เจาะประเด็น
Hardware
แยกชิ้นมือถือเก่ามาใช้ต่อ ทางรอดจริงหรือแค่ความคิดถึงยุคที่ของยังถูก
เมื่อราคาแรมกับสตอเรจพุ่งจนแบกไม่ไหว คำถามคือการรื้อเครื่องเก่ามาใช้ซ้ำจะคุ้มจริงในเชิงธุรกิจ หรือเป็นแค่ไอเดียเท่ๆ ที่ต้นทุนแรงงานกินกำไรหมด
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 4 นาที
บางทีขยะอิเล็กทรอนิกส์ในลิ้นชักคุณ อาจมีมูลค่ามากกว่าที่คิดในวันที่ชิปใหม่ราคาแพงจนน่าตกใจ
ราคาแรมกับสตอเรจช่วงนี้มันโหดจนใครที่กำลังจะอัปคอมหรือซื้อมือถือใหม่ต้องยิ้มไม่ออก ต้นทุนที่พุ่งขึ้นแบบนี้ไม่ใช่แค่ผู้ใช้ทั่วไปที่เจ็บ ผู้ผลิตมือถือเองก็โดนกดดันเต็มๆ เพราะจะขึ้นราคาเครื่องก็กลัวลูกค้าหนี จะแบกต้นทุนเองก็ปางตาย
เลยมีคนตั้งคำถามใน Reddit ว่า สมมติผู้ผลิตมือถือหันมาเล่นเกมนี้จริงจัง คือซื้อเครื่องรุ่นเก่าของตัวเองคืนจากตลาดมือสอง หรือผ่านโปรแกรมเทรดอิน แล้วรื้อเอาโมดูลแรมกับสตอเรจออกมาใช้ซ้ำ มันจะเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์ไหม
แนวคิดนี้คือชิ้นส่วนที่รื้อออกมาไม่จำเป็นต้องเอาไปใส่เครื่องใหม่ที่ขายเป็นของใหม่ แต่มันสามารถใช้กับเครื่องรีเฟอร์บิช แผงวงจรอะไหล่ หรือการซ่อมตามประกันได้ทั้งนั้น ขอแค่ชิปที่ได้มามันเข้ากันได้ทางไฟฟ้าและรองรับความเร็วที่ต้องการ
และมันไม่ได้จำกัดแค่เครื่องแบรนด์ตัวเองด้วย ถ้าเครื่องคู่แข่งใช้ซีพียู แรม หรือสตอเรจที่เข้ากันได้ ก็ซื้อมารื้อได้เหมือนกัน นี่คือมุมที่คนในคอมเมนต์สนใจกันมาก เพราะมันหมายความว่าตลาดมือสองทั้งตลาดกลายเป็นเหมืองอะไหล่ขนาดใหญ่
เจ้าของโพสต์ยกตัวอย่างว่า ตอนนี้เห็นมือถือ Snapdragon 8+ Gen 1 ที่มีแรม 16GB กับสตอเรจ 256GB ขายมือสองอยู่ราว 120 ดอลลาร์ เทียบกับราคาซื้อชิ้นส่วนใหม่ๆ วันนี้แล้ว ตัวเครื่องทั้งเครื่องยังถูกกว่าซื้อชิปแยกชิ้นด้วยซ้ำ
ตรงนี้แหละที่ต้องพูดกันตรงๆ ว่าไอเดียเท่ แต่เศรษฐศาสตร์มันไม่ง่าย ต้นฉบับเองก็ยอมรับว่าปัจจัยที่ต้องคิดมีเพียบ ทั้งการบัดกรีถอดชิปออกมา การทดสอบ การ reball ลูกบอลตะกั่วใหม่ อัตราของที่ใช้ได้จริง (yield) และค่าแรง
การรื้อชิปออกจากเมนบอร์ดมือถือไม่เหมือนถอดเลโก้ มันต้องใช้ความร้อนสูง มีโอกาสทำชิปพังหรือบอร์ดเสียหาย และเมื่อถอดมาแล้วยังต้องทดสอบว่าใช้ได้จริงทุกตัว ซึ่งค่าแรงตรงนี้ในประเทศที่ค่าแรงสูงอาจกลืนกำไรที่ประหยัดได้ไปหมด
อีกประเด็นที่คนมักมองข้ามคือ ชิปแรมกับสตอเรจที่อยู่ในมือถือมักเป็นแบบบัดกรีติดบอร์ด (PoP หรือ package on package) ไม่ใช่ SODIMM ที่ถอดเปลี่ยนได้ง่ายๆ การจะเอาออกมาใช้ซ้ำในบอร์ดอื่นต้องมีสายการผลิตที่รองรับ ซึ่งผู้ผลิตใหญ่มีศักยภาพตรงนี้ แต่รายเล็กๆ แทบทำไม่ได้
คำถามนี้คือหัวใจของเรื่องทั้งหมด เพราะถ้าต้นทุนชิ้นส่วนใหม่ยังพุ่งไม่หยุด มันมีจุดหนึ่งที่การรื้อของเก่าจะคุ้มทางตัวเลขจริงๆ โดยเฉพาะกับบริษัทที่มีโรงงานซ่อมและสายการผลิตอยู่แล้ว
แต่ถ้าราคาชิปกลับมาปกติเมื่อไหร่ หรือกำลังการผลิตแรม-สตอเรจทั่วโลกฟื้นเต็มที่ ความคุ้มค่านี้ก็อาจหายไปในพริบตา นี่คือความเสี่ยงที่ทำให้หลายคนยังไม่กล้าฟันธงว่าแนวทางนี้จะกลายเป็นเทรนด์จริงหรือแค่มาตรการชั่วคราวยามวิกฤต
ไอเดียนี้จะไม่ตายไปจากวงการ เพราะตราบใดที่ราคาชิปยังบ้าแบบนี้ การมองมือถือเก่าเป็นเหมืองอะไหล่ก็มีเหตุผลทางธุรกิจรองรับเสมอ แต่คำถามจริงไม่ใช่ว่าทำได้ไหม มันคือทำแล้วกำไรเหลือพอให้คุ้มค่าแรงหรือเปล่า ซึ่งตรงนี้แหละที่ผู้ผลิตใหญ่เท่านั้นที่จะตอบได้ด้วยตัวเลขจริง ไม่ใช่ด้วยความรู้สึกว่ามันน่าลอง
ที่มา: Reddit r/hardware — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 5
กำลังโหลดความคิดเห็น...