อัปเดต
Hardware
ในที่สุดชาว Linux กำลังจะได้ใช้ไดรเวอร์โอเวอร์คล็อก Ryzen อย่างเป็นทางการจาก AMD สักที
สายซิ่งตระกูลเพนกวินเตรียมตัว เพราะ AMD กำลังปั้นไดรเวอร์ตัวใหม่ให้ปรับแต่งซีพียูได้แบบไม่ต้องพึ่งซอฟต์แวร์เถื่อนอีกต่อไป
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
การขยับตัวครั้งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าโลกโอเพนซอร์สไม่ใช่ลูกเมียน้อยอีกต่อไป แม้แต่ค่ายแดงยังต้องลงมาลุยเอง
สำหรับคนที่ใช้งานระบบปฏิบัติการตระกูล Linux มาโดยตลอด น่าจะรู้กันดีว่าเรื่องการรีดพลังซีพียูให้สุดขีดบนแพลตฟอร์มนี้มันเป็นอะไรที่ค่อนข้างทุลักทุเลพอสมควร เพราะในขณะที่ฝั่ง Windows มีโปรแกรมสำเร็จรูปหน้าตาใช้งานง่ายอย่าง Ryzen Master คอยจัดการให้หมด แต่ฝั่ง Linux กลับต้องพึ่งพาเครื่องมือแปลกปลอมหรือการแก้ค่าในไบออสแบบเดิมๆ ซึ่งบอกตามตรงว่ามันไม่ค่อยเป็นมิตรกับคนรุ่นใหม่เอาซะเลย
ล่าสุดมีข่าวดีหลุดออกมาจากวงในแล้วว่า ทาง AMD กำลังซุ่มพัฒนาไดรเวอร์โอเวอร์คล็อก Ryzen สำหรับฝั่ง Linux โดยเฉพาะ เรียกว่า AOD หรือย่อมาจาก AMD Overclocking Driver โดยมีวิศวกรของค่ายอย่าง Shyam Sundar S K เป็นคนส่งโค้ดชุดแพตช์เข้าไปยังลิสต์รายชื่อเมลของแพลตฟอร์มเคอร์เนลเรียบร้อย งานนี้บอกเลยว่าน่าสนใจมากว่ามันจะเปลี่ยนวิถีชีวิตสายฮาร์ดคอร์ฝั่งนี้ยังไงบ้าง
หลักการทำงานของเจ้าไดรเวอร์ตัวนี้ มันคือ WMI driver ที่ทำหน้าที่สื่อสารกับอินเทอร์เฟซเฟิร์มแวร์ตัวเดียวกับที่ Ryzen Master บน Windows ใช้เป๊ะๆ และเปิดให้ผู้ใช้งานปรับแต่งค่าผ่านระบบ sysfs ได้โดยตรง เบื้องต้นในแพตช์ชุดแรกนี้ รองรับการปรับแต่งค่าขีดจำกัดพลังงานต่างๆ รวมถึงสวิตช์เปิดปิด SMT ในระดับแพลตฟอร์ม และการอ่านค่าความเร็วแรมแบบดูได้อย่างเดียว
แต่บอกไว้ก่อนว่า อย่าเพิ่งดีใจจนออกนอกหน้าแล้วคิดว่าทางค่ายจะยกแอปพลิเคชัน Ryzen Master ตัวเต็มมาให้ใช้กัน เพราะพวกเขานำแนวทางเดียวกับตอนทำไดรเวอร์การ์ดจอ amdgpu มาใช้ นั่นคือจัดการเขียนโค้ดฝั่งเคอร์เนลให้เรียบร้อย แล้วปล่อยให้หน้าตา UI เป็นหน้าที่ของเครื่องมือภายนอกหรือชุมชนนักพัฒนาสายโอเพนซอร์สเอาไปต่อยอดทำหน้าจอสวยๆ กันเอง
แถมมันยังมีจุดสังเกตชวนหงุดหงิดนิดหน่อยตรงที่ การเปลี่ยนแปลงค่าขีดจำกัดพลังงานนั้นถูกบันทึกไว้ในเฟิร์มแวร์ ซึ่งหมายความว่ามันจะทำงานก็ต่อเมื่อเราทำการรีสตาร์ทเครื่องใหม่แล้วเท่านั้น ต่างจากอินเทอร์เฟซตัวเก่าอย่าง HSMP ที่ปรับปุ๊บติดปั๊บแต่ดันจำค่าไม่ได้ตอนบูตเครื่องใหม่ นอกจากนี้ ค่าแอตทริบิวต์บางตัวยังเป็นแบบเขียนได้อย่างเดียวเพราะเฟิร์มแวร์ไม่ได้รายงานค่าปัจจุบันกลับมาให้ทราบ
ในส่วนของสวิตช์ SMT พฤติกรรมของมันจะทำงานคล้ายกับตัวเลือกในไบออสมากกว่าที่จะเป็นพารามิเตอร์ของเคอร์เนลแบบเดิมๆ และจากข้อมูลเชิงลึกดูเหมือนว่าเฟิร์มแวร์จะรองรับคำสั่งอีกเพียบที่ยังไม่ได้ถูกเปิดใช้งานในแพตช์ชุดแรกนี้ แปลว่าในอนาคตเราน่าจะได้เห็นลูกเล่นอะไรใหม่ๆ เพิ่มขึ้นอีกแน่นอน
แม้ตอนนี้โค้ดจะยังอยู่ในช่วงรีวิวและยังไม่มีกำหนดการแน่ชัดว่าจะถูกบรรจุลงเคอร์เนลเวอร์ชันไหน แต่การที่ AMD หันมาใส่ใจระบบหลังบ้านของฝั่ง Linux จริงจังแบบนี้ ก็ถือเป็นสัญญาณที่ดีมากๆ ที่บอกว่าพวกเขาเริ่มมองเห็นศักยภาพของผู้ใช้งานกลุ่มนี้แล้ว
ที่มา: TechPowerUp — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 1
กำลังโหลดความคิดเห็น...