อัปเดต
Gadgets
Philips เปิดตัวแปรงสีฟัน AI ตรวจจับการขยับแปรง วางขายจริงแล้วที่ยุโรปและสหรัฐ
จากที่เคยประกาศไว้กลางปี ตอนนี้ Sonicare Next-Gen DiamondClean 9900 Prestige พร้อมให้ซื้อแล้ว พร้อมราคาที่ทำให้ต้องคิดหนัก
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 4 นาที
AI กำลังย้ายจากมือถือและคอมพิวเตอร์ เข้ามาอยู่ในห้องน้ำของคุณแล้ว — คำถามคือคุณพร้อมจ่ายเท่าไหร่เพื่อให้มันบอกว่าคุณแปรงฟันถูกหรือผิด
ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่เคยสงสัยว่าตัวเองแปรงฟันถูกวิธีหรือเปล่า Philips มีคำตอบให้ — แต่ต้องแลกมาด้วยเงินก้อนโตพอสมควร หลังจากที่เปิดตัวครั้งแรกเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา พร้อมแผนวางขายแบบจำกัดในช่วงปลายปี ตอนนี้ Philips Sonicare Next-Generation DiamondClean 9900 Prestige ก็วางจำหน่ายจริงแล้วในยุโรปและสหรัฐฯ โดยบริษัทตั้งเป้าจะขยายตลาดไปทั่วโลกภายในปี 2027
จุดขายหลักของรุ่นนี้คือระบบตรวจจับการเคลื่อนไหว (motion-tracking) ที่ทำงานร่วมกับ AI เพื่อวิเคราะห์ว่าคุณกำลังแปรงฟันได้ครอบคลุมทุกซี่หรือเปล่า แปรงแรงเกินไปไหม หรือปล่อยให้บางจุดในปากถูกมองข้ามไป ฟังดูเหมือนเป็นฟีเจอร์เล็กๆ แต่ถ้าคิดดูดีๆ มันคือการเอาเทคโนโลยีเซนเซอร์ที่เราเห็นในสมาร์ทวอทช์และหูฟัง มายัดใส่ของที่เราใช้วันละสองครั้งแต่มักไม่ค่อยใส่ใจว่าทำถูกหรือเปล่า
เรื่องที่หลายคนน่าจะสนใจมากกว่าฟีเจอร์คือราคา รุ่นก่อนหน้ายังขายอยู่และตอนนี้ลดราคาเหลือเริ่มต้นที่ 429.99 ดอลลาร์ ส่วนรุ่น Next-Gen DiamondClean ตัวใหม่นี้เปิดตัวด้วยราคาที่สูงกว่านั้นอีก ต้องบอกตรงๆ ว่าสำหรับแปรงสีฟันแล้ว ตัวเลขนี้ทำให้คนส่วนใหญ่ต้องหยุดคิดอยู่หลายวินาที เพราะในขณะที่ฟีเจอร์ AI ฟังดูน่าสนใจ แต่คำถามคือมันจะเปลี่ยนพฤติกรรมการแปรงฟันของคนจริงๆ ได้มากแค่ไหน หรือสุดท้ายแล้วก็แค่แปรงที่สั่นและมีแอปฯ ให้ดูกราฟ
มุมที่น่าสนใจกว่าตัวสินค้าคือทิศทางของ Philips เอง การที่บริษัทตัดสินใจใส่ AI และเซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวลงในสินค้าที่คนใช้ทุกวันแบบไม่คิดมาก แสดงให้เห็นว่าพวกเขามองว่าตลาด oral care ยังมีช่องว่างให้เล่นอีกเยอะ และการผลักดันให้สินค้ารุ่นใหม่วางขายในยุโรปกับสหรัฐฯ ก่อน แล้วค่อยขยายไปทั่วโลกในปี 2027 ก็เป็นกลยุทธ์ที่ค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้รีบร้อนเท่าแบรนด์เทคอื่นๆ
แต่ก็ต้องยอมรับว่าตลาดแปรงสีฟันไฟฟ้าระดับพรีเมียมไม่ใช่ตลาดที่คนแห่ซื้อกันง่ายๆ ราคาเกือบ 500 ดอลลาร์ทำให้มันกลายเป็นของที่ต้องคิดแล้วคิดอีกสำหรับคนส่วนใหญ่ และการที่ Philips ยังคงขายรุ่นเก่าคู่กันไปในราคาที่ถูกลงก็บอก implicitly ว่าบริษัทเองก็รู้ว่าลูกค้าส่วนใหญ่ยังไม่พร้อมจ่ายสำหรับ AI ในห้องน้ำ
บอกตรงๆ ว่าแปรงสีฟัน AI ฟังดูเป็นอนาคตที่เจ๋ง แต่ราคาเกือบ 500 ดอลลาร์ทำให้มันยังเป็นของเล่นสำหรับคนที่อยากลองเท่านั้น ไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะควักเงินซื้อทันที — จนกว่าฟีเจอร์นี้จะกลายเป็นมาตรฐานที่ติดมากับรุ่นกลางๆ ไม่ใช่ของ exclusive ของรุ่นท็อป
ที่มา: The Verge — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 5
กำลังโหลดความคิดเห็น...