ข่าวเด่น
Apple / Chips
Apple เปิดตัวชิป M6 และ M5 Ultra: คราวนี้ไม่ได้อัปเกรดเฉยๆ แต่เปลี่ยนเกมทั้งกระดาน
สองชิปใหม่ที่ไม่ได้แรงขึ้นนิดเดียว แต่เปลี่ยนสถาปัตยกรรมครั้งใหญ่สุดในรอบหลายปีของ M-series
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 4 นาที
คำถามคือ เราใกล้ถึงจุดที่ชิปในเดสก์ท็อปจะแรงเกินความจำเป็นของคนทั่วไปแล้วหรือยัง?
เอาล่ะ ใครที่คิดว่า Apple จะแค่อัปเกรดสเปกเล็กน้อยแล้วปล่อยของออกมาเหมือนทุกปี ขอบอกเลยว่าคราวนี้คุณคิดผิดถนัดใจ เพราะในรอบนี้บริษัทแอปเปิลจากคูเปอร์ติโน่เปิดตัวชิปสองตัวพร้อมกันอย่าง M6 และ M5 Ultra ซึ่งไม่ใช่แค่การเพิ่มความเร็วเฉยๆ แต่มันคือการเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานของชิปที่ใช้ในคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่ M-series เคยมีมา
เริ่มจาก M6 ก่อน ตัวนี้เป็นชิป 2 นาโนเมตรตัวแรกของ Apple ซึ่งถ้าใครตามวงการเซมิคอนดักเตอร์จะรู้ว่าการขยับจาก 3nm ไป 2nm ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพราะมันหมายถึงทรานซิสเตอร์อัดแน่นขึ้น พื้นที่เล็กลง แต่แรงขึ้นและกินไฟน้อยลงในเวลาเดียวกัน ถือเป็นการก้าวกระโดดครั้งสำคัญที่คู่แข่งอย่าง Qualcomm หรือ Intel ยังต้องกระสับกระส่าย
M6 มาพร้อม CPU 12-core ที่ Apple เคลมว่าเป็นคอร์ที่เร็วที่สุดในโลก พ่วง GPU 12-core ที่มี Neural Accelerators ในตัว และ Neural Engine แบบ Dual 16-core ที่เอาไว้ประมวลผล AI โดยเฉพาะ แถมยังให้ unified memory bandwidth สูงสุดถึง 170 GB/s ซึ่งตัวเลขนี้ฟังดูอาจจะไม่เวิร์คสำหรับคนทั่วไป แต่ถ้าใครทำงานกับโมเดล AI ขนาดใหญ่หรือตัดต่อวิดีโอ 8K จะรู้ว่ามันคือความต่างระหว่าง "รอไปก่อน" กับ "เสร็จแล้ว"
ทีนี้มาถึงตัวพ่ออย่าง M5 Ultra ที่ผมว่ามันคือดาวเด่นจริงๆ ของรอบนี้ เพราะมันใช้เทคโนโลยี UltraFusion เจเนอเรชันใหม่เพื่อสร้างสถาปัตยกรรมแบบ quad-die เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ M-series แปลเป็นภาษาคนก็คือ มันเอาชิป 4 ตัวมาต่อกันเป็นตัวเดียวเพื่อเพิ่มพลังประมวลผลแบบก้าวกระโดด
สเปกของ M5 Ultra คือ CPU สูงสุด 36-core และ GPU สูงสุด 80-core พร้อม unified memory bandwidth ขนาดมหึมาที่ 1.2 TB/s ซึ่งมากกว่า M3 Ultra ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขนี้ไม่ใช่แค่เยอะ แต่คือ "โคตรเยอะ" ถ้าจะให้เปรียบเทียบกับชิปเดสก์ท็อปทั่วไปที่ bandwidth อยู่หลักร้อย GB/s นี่คืออีกระดับที่ชัดเจน
สิ่งที่ผมอยากชี้ให้เห็นคือ จุดขายหลักของชิปสองตัวนี้ไม่ได้อยู่ที่ "แรงขึ้น" แต่อยู่ที่ "ประสิทธิภาพต่อวัตต์" เพราะ Apple ยังคงย้ำเรื่อง industry-leading power efficiency ซึ่งหมายความว่าคุณได้พลังเทียบเท่าเวิร์กสเตชันระดับไฮเอนด์ แต่กินไฟเท่าเดสก์ท็อปบ้านๆ ทั่วไป นี่คือสิ่งที่เรียกว่าการเปลี่ยนเกม ไม่ใช่แค่อัปเกรดสเปก
แต่ก็ต้องพูดตามตรงว่า สำหรับคนทั่วไปที่ใช้คอมพิวเตอร์เพื่อดูหนัง เล่นเว็บ ทำงานเอกสาร ชิปพวกนี้มันเกินความจำเป็นไปไกลมาก และ Apple ก็รู้ดี พวกเขาจึงจับ M6 ใส่ใน Mac mini ส่วน M5 Ultra ใส่ใน Mac Studio ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ใช้สายโปรและสาย AI โดยเฉพาะ ไม่ใช่ตลาดแมส
M6
ชิป 2nm ตัวแรกของ Apple มาพร้อม CPU 12-core, GPU 12-core พร้อม Neural Accelerators, Dual 16-core Neural Engine และแบนด์วิดท์ 170 GB/s
M5 Ultra
สถาปัตยกรรม quad-die ครั้งแรกใน M-series ใช้ UltraFusion เจเนอเรชันใหม่ ให้ CPU 36-core, GPU 80-core และแบนด์วิดท์ 1.2 TB/s มากกว่า M3 Ultra ถึง 50%
ประเด็นที่น่าสนใจคือการที่ Apple เลือกใช้ชื่อ "M6" แทนที่จะเป็น "M5" หรือ "M5 Pro" ตามสเต็ปที่ผ่านมา ซึ่งบ่งบอกว่าพวกเขามองว่านี่คือเจเนอเรชันใหม่ที่ก้าวข้ามการอัปเกรดแบบเดิมๆ การกระโดดข้ามไปที่เลข 6 ทั้งที่ M5 ยังไม่ทันได้วางขายในบางรุ่นอาจดูแปลก แต่พอเห็นสถาปัตยกรรม 2nm แล้วมันก็สมเหตุสมผลดี
อีกอย่างที่ผมชอบคือการที่ Apple ไม่ได้ทิ้งพอร์ตการ์ดเรื่อง AI ไว้เฉยๆ เพราะทั้ง M6 และ M5 Ultra ต่างถูกออกแบบมาเพื่อรองรับงาน AI โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็น Neural Engine ที่ใหญ่ขึ้นหรือ Neural Accelerators ใน GPU ซึ่งสะท้อนว่าบริษัทไม่ได้มอง AI เป็นเพียงฟีเจอร์เสริม แต่เป็นแกนหลักของผลิตภัณฑ์ในอนาคต
สรุปคือ M6 และ M5 Ultra ไม่ใช่แค่ชิปรุ่นใหม่ แต่คือการประกาศว่า Apple เอาจริงกับทั้งเดสก์ท็อปและ AI อย่างถึงพริกถึงขิง ถ้าใครกำลังมองหาเครื่องใหม่สำหรับงานหนักๆ รอบนี้คือจังหวะที่รอคอยได้สิ้นสุดลงแล้ว แต่ถ้าใช้คอมพิวเตอร์ทั่วไป... ใจเย็นๆ รุ่นเก่าก็ยังดีพอสำหรับคุณ
ที่มา: TechPowerUp — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 6
กำลังโหลดความคิดเห็น...