เจาะประเด็น
Gaming / Business
เกม AAA ในตำนานใช้ทุนแค่ 40 ล้านเหรียญ และนี่คือเรื่องที่ค่ายยักษ์ใหญ่ไม่อยากให้คุณคิดมาก
The Blood of Dawnwalker พิสูจน์ว่าทีม 160 คนกับงบระดับ AA ยังทำเกมขายทะลุล้านได้
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 4 นาที
เกมที่คนเล่นกันทั้งโลกอาจไม่ได้ต้องการงบ 200 ล้านเหรียญเสมอไป
ถ้าคุณยังคิดว่าการทำเกม AAA สักเกมต้องใช้งบระดับ 200-300 ล้านเหรียญขึ้นไป ถึงจะสู้คู่แข่งได้ งั้นข่าวนี้คงทำให้คุณต้องหยุดคิดใหม่ เพราะ The Blood of Dawnwalker เกมที่ขายทะลุ 1 ล้านชุดภายในไม่กี่วันหลังเปิดตัว ทำด้วยงบแค่ราว 40 ล้านเหรียญเท่านั้น ตามรายงานใหม่จาก Bloomberg
ตัวเลข 40 ล้านเหรียญนี้ไม่ได้มาจากไหนไกล มันคือเงินที่ NetEase ยักษ์ใหญ่สายเกมจากจีนยอมควักจ่ายให้ Rebel Wolves สตูดิโอของ Konrad Tomaszkiewicz อดีตผู้กำกับ The Witcher 3 โดย NetEase เข้ามาถือหุ้น 26% ในสตูดิโอ และอัดฉีดงบก้อนนี้ให้แบบเต็มๆ
เรื่องนี้เริ่มจากปี 2022 ตอนที่ Tomaszkiewicz ใช้เงินตัวเองสร้างโปรโตไทป์ก่อน ระหว่างนั้นทีมงานก็ยังไม่มีใครใหญ่โตอะไร พอปลายปีนั้น NetEase ก็เข้ามาจับมือ แล้วใช้เวลาทั้งปี 2023 ไปกับการสรรหาคน กว่าจะเริ่มผลิตเต็มรูปแบบก็ปาเข้าไปปลายปี 2023 แล้ว โดยมี Bandai Namco เป็นพับลิชเชอร์
ที่น่าสนใจคือตอนแรกทีมตั้งเป้าไว้ว่าจะมีคนไม่เกิน 90 คน แต่สุดท้ายก็โตขึ้นเป็นราว 160 คน ซึ่งถ้าเทียบกับสตูดิโอที่ทำเกม AAA ทั่วไปแล้ว ตัวเลขนี้ถือว่าเล็กมาก หลายค่ายใช้คนหลักพันกว่าจะปิดโปรเจกต์ได้
อีกดีเทลที่ผมว่าเจ๋งคือ Rebel Wolves เลือกปล่อยเกมช่วงเดือนกันยายนแทนที่จะเป็นมิถุนายน เพราะไม่อยากให้ทีมงานต้องทำงานล่วงเวลาแบบหามรุ่งหามค่ำ นี่คือการตัดสินใจเชิงธุรกิจที่ฟังดูเรียบง่าย แต่ในวงการเกมที่ crunch culture ฝังลึกมานาน มันคือสัญญาณว่าแนวคิดของสตูดิโอกำลังเปลี่ยนไป
และที่สำคัญ เกมนี้ยังคงโครงสร้างพื้นฐานเดิมเอาไว้เหมือนตอนที่นำเสนอ pitch deck ครั้งแรกเป๊ะๆ ไม่ได้มีการรื้อหรือเปลี่ยนทิศทางกลางทางแบบที่หลายโปรเจกต์ใหญ่ชอบทำกัน ซึ่งน่าจะเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้งบบานปลายน้อยกว่าที่คาด
ถ้าใครจำได้ Kingdom Come: Deliverance 2 ก็ใช้งบประมาณราว 41 ล้านเหรียญ ซึ่งอยู่ในระดับใกล้เคียงกันเป๊ะ นั่นหมายความว่า The Blood of Dawnwalker จัดอยู่ในกลุ่ม AA ไม่ใช่ AAA เต็มตัว แต่นี่แหละคือประเด็น — เกมระดับ AA ที่ทำออกมาดีพอ ก็ขายได้ไม่แพ้เกม AAA ที่งบสูงกว่าหลายเท่า
ต้องบอกก่อนว่าตัวเลข 40 ล้านเหรียญนี้คือค่าพัฒนาเกมเท่านั้น ยังไม่รวมค่า marketing และค่าจัดจำหน่าย ซึ่งปกติจะกินงบอีกก้อนมหาศาล ฉะนั้นต้นทุนจริงรวมทั้งหมดสูงกว่านี้แน่นอน แต่ถึงอย่างนั้น การทำเกมที่ได้เสียงตอบรับดีขนาดนี้ด้วยงบพัฒนาระดับนี้ ก็ถือว่าคุ้มเกินคุ้ม
ตอนนี้ Rebel Wolves เริ่มรับสมัครคนสำหรับภาคต่อแล้ว ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจอะไร เพราะเกมแรกขายได้เกิน 1 ล้านชุดภายในไม่กี่วันหลังวางจำหน่าย
และถ้าถามผมว่าเรื่องนี้สำคัญยังไง คำตอบคือมันกำลังท้าทายสมมติฐานที่วงการเกมยึดถือมานานว่า "เกมยิ่งใหญ่ ต้องใช้งบยิ่งใหญ่" เพราะถ้าทีม 160 คนกับงบ 40 ล้านเหรียญทำเกมขายทะลุล้านได้ ค่ายยักษ์ใหญ่ทั้งหลายที่เผางบ 200 ล้านเหรียญต่อโปรเจกต์ก็คงต้องหันมามองอัตราส่วนนี้แบบจริงจังแล้วล่ะ
The Blood of Dawnwalker ไม่ได้แค่พิสูจน์ว่าทีมเล็กทำเกมขายได้ แต่กำลังบอกทั้งวงการว่าโมเดล AAA ที่บวมขึ้นทุกปีอาจไม่ใช่คำตอบเดียวอีกต่อไป — และถ้าค่ายใหญ่ยังไม่ปรับตัว ตัวเลข 40 ล้านเหรียญนี่แหละที่จะกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ที่พวกเขาตามไม่ทัน
ที่มา: TechPowerUp — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 4
กำลังโหลดความคิดเห็น...