เจาะประเด็น
Graphics Cards
การ์ดจอ RTX 3060 ที่ไม่มีขั้วไฟเสริม วางขายจริงแล้ว แต่มันคือกับดักที่ราคา 495 เหรียญ
การ์ดที่กินไฟจากสล็อต PCIe เพียงอย่างเดียวอาจฟังดูเท่ แต่พอเจอประสิทธิภาพจริงแล้วอาจทำให้คุณอยากคืนเงินทันที
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
เคยสงสัยไหมว่าทำไมการ์ดจอถึงต้องมีขั้วไฟเยอะแยะ? คำตอบคือเพราะไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ — และการ์ดใบนี้คือบทพิสูจน์ชั้นดี
เพื่อนๆ ที่ตามวงการฮาร์ดแวร์คงพอจำกันได้ เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนมีคลิปจากการ์ดจอ RTX 3060 แบบ Low Profile ที่โผล่ใน Bilibili ของจีน จนหลายคนรวมถึงผมเองแอบคิดว่า "เออ ดีแฮะ การ์ดจอที่ไม่ต้องต่อขั้วไฟเพิ่ม จะได้เก็บสายไฟรกๆ ได้" แต่ตอนนี้การ์ดแนวเดียวกันได้วางขายจริงบน Newegg ในราคา 495.59 เหรียญสหรัฐฯ หรือเกือบสองหมื่นบาทบ้านเรา และมันมาพร้อมคำถามใหญ่ที่ทุกคนต้องถามตัวเองก่อนกดสั่งซื้อ — มันคุ้มจริงหรือ?
การ์ดใบนี้ใช้ชื่อว่า SRhonyra RTX 3060 Low Profile ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าแบรนด์นี้มาจากไหน แต่ที่แน่ๆ มันคือการ์ดแบบ Single-slot ที่ใช้ฮีตซิงก์แบบบลาวเวอร์ และที่สำคัญที่สุดคือมันถูกออกแบบให้กินไฟจากสล็อต PCIe x16 เพียงอย่างเดียว ไม่ต้องมีขั้ว 6-pin หรือ 8-pin มาให้รกๆ เลยแม้แต่อันเดียว
ฟังดูดีใช่ไหม? แต่อย่าเพิ่งตื่นเต้นไป เพราะความจริงมันโหดร้ายกว่าที่คิดมาก การ์ดจอ RTX 3060 ปกตินั้นมี TDP อยู่ที่ 170 วัตต์ และต้องใช้ขั้วไฟเสริมเพื่อให้การ์ดทำงานได้เต็มสเปค แต่การ์ดใบนี้กลับถูกจำกัด TDP ไว้ที่ 70 วัตต์เท่านั้น ซึ่งน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของค่าปกติ และต่ำกว่าเพดาน 75 วัตต์ที่สล็อต PCIe จะจ่ายไหวแค่ekakๆ
คำถามคือทำไมต้องทำการ์ดแบบนี้? คำตอบง่ายๆ คือเพื่อการใช้งานในระบบที่จำกัดพื้นที่ เช่น เคสเล็กๆ หรือเซิร์ฟเวอร์ที่ต้องการการ์ดจอแบบ Low Profile แต่ปัญหาคือการ์ดจอ RTX 3060 มันไม่ได้ถูกออกแบบมาให้กินไฟแค่ 70 วัตต์ตั้งแต่แรก มันคือชิป GA106 ที่มี CUDA core เต็ม 3584 ยูนิต และ VRAM 12GB GDDR6 ซึ่งปกติต้องใช้ไฟเยอะมากเพื่อให้ทำงานที่ความเร็วสเปค
