ข่าวเด่น
AI / เทคโนโลยี
จีนไม่ใช่เด็กเลี้ยงแกะแล้ว! CXMT ตีเสมอซัมซุงได้จริงหรือ? ผลผลิต DDR5 ทะลุ 90% สั่นสะเทือนวงการ
วงการหน่วยความจำโลกกำลังถึงจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ และไม่ใช่ข่าวดีของค่ายยักษ์ใหญ่อย่างซัมซุง, SK hynix หรือ Micron อีกต่อไป เมื่อ CXMT (ChangXin Memory Technologies) ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำสัญชาติจีน ได้สร้างปรากฏการณ์ที่หลายคนไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นได้ในเวลานี้ นั่นคืออัตราผลผลิต (Yield) ของ DDR5 พุ่งสูงเกิน 90% แล้ว ซึ่งตัวเลขนี้มันเทียบเท่ากับที่ผู้ผลิตอันดับหนึ่งของโลกทำกันอยู่เลย
ให้ฟังแบบบ้านๆ ก่อนนะครับ การที่ Yield แตะ 90% หมายความว่าจากแผ่นเวเฟอร์ 100 แผ่นที่ผลิตออกมา มีชิปดีไม่ต้องทิ้งถึง 90 แผ่น นี่คือความฝันสูงสุดของโรงงานผลิตชิปทุกแห่ง เพราะ Yield ต่ำ = ต้นทุนถีบตัวสูงขึ้นมหาศาล และนี่แหละคือจุดที่ทำให้นักวิเคราะห์อย่างผมต้องยกนิ้วให้ เพราะ CXMT ไม่ได้ใช้โหนดผลิตล้ำยุคอย่าง 10nm class แบบซัมซุง แต่พวกเขาใช้โหนด 17nm ที่ดู "แก่" กว่าชัดเจน แต่กลับทำ Yield ได้ห่างจากซัมซุงแค่ 2-3% เท่านั้น
ฟังดูอาจไม่เซ็กซี่ แต่ขอแปลให้เห็นภาพ: การที่คุณใช้เครื่องจักรที่ "รุ่นเก่ากว่า" แต่ผลิตของออกมาได้คุณภาพใกล้เคียงกับค่ายที่ใช้ของดีที่สุดในโลก นี่มันคือการบริหารจัดการและวิศวกรรมกระบวนการผลิตที่โหดมาก อย่าลืมว่าซัมซุงใช้เวลาสะสมประสบการณ์มานานหลายสิบปี แต่ CXMT เพิ่งจะมาประเคนของแบบนี้ได้ภายในไม่กี่ปี และที่สำคัญไปกว่านั้นคือความเร็วในการสร้างโรงงาน พวกเขาสร้าง Cleanroom เสร็จใน 12 เดือน ขณะที่รายอื่นต้องใช้เวลาถึง 2 ปี นี่คือความเร็วแบบจีนที่แท้ทรู
แต่เรื่องมันไม่ได้จบแค่ตัวเลข Yield สวยหรู เพราะสิ่งที่ทำให้วงการสั่นสะเทือนจริงๆ คือการที่ CXMT วางแผนปิดปีนี้ด้วยกำลังการผลิต DRAM 350,000 แผ่นเวเฟอร์ต่อเดือน ซึ่งเมื่อรวมกับ Yield ที่สูงลิ่ว แปลว่าซัพพลายในตลาดจะถาโถมเข้ามาอีกมหาศาล และนั่นหมายถึงราคา DDR5 จะถูกกดดันให้ตกต่ำลงอีก คำถามคือค่ายเก่าจะรับมือกับสงครามราคาครั้งนี้ยังไงไหว?
ทีนี้มาดูอีกมุมที่น่าสนใจไม่แพ้กัน นั่นคือปฏิกิริยาของเหล่า PC OEM รายใหญ่ รายงานจาก MyDrivers ระบุชัดเจนว่าพวกเขา "กลัว" ที่จะแตะต้อง CXMT กันเป็นแถว ยกตัวอย่าง Dell ที่แบน CXMT แบบเด็ดขาดไม่ให้แตะเครื่องของตนเลยแม้แต่เครื่องเดียว ขณะที่ HP ยอมใช้เฉพาะในเครื่องที่ขายในจีนเท่านั้น ส่วนแบรนด์ไต้หวันอย่าง ASUS และ Acer กล้าได้กล้าเสียกว่าเล็กน้อย โดยเพิ่มสัดส่วนการใช้ในบางรุ่น แต่ก็ยังจำกัดอยู่แค่ตลาดจีนแผ่นดินใหญ่และบางตลาดเกิดใหม่เท่านั้น
ประเด็นมันอยู่ตรงนี้ครับ ใช่ว่าชิปจีนไม่ดีพอ แต่เป็นเพราะเกมการเมืองและความสัมพันธ์ทางธุรกิจในอุตสาหกรรมนี้มันซับซ้อนเกินกว่าที่คนภายนอกจะมองเห็น OEM พวกนี้ต้องพึ่งพาซัมซุง, SK hynix และ Micron ในการซื้อชิปรุ่นอื่นๆ และถ้าพวกเขาไปอุ้มชูคู่แข่งโดยตรงของค่ายยักษ์ใหญ่ ก็เท่ากับเป็นการยิงตัวเอง เพราะเดี๋ยวจะไม่ได้ออเดอร์ดีๆ หรือถูกดันราคาในรุ่นต่อไป นี่คือการเมืองระหว่างผู้ค้าที่มองเห็นด้วยตาเปล่า
ความจริงที่ต้องยอมรับคือ ชาติตะวันตกยังอีกไกลมากที่จะได้เห็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้ชิป CXMT วางขายในร้าน แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้กำแพงที่เคยปกป้องผู้ผลิตเดิมเริ่มร้าวแล้ว เพราะเมื่อจีนผลิตได้เองในปริมาณมากและต้นทุนต่ำ มันจะไปกระตุ้นให้ตลาดจีนภายในประเทศใช้ชิปในประเทศเป็นหลัก และนั่นคือตลาดที่ใหญ่พอจะเลี้ยงบริษัทให้โตได้โดยไม่ต้องพึ่งตะวันตก
ผมมองว่าเรื่องนี้คือหมากสำคัญในศึกเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ไม่ใช่แค่เรื่องของหน่วยความจำ แต่คือการพิสูจน์ว่าการแซงหน้าทางเทคโนโลยีด้วยการลงทุนมหาศาลและความเร็วในการก่อสร้างนั้น "เป็นไปได้จริง" และถ้า CXMT ทำแบบนี้ได้กับ DDR5 ใครจะไปรู้ว่าอีก 5 ปีข้างหน้า พวกเขาจะทำอะไรได้อีกบ้างในตลาด HBM ที่กำลังขาดแคลนหนักในยุค AI
สุดท้ายนี้ แม้ยักษ์ใหญ่ทั้งสามจะยังนั่งแท่นผู้นำอยู่ แต่ลมหายใจของพวกเขาเริ่มกระเส่าแล้ว เพราะคู่แข่งรายนี้ไม่ได้มาเล่นๆ และที่สำคัญ พวกมันไม่ได้มาแบบขออนุญาตใคร
ที่มา: TechPowerUp — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 3
กำลังโหลดความคิดเห็น...