เจาะประเด็น
Streaming
Netflix กำลังคิดจะเปิดแอปให้คู่แข่งอย่าง Peacock มาอยู่ในนั้น?
ถ้าเรื่องนี้จริง มันไม่ใช่แค่การเพิ่มช่อง แต่คือการยอมรับว่าเกมสตรีมมิ่งยุค "แย่งกันเป็นเจ้า" มันจบแล้ว
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
คำถามคือ ถ้าวันหนึ่ง Netflix กลายเป็นแค่ "ห้าง" ให้คนอื่นมาขายของในนั้น แล้วตัวตนของ Netflix ที่เรารู้จักจะเหลืออยู่กี่เปอร์เซ็นต์?
นี่คือข่าวที่ถ้าคุณอ่านผ่านตาแล้วคิดว่า "เอ้า ก็แค่ข่าวลือ" ผมว่าเหรอ คุณพลาดของใหญ่แล้วล่ะ The New York Times รายงานว่าผู้บริหาร Netflix มีการพูดคุยกันจริงจังเรื่องการเปิดให้บริการสตรีมมิ่งรายอื่นมาอยู่ในแอปของตัวเอง โดยเฉพาะ Peacock และ Fox One ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึง แต่ยังไม่ชัดเจนว่าหน้าตามันจะออกมาแบบไหน — จะเป็นการขายซับสคริปชันของเจ้านั้นให้เราซื้อผ่านแอป Netflix ตรงๆ หรือจะเป็นการเอาคอนเทนต์ของเขามาผสมรวมอยู่ในแอปเดียวกัน
ฟังผิวเผินมันอาจดูเหมือน Netflix กำลัง "ใจดี" ยอมเปิดบ้านให้เพื่อนร่วมวงการมาแบ่งพื้นที่ แต่ถ้ามองให้ลึกกว่านั้น นี่คือสัญญาณที่ดังมากๆ ว่าโครงสร้างธุรกิจสตรีมมิ่งแบบเดิมที่ทุกคนพยายามสร้าง "กำแพงวัง" ของตัวเอง มันเริ่มแตกร้าวแล้ว
ลองคิดตามดูนะครับ ย้อนกลับไปเมื่อ 5-6 ปีก่อน ตอนที่ทุกค่ายทั้ง Disney, Warner Bros. ต่างก็กระโดดลงมาเล่นเกมสตรีมมิ่งเอง เป้าหมายเดียวกันหมดคือ "กักขัง" คอนเทนต์ของตัวเองไว้ในแอปของเราเท่านั้น ใครอยากดูหนูน้อยหมวกแดงก็ต้องมาสมัคร Disney+ คนเดียว อยากดู Friends ก็ต้องมาอยู่กับ Max งั้นทำไม Netflix ซึ่งเป็นเบอร์หนึ่งของวงการถึงคิดจะทำสิ่งที่ขัดกับแนวคิดนี้? คำตอบมันไม่ได้ซับซ้อนอะไร — เพราะยุคทองของการเติบโตแบบก้าวกระโดดมันจบแล้ว
ตลาดมันอิ่มตัว ผู้คนเริ่มเบื่อที่จะต้องจ่ายค่าซับสคริปชันเดือนละหลายพันบาทเพื่อดูแค่ซีรีส์เรื่องเดียวสองเรื่อง เราเห็นเทรนด์ "subscription fatigue" มานานแล้ว และ Netflix ก็รู้ดีกว่าคนอื่น เพราะเขาเป็นเจ้าแรกที่เก็บเงินเราเป็นรายเดือนมานานที่สุด
