่ลื่นไหลไปกับชีวิตคุณ ไม่ใช่สิ่งที่คุณต้องนั่งอยู่กับที่เพื่อเล่น
ฟังดูดีบนกระดาษ แต่คำถามคือไมโครซอฟต์จะทำได้จริงแค่ไหน — เพราะการมี "ครอบครัวของอุปกรณ์" ที่ทุกตัวเล่นเกมเดียวกันได้ มันต้องลงทุนมหาศาลทั้งในเรื่องฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และระบบคลาวด์ ถ้าทำสำเร็จ นี่จะเป็นการปฏิวัติวงการเกมคอนโซลครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายสิบปี แต่ถ้าทำพลาด มันก็แค่การเพิ่มตัวเลือกที่ไม่มีใครอยากซื้อเท่านั้นแหละ
ที่มา: TechPowerUp — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 5
กำลังโหลดความคิดเห็น...