รีวิวหนัง
Film / Festivals
หนัง TIFF ปีนี้เล่าเรื่องนักล้วงกระเป๋าคนสุดท้ายในนิวยอร์กที่ยังไม่ต้องพึ่งสมาร์ทโฟน
เทศกาลหนังที่คนเขียนไปนั่งดูปีละเป็นสัปดาห์ กลับหยิบเรื่องของคนที่ยืนอยู่นอกโลกดิจิทัลมาเล่า
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
ในวันที่ทุกอย่างถูกผลักไปอยู่ในมือถือ การล้วงกระเป๋าแบบไม่ใช้สมาร์ทโฟนเลยกลายเป็นทักษะที่หายากจนน่าสนใจ
กลับมาทักทายกันอีกครั้งจากโตรอนโต ที่ที่ผมใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์เต็มๆ ทุกปีนั่งดูหนังเยอะเกินความจำเป็น แล้วกลับมาเล่าให้ทุกคนฟัง เทศกาลนี้ที่หลายคนรู้จักในชื่อ TIFF มันเป็นเหมือนการพรีวิวหนังของเดือนต่อๆ ไปเสมอ เพราะมันผสมกันดีระหว่างหนังกระแสหลัก หนังลุ้นรางวัล หนังอินดี้ที่มาเซอร์ไพรส์ ไปจนถึงหนังแนวนักเล่าเรื่องเฉพาะทางที่รอวันออกฉาย
และหนึ่งในนั้นที่สะดุดตาคนเขียนที่สุดคือหนังชื่อ "The Only Living Pickpocket in New York" หรือ "นักล้วงกระเป๋าคนสุดท้ายที่ยังมีชีวิตอยู่ในนิวยอร์ก" ฟังชื่อแล้วก็รู้เลยว่ามันไม่ใช่หนังที่ขายแค่ความมันส์หรือการโจรกรรมแบบในหนังฮอลลีวูด แต่มันขายไอเดียที่ว่าในเมืองที่ทุกคนถือสมาร์ทโฟนกันหมด ยังมีคนที่ทำมาหากินด้วยวิธีเก่าแบบไม่ต้องพึ่งเทคโนโลยีเลย
ลองคิดดูว่าเราอยู่ในยุคที่แทบทุกอย่างในชีวิตประจำวันผูกกับสมาร์ทโฟน ตั้งแต่จ่ายเงิน ขึ้นรถไฟฟ้า ไปจนถึงการเก็บข้อมูลส่วนตัวทั้งหมดไว้ในเครื่องเดียว การล้วงกระเป๋าแบบดั้งเดิมที่เคยเป็นปัญหาคลาสสิกของเมืองใหญ่อย่างนิวยอร์ก มันเลยกลายเป็นเรื่องที่แทบจะหายไปจากภาพจำของคนรุ่นใหม่
หนังเรื่องนี้เลยเหมือนหยิบตัวละครที่ยืนอยู่นอกกระแสหลักของโลกดิจิทัลมาเป็นศูนย์กลาง แล้วตั้งคำถามว่าคนแบบนี้ยังมีที่ยืนในสังคมปัจจุบันได้ยังไง เป็นมุมที่คนทำหนังอินดี้ชอบหยิบมาเล่น เพราะมันไม่ต้องใช้ทุนสร้างสูง แต่ใช้ความเฉพาะตัวของตัวละครและบริบทของเมืองเป็นตัวขับเคลื่อนเรื่องราว
สำหรับคนที่ตามเทศกาลหนังอย่าง TIFF อยู่แล้ว หนังแบบนี้คือของที่ต้องจับตา เพราะมันมักเป็นหนังที่ไม่ได้ดังตั้งแต่วันแรก แต่ไปสร้างชื่อจากปากต่อปากของคนดูในเทศกาล แล้วค่อยๆ ถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อยๆ จนบางทีก็ไปโผล่ในลิสต์รางวัลช่วงปลายปีแบบไม่ทันตั้งตัว
ส่วนตัวผมมองว่านี่คืออีกหนึ่งตัวอย่างที่บอกว่าเทศกาลหนังอย่าง TIFF ยังมีค่าเพราะมันเปิดพื้นที่ให้เรื่องเล่าเล็กๆ ที่ไม่ใช่หนังทุนสูงได้มีที่ยืน การที่คนเขียนไปนั่งดูหนังปีละเป็นสัปดาห์ไม่ได้แค่ดูหนังกระแสหลักที่ทุกคนรอ แต่คือการได้เห็นว่าคนทำหนังกำลังสนใจเรื่องอะไรกันอยู่ และปีนี้ดูเหมือนว่าความสนใจจะไปอยู่ที่คนที่ถูกโลกดิจิทัลทิ้งไว้ข้างหลัง ซึ่งเป็นธีมที่ไม่ได้ใหม่ แต่กลับมาเล่าใหม่ในบริบทของเมืองใหญ่อย่างนิวยอร์กได้น่าสนใจ
หนังเรื่องนี้ย้ำให้เห็นว่าเทศกาลหนังยังเป็นที่ที่เรื่องเล่าเล็กๆ ของคนที่โลก digital มองข้าม ได้มีพื้นที่ให้ถูกเล่า และบางทีคนที่ "ล้าสมัย" ที่สุดในเมือง อาจเป็นตัวละครที่น่าสนใจที่สุดในปีนี้ก็ได้
ที่มา: The Verge — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 4
กำลังโหลดความคิดเห็น...