ทีนี้บริษัทที่ทำการ์ดนี้เลยต้องใช้วิธี "Shunt Mod" หรือการดัดแปลงวงจรวัดกระแสไฟ เพื่อให้การ์ดเข้าใจว่ามันกินไฟไม่เกินขีดจำกัด ทั้งที่จริงๆ แล้วมันอยากกินมากกว่านั้น ฟังดูเหมือนการปลอมแปลงเอกสารภาษีของตัวเองยังไงยังงั้นเลยครับ
แล้วผลลัพธ์ที่ได้คืออะไร? จากข้อมูลที่ TechPowerUp อ้างอิงการทดสอบการ์ดลักษณะเดียวกัน พบว่า core clock ของการ์ดวิ่งได้แค่ราวๆ 900 MHz เท่านั้น ในขณะที่สเปคบูสต์ปกติของ RTX 3060 อยู่ที่ 1,777 MHz นี่คือการ์ดจอที่ทำงานได้ไม่ถึงครึ่งหนึ่งของความสามารถตัวเองเลยครับ และผลทดสอบ 3DMark Time Spy ก็ออกมาต่ำกว่าการ์ด RTX 3060 ปกติถึงครึ่งหนึ่ง แถมยังแพ้การ์ดจอ GTX 1060 ที่แก่กว่าเป็นรุ่นๆ อีกต่างหาก
พูดตรงๆ เลยนะครับ — การ์ดใบนี้คือการเอาแบรนด์ RTX 3060 มาขายบนความเข้าใจผิดของคนซื้อ คนที่ไม่ได้ศึกษาให้ละเอียดอาจเห็นคำว่า "RTX 3060" แล้วคิดว่ามันแรงเท่ารุ่นปกติ แต่ความจริงมันคือการ์ดจอที่ถูกตอนจนเหลือแต่ชื่อ เพราะการจำกัด TDP ลงมาแบบนี้ เท่ากับว่าคุณจ่ายเงิน 495 เหรียญเพื่อซื้อการ์ดที่แรงพอๆ กับ GTX 1060 มือสองราคาไม่ถึงร้อยเหรียญ
ที่แย่ไปกว่านั้นคือราคา 495.59 เหรียญนี่ถือว่าแพงกว่า RTX 3060 ปกติที่วางขายกันทั่วไปด้วยซ้ำในตลาดตอนนี้ คุณกำลังจ่ายแพงขึ้นเพื่อประสิทธิภาพที่แย่ลง และได้การ์ดที่กินไฟน้อยลง แต่แลกมาด้วยความแรงที่หายไปเกินครึ่ง มันไม่คุ้มค่าตัวเลยแม้แต่นิดเดียวในมุมของคนเล่นเกมหรือใช้งานทั่วไป
แน่นอนว่าการ์ดแบบนี้มีกลุ่มเป้าหมายจริงของมัน — คนที่ต้องการการ์ดจอ Low Profile Single-slot สำหรับงานเฉพาะทาง เช่น การเรนเดอร์เบาๆ หรือการใช้งานในระบบฝังตัวที่ไม่มีพื้นที่พอจะใส่การ์ดใหญ่ๆ แต่ถ้าคุณคิดจะซื้อการ์ดใบนี้มาเล่นเกมหรือใช้งานทั่วไป ผมขอพูดตรงๆ ว่า "อย่าหาทำ" เพราะมันคือการเสียเงินเปล่าโดยที่คุณไม่ได้อะไรกลับมาเลย
สรุปสั้นๆ — การ์ดใบนี้คือตัวอย่างคลาสสิกของ "ของดีในทฤษฎี แต่ห่วยในทางปฏิบัติ" การประหยัดพื้นที่และขั้วไฟอาจฟังดูดี แต่เมื่อประสิทธิภาพเหลือไม่ถึงครึ่งและราคาแพงกว่าปกติ มันคือการตลาดที่หลอกคนไม่รู้ ไม่ใช่เทคโนโลยีที่ควรค่าแก่การสนับสนุน ถ้าอยากได้ RTX 3060 จริงๆ ซื้อรุ่นปกติเถอะ ต่อขั้วไฟเพิ่มอีกสองเส้นไม่เห็นจะตายเลย
ที่มา: TechPowerUp — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 3
กำลังโหลดความคิดเห็น...