เจาะประเด็น
Semiconductors / Japan
โทชิบะคิดค้น NAND Flash แต่ซัมซุงเป็นคนรวย — ความผิดพลาดครั้งประวัติศาสตร์ของวงการเทคญี่ปุ่น
วิศวกรคิดของใหม่ระดับโลกได้ แต่ผู้บริหารดันมองว่า "ขายไม่ได้" พอรู้ตัวอีกทีก็โดนเกาหลีแซงหน้าไปแล้ว
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 4 นาที
ถ้าคนคิดค้นของเองยังไม่เห็นคุณค่าของสิ่งที่ตัวเองสร้าง แล้วจะไปหวังให้ใครเห็นก่อน? ปัญหาของญี่ปุ่นไม่ใช่ฝีมือวิศวกร แต่เป็นสมองของผู้บริหารต่างหาก
เรื่องนี้มันคลาสสิกมากจนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นบทเรียนบังคับเรียนในคณะบริหารธุรกิจเลยแหละ — วิศวกรที่โทชิบะคิดค้น NAND flash memory ขึ้นมาได้ตั้งแต่ยุค 80s แต่ดันถูกผู้บริหารบอกว่า "มันขายไม่ได้" แล้วสุดท้ายเทคโนโลยีตัวเดียวกันนี่แหละที่ทำให้ซัมซุงกับ SK Hynix โกยเงินเป็นกอบเป็นกำไปแล้ว
ฟังดูเป็นเรื่องงี่เง่าใช่ไหม? แต่เชื่อเถอะ มันไม่ได้งี่เง่าอย่างที่คิด เพราะนี่คือวัฒนธรรมองค์กรญี่ปุ่นทั้งระบบที่ฝังรากลึกจนถึงทุกวันนี้ เรื่องนี้เพิ่งถูกหยิบมาเล่าใน Reddit r/hardware และมันสะท้อนอะไรได้เยอะมากเกี่ยวกับวิธีคิดของบริษัทเทคญี่ปุ่นที่หลงทางมานานหลายสิบปี
ย้อนกลับไปช่วงปลายยุค 80s ตอนนั้นวงการเซมิคอนดักเตอร์กำลังเริ่มเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ ในอเมริกามีบริษัทสไตล์ "fabless" ที่จดจ่อแค่การออกแบบชิปเกิดขึ้นเพียบ ส่วนไต้หวันก็มีโมริส ชาง อดีตคนของ Texas Instruments เปิด TSMC ในรูปแบบ "foundry" หรือโรงงานรับจ้างผลิตชิปให้พวก fabless พวกนั้น
แต่ที่ญี่ปุ่น? ผู้บริหารของ TAEC (บริษัทในเครือโทชิบะที่ดูแลธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ในอเมริกา) กลับหัวเราะเยาะ TSMC เรียกมันว่า "ขนมเซ็มเบ้" (rice crackers) — หมายถึงมันไม่ใช่ธุรกิจจริงจังอะไร แค่รับจ้างผลิตของคนอื่นเท่านั้นเอง
เห็นภาพแล้วใช่ไหม? ขณะที่ทั้งโลกกำลังเปลี่ยนเกม โทชิบะยังนอนกอดตัวเองอยู่กับที่ เพราะคิดว่าตัวเองคือเจ้าแห่งวงการที่ผลิตชิปได้ทั้งออกแบบทั้งผลิตเองจนครบวงจร ส่วนคนอื่นเป็นแค่ผู้รับจ้างชั้นต่ำ
ผลลัพธ์มันชัดเจนมาก — NAND flash กลายเป็นส่วนประกอบสำคัญในกล้องดิจิทัล เครื่องเล่นเพลงพกพา และมือถือทุกรุ่น โทชิบะเองก็ทำเงินจากมันมหาศาลในภายหลัง แต่ปัญหาคือตอนที่ตลาด NAND ใหญ่จนเป็นเรื่องเป็นราว ซัมซุงกับ SK Hynix คือคนที่คว้าโอกาสไปได้ก่อน ขณะที่โทชิบะเจ้าแม่ผู้ให้กำเนิดเทคโนโลยีนี้กลับวิ่งตามหลังพวกเขาห่างๆ
และถ้าดูจากที่มาของ Kioxia บริษัทเซมิคอนดักเตอร์ที่ราคาหุ้นกำลังพุ่งแรงในตอนนี้ — มันคือธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ที่โทชิบะต้องขายทิ้งตอนที่ตัวเองกำลังจมกับวิกฤตการเงิน — ยิ่งเห็นชัดว่าความผิดพลาดมันไม่ได้เกิดจากฝีมือวิศวกร แต่เกิดจากระบบการบริหารที่มองวิศวกรเป็นแค่ลูกจ้าง ไม่ใช่ทรัพย์สินทางปัญญาที่มีค่า
Kioxia ในวันนี้ที่หลุดพ้นจากอำนาจของโทชิบะแล้ว กลับมีสถานะดีกว่าที่คนภายนอกมองเสียอีก เพราะมันได้ถอดโซ่ตรวนที่ล่ามไว้มานานออกแล้ว นี่คือสิ่งที่คนญี่ปุ่นเองก็ยอมรับกันใน Reddit ว่า "การถูกขายทิ้ง" กลายเป็นเรื่องดีสำหรับ Kioxia ซะอีก
จริงๆ แล้วเรื่องนี้มันไม่ได้จำกัดอยู่แค่โทชิบะหรือญี่ปุ่นนะ มันคือบทเรียนของทุกองค์กรที่ให้คุณค่ากับ "ตำแหน่ง" มากกว่า "ความสามารถ" — ที่ผู้บริหารที่ไม่เข้าใจเทคโนโลยีมีอำนาจตัดสินใจเหนือคนที่คิดเทคโนโลยีขึ้นมาได้จริง
ลองคิดดูเล่นๆ ถ้าวันนั้นผู้บริหารโทชิบะไม่หยิ่งผยอง และยอมรับโมเดลธุรกิจแบบ TSMC หรือเห็นคุณค่าของ NAND ที่วิศวกรตัวเองคิดค้น วงการเซมิคอนดักเตอร์ของญี่ปุ่นวันนี้จะเป็นยังไง? แต่ไม่มีใครรู้คำตอบแล้วล่ะ เพราะตอนนี้ซัมซุงกับ SK Hynix คือเจ้าตลาด และโทชิบะก็เหลือเพียงชื่อที่ถูกเล่าขานในฐานะ "คนที่พลาดโอกาสครั้งยิ่งใหญ่"
ฟันธงเลย — ญี่ปุ่นไม่ได้แพ้เพราะวิศวกรโง่ แต่แพ้เพราะผู้บริหารที่ไม่เคารพวิศวกร และคิดว่าตัวเองรู้จักตลาดดีกว่าคนที่ลงมือสร้างของจริง นี่คือบทเรียนที่ทุกบริษัทเทคในโลกควรอ่านทบทวนก่อนที่จะสายเกินไปแบบโทชิบะ
ที่มา: Reddit r/hardware — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 5
กำลังโหลดความคิดเห็น...