เจาะประเด็น
Autonomous Vehicles
Tesla ปลดคนดูแลออกจาก Robotaxi ในออสตินแล้ว แต่คำถามใหญ่คือระบบมันพร้อมจริงหรือแค่กล้าเสี่ยง
อีกไม่กี่เดือน Cybercab จะเปิดตัว แต่ตอนนี้บริการ Robotaxi ในออสตินวิ่งแบบไร้คนดูแลเต็มรูปแบบแล้ว — คำถามคือเรากำลังเห็นอนาคต หรือกำลังเห็นอุบัติเหตุที่ยังไม่เกิด?
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
ถ้า Elon Musk พูดว่า "อีกเดือนเดียว" แล้วมันกลายเป็นเจ็ดเดือน เราจะเชื่อคำพูดที่ว่า "ปลอดภัย" ได้มากแค่ไหน?
เจ็ดเดือนก่อน Elon Musk ประกาศอย่างมั่นอกมั่นใจว่า Robotaxi ในออสตินวิ่งแบบไม่มีพนักงานดูแลความปลอดภัยบนรถแล้ว ทีนี้.. ข้อมูลจาก Robotaxi Tracker ซึ่งเป็นเว็บที่รวบรวมข้อมูลแบบคราวด์ซอร์สจากผู้ใช้งานจริง บอกว่าในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา การโดยสารทั้งหมด 170 ครั้งที่ถูกติดตาม ไม่มีสักครั้งที่มีคนนั่งไปด้วยเพื่อคอยสอดส่องดูแล นั่นหมายความว่ามัน "ดูเหมือน" จะไร้คนขับเต็มรูปแบบจริงๆ แล้ว — แต่คำว่า "ดูเหมือน" มันคนละเรื่องกับ "แน่ใจว่า" นะเพื่อน
ฟังดูเหมือนข่าวดีสำหรับสายเทคที่รอคอยวันล้างบางคนขับแท็กซี่ แต่ถ้าเราหยุดคิดแป๊บหนึ่ง มันมีอะไรที่ทำให้ผมรู้สึกไม่สบายใจอยู่ใต้ผิวน้ำเยอะพอสมควร ข้อมูลนี้มาจาก Ethan McKanna ผู้สร้าง Robotaxi Tracker ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่อาสาสมัครมาแชร์ประสบการณ์นั่งรถจริง ไม่ใช่ข้อมูลทางการจาก Tesla เอง มันคือหลักฐานจาก "ปากคำประชาชน" ซึ่งน่าเชื่อถือในแง่ที่ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน แต่ก็ไม่ใช่ข้อมูลที่ยืนยันแบบ 100% ว่าทุกรอบที่วิ่งในเมืองนั้นไร้คนดูแลจริง
นี่คือประเด็นที่ผมอยากจะชี้ให้เห็น ไม่ใช่การดราม่า แต่คือข้อเท็จจริงที่เราต้องจับตาให้ดี — คำพูดของ Musk กับความจริงบนถนนมันห่างกันถึง 7 เดือนเต็ม เขาบอกว่า "ทำได้แล้ว" ตั้งแต่วันแรก แต่หลักฐานจากผู้ใช้งานจริงเพิ่งจะมาสอดคล้องกับคำพูดตอนนี้ นี่มันสื่ออะไร? สื่อว่า "คำสัญญา" ของ Tesla ไม่ได้การันตีอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว มันเป็นแค่ Vision ที่เขาอยากขายให้เราเชื่อ ส่วนทีมวิศวกรต้องมานั่งปิดช่องโหว่ที่เหลืออยู่เงียบๆ อีกครึ่งปีกว่าจะทำให้คำพูดนั้นกลายเป็นจริง
แล้วทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ? เพราะอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า Cybercab ซึ่งเป็นรถไร้พวงมาลัยไร้แป้นเหยียบโดยแท้จริงจะเปิดตัว นี่คือผลิตภัณฑ์ที่ Musk พนันทั้งบริษัทไว้กับมัน ถ้า Robotaxi เวอร์ชัน "รถปกติที่เอาเซนเซอร์มาเสริม" ยังต้องใช้เวลาปรับปรุงถึง 7 เดือนกว่าไร้คนดูแลได้จริง แล้ว Cybercab ที่ไม่มีทางให้มนุษย์ถือพวงมาลัยฉุกเฉินด้วยซ้ำ มันจะเอาความมั่นใจมาจากไหน? หรือว่านี่คือการทดสอบสนามจริงแบบเงียบๆ เพื่อเก็บข้อมูลก่อนปล่อยของใหญ่? อันนี้ก็เป็นไปได้ และถ้าเป็นแบบนั้นก็ต้องบอกว่าเป็นกลยุทธ์ที่ "กล้า" มาก
ผมไม่ใช่คนที่เกลียด Tesla หรืออยากให้มันล้มเหลว ตรงกันข้าม ผมคิดว่าถ้า Tesla ทำได้จริง มันจะเปลี่ยนเมืองทั้งเมืองไปตลอดกาล แต่การที่บริษัทใช้ "ถนนสาธารณะ" เป็นสนามทดสอบ โดยที่ผู้โดยสารที่จ่ายเงินค่านั่งอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเป็นหนูทดลองรุ่นแรกๆ มันเป็นเรื่องที่ต้องตั้งคำถามทางจริยธรรมเยอะมาก ขนาด Waymo ที่มีเซนเซอร์ราคาแพงลิ่วและแผนที่ละเอียดระดับเซนติเมตร ยังเคยเจอเหตุการณ์รถงงกลางถนนจนต้องมีทีมงานทางไกลคอยช่วยเหลือตลอดเวลา แล้ว Tesla ที่ใช้กล้องล้วนๆ จะรับมือกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายได้แค่ไหน? เราไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ ผู้โดยสาร 170 คนที่ผ่านมาในสองสัปดาห์นี้คือ "ข้อมูล" ที่มีค่าที่สุดสำหรับ Tesla จริงๆ
สุดท้ายนี้ ผมอยากให้ทุกคนจับตาดูเรื่องนี้ไว้ให้ดี เพราะนี่คือการเดิมพันครั้งใหญ่ที่สุดของ Musk ไม่ใช่แค่เรื่องรถยนต์ แต่คือเรื่อง "ความเชื่อใจ" ของสาธารณชนที่มีต่อเทคโนโลยีไร้คนขับ ถ้าทำสำเร็จ คุณจะนั่งรถไปทำงานแล้วหลับได้ทั้งคัน แต่ถ้าพลาดแม้ครั้งเดียวบนถนนจริงโดยไม่มีคนดูแล ความเชื่อใจที่สั่งสมมาทั้งหมดจะพังทลายลงในชั่วข้ามคืน และตอนนี้ เรากำลังอยู่ในช่วงที่เส้นบางๆ ระหว่าง "นวัตกรรม" กับ "ความเสี่ยง" กำลังถูกทดสอบแบบไม่มีการ์ดกัน
ผมขอย้ำอีกครั้ง — การที่ Robotaxi วิ่งไร้คนดูแลได้จริงในออสตินคือหมุดหมายสำคัญของวงการ แต่การที่มันมาช้ากว่าคำพูดของ CEO ถึงครึ่งปี บอกเราว่าอย่าเพิ่งเชื่ออะไรจนกว่าจะเห็นกับตาตัวเองบนถนนจริง Cybercab จะเปิดตัวเมื่อไหร่ไม่สำคัญ เท่ากับมันจะ "ปลอดภัยพอ" เมื่อไหร่ต่างหาก
ที่มา: The Verge — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 4
กำลังโหลดความคิดเห็น...