เจาะประเด็น
Entertainment
A24 คว้า SCP Foundation มาทำหนัง แต่แฟนคลับกลับไม่ปลื้มตั้งแต่ยังไม่เริ่มถ่าย
จาก Backrooms สู่ SCP สูตรหาเงินจากอินเทอร์เน็ตฮอร์เรอร์ของ A24 กำลังเจอแรงต้านจากคนที่รักต้นฉบับมากที่สุด
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 4 นาที
เมื่อจักรวาลที่สร้างจาก "ของส่วนรวม" ถูกหยิบไปทำเป็นสินค้า ใครกันที่มีสิทธิ์ตัดสินว่ามันควรหน้าตาเป็นแบบไหน
หลังจากที่ Backrooms ประสบความสำเร็จถล่มทลาย ดูเหมือนว่า A24 กำลังพยายามทำเงินจากกระแสอินเทอร์เน็ตฮอร์เรอร์อีกครั้ง ด้วยการประกาศสร้างภาคใหม่ในซีรีส์หนังรวมเรื่องสยองขวัญ V/H/S ที่จะตั้งอยู่ในจักรวาลของ SCP Foundation แต่ทันทีที่ประกาศออกไป แบ็คแลชก็ตามมาแทบจะในวินาทีเดียวกัน และ V/H/S: SCP ก็ดูจะเริ่มต้นด้วยความสั่นคลอนตั้งแต่ยังไม่ทันได้ถ่ายทำ
เรื่องนี้มันไม่ใช่แค่ข่าวบันเทิงธรรมดา เพราะมันไปแตะประเด็นที่ใหญ่กว่าแค่ "หนังจะสนุกไหม" มันเกี่ยวกับชุมชนออนไลน์ขนาดใหญ่ที่สร้างสรรค์ผลงานกันเองมาสิบกว่าปี แล้ววันหนึ่งสตูดิโอระดับ A24 ก็เดินเข้ามาแล้วบอกว่าจะเอาไปทำเป็นหนัง นี่คือคำถามเรื่องสิทธิ์ ความเป็นเจ้าของ และความเคารพต่อต้นฉบับที่คนในวงการหนังอินดี้ชอบพูดถึงนัก
สำหรับคนที่ไม่ได้โตมากับฟอรัม SCP Foundation อาจจะงงว่าไอ้ที่กำลังพูดถึงเนี่ยมันคืออะไร SCP Foundation เริ่มต้นจากกระทู้ในเว็บไซต์ 4chan เมื่อปี 2007 ในฐานะเรื่องสยองขวัญสั้นๆ เรื่องหนึ่ง แล้วค่อยๆ พัฒนากลายเป็นจักรวาลแชร์ที่ผู้คนจากทั่วโลกช่วยกันเขียน "เอกสารลับ" ปลอมๆ เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิต วัตถุ หรือปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติที่องค์กรสมมติชื่อ SCP Foundation พยายามกักขังควบคุม
จุดที่ทำให้มันพิเศษและเป็นที่ถกเถียงในเคสนี้คือ SCP Foundation อยู่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 (CC BY-SA 3.0) แปลง่ายๆ ว่าทุกคนมีสิทธิ์เอาผลงานไปใช้ ดัดแปลง ทำต่อได้ ตราบใดที่ให้เครดิตและเผยแพร่ผลงานใหม่ภายใต้สัญญาเดียวกัน นี่คือหัวใจของปัญหาทั้งหมด เพราะเมื่อสตูดิโออย่าง A24 ซึ่งเป็นบริษัทที่ต้องทำเงินจากผลงาน เอางานที่อยู่ใต้ CC BY-SA ไปทำเป็นภาพยนตร์ มันเกิดคำถามทันทีว่าพวกเขาจะปฏิบัติตามเงื่อนไขของสัญญาได้จริงแค่ไหน
