เปิดตัวเกมใหม่
Gaming / Indie
Duskfade ปล่อยของแล้ว! จดหมายรักถึงแพลตฟอร์มเมอร์สายโหดยุค PS2 ที่ห้องนอนคุณคิดถึง
ไม่ใช่แค่เกมกระโดดข้ามแท่นธรรมดา แต่มันคือการหวนคืนสู่ยุคทองที่ทุกคนรอคอย
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 4 นาที
พูดกันตรงๆ เลยนะ วงการเกมยุคนี้มันเต็มไปด้วยเกมยิงปืนและโลกเปิดที่กว้างจนหลงทาง แต่สำหรับคนที่โตมากับเครื่อง PlayStation 2 ความทรงจำเกี่ยวกับการกระโดดเก็บของ ต่อสู้กับบอส และสำรวจด่านสุดเพี้ยนมันคือช่วงเวลาที่หาซื้อไม่ได้อีกแล้ว และนี่คือเหตุผลที่เกมอย่าง Duskfade ถึงน่าสนใจกว่าที่คิด
Duskfade เกมแอ็กชันแพลตฟอร์มเมอร์ 3D สุดคลาสสิกจากสตูดิโออินดี้ชื่อ Weird Beluga เปิดตัวอย่างเป็นทางการบน Steam แล้ว โดยทีมพัฒนาบอกเองแบบไม่เสแสร้งว่านี่คือ "จดหมายรักถึงแพลตฟอร์มเมอร์สายแอ็กชัน 3D สุดคลาสสิก" ซึ่งฟังดูเหมือนคำโปรย แต่พอเห็นภาพในเกมแล้วมันคือเรื่องจริงที่จับต้องได้
เนื้อเรื่องไม่ได้ซับซ้อนเกินไป เราเล่นเป็นตัวละครชื่อ Zirian พร้อมกับเพื่อนร่วมทางสุดแปลกอย่าง Cuckoo เชลยกลไก ออกเดินทางเพื่อช่วยเหลือน้องสาวของเขาหลังจากโลกทั้งใบถูกความมืดมิดกลืนกินจากหอคอยนาฬิกาปริศนา ตรงไปตรงมา ไม่มีอะไรให้ต้องมานั่งตีความจนปวดหัว แบบที่เกมยุคก่อนเขาทำกัน
สิ่งที่ทำให้เกมนี้โดดเด่นไม่ใช่กราฟิกอลังการ แต่เป็น "จิตวิญญาณ" ของการออกแบบที่จงใจย้อนยุคกลับไปหาแพลตฟอร์มเมอร์ยุค PS2 อย่าง Jak and Daxter, Croc, Spyro หรือแม้แต่ Crash Bandicoot พวกเขาจงใจทำภาพให้เรียบง่ายแต่มีสไตล์ ไม่ต้องไปแข่งกับเกม AAA ที่งบถล่มทลาย แต่เน้นที่ความรู้สึกตอนเล่นต่างหาก
จุดขายสำคัญอยู่ที่ระบบการต่อสู้แบบ hack-and-slash ที่เน้นทักษะฝีมือผู้เล่นจริงๆ ไม่ใช่กดปุ่มมั่วแล้วชนะ และที่สำคัญคือระบบการเคลื่อนที่ที่ให้อิสระอย่างเหลือเชื่อ แค่กระโดดข้ามแท่นมันไม่พออีกต่อไป เพราะในเกมนี้คุณจะได้ปีนกำแพง กระโดดสองชั้น ร่อนกลางอากาศ ไถลไปตามราง และใช้ตะขอเกี่ยวเพื่อโหนตัวไปยังจุดต่างๆ ซึ่งมันเพิ่มมิติความสนุกในแนวตั้งให้กับการสำรวจได้แบบสุดๆ
ต้องยอมรับว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เกมแนวนี้หายากขึ้นเรื่อยๆ เพราะค่ายใหญ่ๆ มองว่ามันไม่ทำกำไร แต่การกลับมาของ Duskfade ในครั้งนี้มันเหมือนเป็นการย้ำเตือนว่า "ความสนุกที่แท้จริงไม่จำเป็นต้องมีด่านกว้างเป็นตารางกิโลเมตร" แค่มีฉากที่ออกแบบมาอย่างชาญฉลาด และระบบการเคลื่อนที่ที่ลื่นไหล ก็เพียงพอที่จะทำให้เราหลงรักได้ทั้งคืน
แต่ใช่ว่าจะไม่มีข้อกังวลเลย สำหรับเกมอินดี้ที่เปิดตัวในช่วงนี้ คำถามเรื่องความยาวของเนื้อหาและความหลากหลายของด่านคือสิ่งที่ต้องจับตาดู เพราะการ homage มันคนละเรื่องกับการลอกเลียนแบบ ถ้าทำออกมาได้แค่ "เหมือน" แต่มันไม่สนุกเท่าต้นฉบับจริงๆ ละก็ กระแสชื่นชมอาจกลายเป็นเสียงวิจารณ์ได้ไม่ยาก
อย่างไรก็ตาม สำหรับใครที่เบื่อหน่ายเกมแนวเดิมๆ และอยากหาอะไรที่ "อินดี้" จริงๆ สักเกม Duskfade คือตัวเลือกที่ไม่ควรพลาด มันคือบทพิสูจน์ว่าวงการอินดี้ยังมีพื้นที่ให้กับความคิดสร้างสรรค์ที่กล้าท้าทายกระแสหลัก และถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่คิดถึงวันเก่าๆ การได้กลับไปกระโดดปีนป่ายในโลกที่ออกแบบมาเพื่อความสนุกแบบบริสุทธิ์อีกครั้ง มันคือประสบการณ์ที่คุ้มค่ากว่าการซื้อเกมดังๆ ที่เล่นจบแล้วลืมเยอะ
ฟันธงเลยว่า Duskfade คือเกมที่เกิดจากความรักจริงของคนทำ ไม่ใช่ของเลียนแบบเพื่อหวังผลกำไร ถ้าคุณคิดถึงยุค PS2 นี่คือยาที่ใช่ แต่ถ้าคุณเป็นคนที่ต้องการกราฟิกอลังการทุกตารางนิ้ว ข้ามเกมนี้ไปได้เลย เพราะความสนุกแบบนี้มันไม่เหมาะกับคุณ
ที่มา: TechPowerUp — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 5
กำลังโหลดความคิดเห็น...