การเปิดให้คู่แข่งมาอยู่ในแอปตัวเอง มันคือการเปลี่ยนบทบาทจาก "เจ้าของวัง" มาเป็น "เจ้าของห้าง" ซึ่งข้อดีชัดเจนมาก: Netflix จะกลายเป็น "แอปแรก" ที่คนเปิดก่อนเสมอ เพราะในนั้นมีทุกอย่างครบ เหมือนกับที่เรามักจะเปิด YouTube ก่อน เพราะมันมีทุกอย่างที่เราอยากดู และถ้า Netflix เป็นหน้าด่านแรกที่คนเห็นคอนเทนต์ทั้งหมด มูลค่าโฆษณาและดีลต่างๆ ก็จะตกเป็นของ Netflix หมด — ไม่ใช่เรื่องเสียหายเลยแม้แต่น้อย
แต่มันก็มีความเสี่ยงที่มองข้ามไม่ได้เหมือนกัน ถ้า Peacock หรือ Fox One เข้ามาอยู่ในแอป Netflix ด้วยคอนเทนต์ของตัวเองที่เข้มแข็งพอ มันจะกลายเป็นการ "ป้อนอาหาร" ให้คู่แข่งโดยไม่รู้ตัวไหม? ลูกค้าที่เคยดูแค่ Netflix อาจเห็นของดีใน Peacock แล้วย้ายไปสมัครตรงๆ กับเขาแทนก็ได้ เพราะฉะนั้นดีลนี้ถ้าจะเกิดขึ้นจริง มันต้องมีเงื่อนไขที่ซับซ้อนมากกว่าการ "ฝากเนื้อฝากตัว" แน่นอน
แต่ที่ผมว่าสำคัญที่สุดคือ มันคือการยอมรับความจริงที่ว่า "การมีคอนเทนต์เดียวไม่พออีกต่อไป" ต่อให้ Netflix จะมีสตูดิโอเป็นของตัวเอง มีคอนเทนต์คุณภาพมากแค่ไหน แต่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปแล้ว — เราไม่ได้ "ภักดี" กับแบรนด์อีกต่อไป เราภักดีกับ "เรื่องที่อยากดู" ต่างหาก ถ้า Netflix ทำให้เราอยู่ในแอปเดียวแล้วดูได้ทุกอย่างโดยไม่ต้องสลับไปมา นั่นคือคุณค่าที่แท้จริงของมัน
แน่นอนว่าตอนนี้มันเป็นแค่ "การพิจารณา" ยังไม่มีการตัดสินใจอะไร และอาจจะไม่เกิดขึ้นจริงก็ได้ แต่แค่การที่ผู้บริหาร Netflix กล้าที่จะคิดแบบนี้ มันก็บอกอะไรเราแล้วว่าอนาคตของวงการนี้จะไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
ถ้า Netflix ทำได้จริง
เราอาจได้เห็นการรวมกลุ่มกันของสตรีมมิ่งรายเล็กๆ ที่ไม่มีกำลังพอจะสู้กับยักษ์ใหญ่ มาเกาะกลุ่มกันอยู่ใต้ร่ม Netflix เพื่อความอยู่รอด — และนั่นจะทำให้ Netflix ยิ่งใหญ่แบบที่ไม่มีใครโค่นได้
ถ้า Netflix ทำไม่ได้จริง
มันก็เป็นแค่ข่าวลือที่สะท้อนให้เห็นว่าแม้แต่ยักษ์ใหญ่ก็ยัง "กลัว" ว่าอนาคตของตัวเองจะไม่ยั่งยืน และนั่นคือเรื่องจริงที่ทุกคนในวงการต้องคิดตาม
ผมฟันธงเลยว่า นี่คือทิศทางที่วงการสตรีมมิ่งจะต้องไปถึงสักวัน ไม่วันนี้ก็พรุ่งนี้ การมี "ทุกอย่างในที่เดียว" จะชนะเสมอในโลกที่คนขี้เกียจแบบเราๆ ไม่อยากเสียเวลาเปิดหลายแอป Netflix แค่คิดก่อนคนอื่นเท่านั้นเอง
ที่มา: The Verge — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 3
กำลังโหลดความคิดเห็น...