แบ็คแลชที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่การบ่นในคอมเมนต์ แต่เป็นความกังวลจริงจังของชุมชนที่ผูกพันกับ SCP มายาวนาน พวกเขากลัวว่า A24 จะหยิบเอาตัวอย่างที่ดังที่สุดไม่กี่ตัวไปทำเป็นหนังบันเทิง แล้วทิ้งจิตวิญญาณของชุมชนที่สร้างมันขึ้นมาด้วยกันไป
อีกประเด็นที่คนพูดถึงคือความไม่ชัดเจนเรื่องการให้เครดิตและการเผยแพร่ต่อ ถ้าหนังทำออกมาแล้วไม่เปิดให้คนอื่นนำไปใช้ต่อแบบ CC BY-SA ตามที่สัญญากำหนด นั่นก็เท่ากับว่าสตูดิโอเอางานของชุมชนไปใช้หาประโยชน์โดยไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงที่ชุมชนกำหนดไว้ตั้งแต่แรก ซึ่งในมุมของคนที่เขียน SCP มาด้วยกันหลายพันคน มันรู้สึกเหมือนถูกฉวยโอกาส
ต้องยอมรับว่า A24 มีเรตติ้งที่ดีมากในหมู่คนรักหนังอินดี้และหนังทดลอง พวกเขาสร้างชื่อจากหนังอย่าง Hereditary, Midsommar, Everything Everywhere All at Once และล่าสุดคือการปั้น Backrooms ให้กลายเป็นหนังที่คนพูดถึง นั่นทำให้หลายคนเข้าใจว่าทำไม A24 ถึงมองเห็นศักยภาพใน SCP แต่การที่สตูดิโอที่ขึ้นชื่อเรื่องศิลปะแบบนี้เดินเข้าหาชุมชนออนไลน์ที่อ่อนไหวเรื่องสิทธิ์และความเป็นเจ้าของ อาจเป็นความผิดพลาดเชิงกลยุทธ์ที่พวกเขาประเมินต่ำไป
ประเด็นนี้ยังสะท้อนอะไรที่ใหญ่กว่านั้นด้วย นั่นคือความตึงเครียดระหว่างวัฒนธรรมโอเพนซอร์สกับเครื่องจักรฮอลลีวูด ชุมชนที่สร้างสรรค์ผลงานแบบไม่หวังกำไรและเปิดให้ทุกคนใช้ต่อ กำลังถูกดึงเข้าสู่ระบบที่ทุกอย่างต้องมีเจ้าของและต้องทำเงิน ความตึงเครียดแบบนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ SCP เป็นเคสที่ชัดเจนมากเพราะชุมชนนี้มีขนาดใหญ่ มีประวัติยาวนาน และมีกติกาชัดเจน
คำถามที่ยังไม่มีคำตอบคือ A24 จะแก้เกมยังไง พวกเขาจะออกมาให้ความชัดเจนเรื่องการปฏิบัติตามสัญญา CC BY-SA หรือจะปล่อยให้กระแสต้านค่อยๆ จางไปเอง สิ่งหนึ่งที่แน่ๆ คือชื่อเสียงของ A24 ในฐานะสตูดิโอที่แคร์ศิลปินและชุมชนกำลังถูกทดสอบ และนี่อาจเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับสตูดิโออื่นๆ ที่คิดจะทำแบบเดียวกันในอนาคต
A24 กำลังเดิมพันชื่อเสียงของตัวเองกับโปรเจกต์ที่ชุมชนต้นทางยังไม่ได้ให้ไฟเขียว ถ้าจัดการเรื่องสัญญา CC BY-SA ไม่เคลียร์ ต่อให้หนังออกมาดีก็ยากที่จะกู้ความเชื่อใจคืนมา เพราะกับชุมชนแบบ SCP นั้น "ความเคารพ" ขายไม่ได้ด้วยรายได้เปิดตัวสัปดาห์แรก
ที่มา: The Verge — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 5
กำลังโหลดความคิดเห็น...