เจาะประเด็น
Hardware / Peripherals
HyperX ขยับเกมใหญ่ เปิดตัวเมาส์ 47 กรัมพร้อมหูฟังเปิดหลังรุ่นใหม่ ราคาไม่แรงแต่แรงจัด
สามอุปกรณ์ใหม่จากงาน Level Awakening มาพร้อมสเปกที่จัดเต็มกว่าที่เคย แต่คำถามคือจะคุ้มกับเงินที่จ่ายไปไหม
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
วงการเกียร์เกมเมอร์ไม่ได้มีแค่แบรนด์ดังจากจีนกับอเมริกา HyperX ยังพิสูจน์ให้เห็นว่าแบรนด์ดั้งเดิมก็ทำของเจ๋งๆ ได้เหมือนกัน
สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา HyperX เปิดตัวสินค้าใหม่พร้อมกันสามชิ้นในงานอีเวนต์ออนไลน์ Level Awakening ของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นหูฟัง Cloud Alpha Air แบบ open-back, เมาส์ไร้สาย Pulsefire Haste 3 Pro และไมโครโฟน SoloCast 2 Pro — เรียกว่าครบเซ็ตสำหรับเกมเมอร์ที่อยากอัปเกียร์ทั้งโต๊ะจริงๆ
ต้องบอกก่อนว่าประเด็นที่คนให้ความสนใจมากที่สุดคงหนีไม่พ้นตัวเมาส์ Pulsefire Haste 3 Pro เพราะมันเป็นเมาส์ไร้สายที่น้ำหนักเพียง 47 กรัมเท่านั้น บอกเลยว่าเบาจนแทบไม่รู้สึกว่าถืออะไรอยู่ในมือ ยิ่งกับเกมเมอร์สาย FPS ที่ต้องสะบัดเมาส์ไวๆ นี่คือสิ่งที่ฝันถึงเลยแหละ
ตัวเมาส์ใช้โครงสร้างคาร์บอนไฟเบอร์ รองรับ DPI สูงสุด 42,000 มี DPI พรีเซ็ตให้เลือก 5 ระดับตั้งแต่ 400 ไปจนถึง 6400 ซึ่งครอบคลุมการใช้งานแทบทุกสไตล์ ไม่ว่าจะเล่นเกมยิงหรือทำงานทั่วไป แถมยังมีอัตราโพลลิงสูงสุด 8,000 Hz ซึ่งถือว่าเร็วมากสำหรับเมาส์ไร้สายในระดับราคานี้
ที่สำคัญคือแบตเตอรี่อยู่ได้ถึง 35 ชั่วโมงตอนใช้โพลลิง 8 kHz ด้วย ซึ่งฟังดูไม่เยอะเท่าไร แต่ถ้าเทียบกับความแรงของสัญญาณที่ส่งแล้วถือว่าโอเคเลย รองรับการเชื่อมต่อทั้ง USB, บลูทูธ และ 2.4 GHz ครบครันตามมาตรฐานเมาส์เกมมิ่งยุคนี้
ส่วนหูฟัง Cloud Alpha Air เป็นรุ่น open-back ที่หลายคนรอคอย เพราะ HyperX ไม่ค่อยทำหูฟังเปิดหลังบ่อยนัก จุดเด่นคือเสียงจะโปร่งกว่า ฟังรายละเอียดรอบข้างได้ดีกว่า เหมาะกับเกมที่ต้องอาศัยการฟังทิศทางเป็นหลัก มาพร้อมไดรเวอร์ 40 มม. พร้อมแม่เหล็กนีโอดิเมียม และไมค์แบบยูนิเดเรกชันแนล ตัดเสียงรบกวนรอบข้างได้ดีพอสมควร
ที่สำคัญคือเชื่อมต่อผ่าน USB รองรับเสียง 16-bit และ 24-bit ซึ่งหมายความว่าคุณภาพเสียงจะชัดเจนกว่าหูฟัง 3.5 มม. ทั่วไปแน่นอน แถมมีแถบหัวโลหะเสริมความแข็งแรง คาดว่าทนทานต่อการใช้งานหนักๆ ได้สบาย
ส่วนไมโครโฟน SoloCast 2 Pro ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะอัปเกรดจากรุ่นเดิมหลายจุด ไม่ว่าจะเป็นแคปซูลคอนเดนเซอร์ขนาด 14 มม. สองตัว พร้อมป็อปฟิลเตอร์ในตัว ระบบไฟ RGB และเซนเซอร์แตะเพื่อปิดเสียง อีกทั้งยังเพิ่มช่องต่อหูฟัง 3.5 มม. เข้ามาด้วย ทำให้ใช้งานได้สะดวกขึ้นเยอะ
มาถึงเรื่องราคากันบ้าง — Cloud Alpha Air อยู่ที่ $149.99, Pulsefire Haste 3 Pro อยู่ที่ $129.99 และ SoloCast 2 Pro อยู่ที่ $89.99 ซึ่งถือว่าไม่ได้แพงเว่อร์เมื่อเทียบกับสเปกที่ให้มา โดยเฉพาะตัวเมาส์ที่น้ำหนักเบาและสเปกสูงขนาดนี้ แต่ยังไม่มีกำหนดวางจำหน่ายที่แน่ชัด คงต้องรอติดตามกันต่อไป
HyperX ยังคงเป็นแบรนด์ที่น่าจับตามองในวงการเกียร์เกมเมอร์ แม้จะไม่ได้เป็นกระแสหลักแบบบางแบรนด์ แต่การเปิดตัวครั้งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าพวกเขายังจริงจังกับการพัฒนาสินค้า และที่สำคัญคือราคายังจับต้องได้ ไม่ได้คิดจะขายของแพงเกินเหตุ — ถ้าของจริงคุณภาพดีตามสเปกที่เคลมไว้ บอกได้เลยว่าน่าเก็บเงินรอซื้อแน่นอน
ที่มา: TechPowerUp — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 4
กำลังโหลดความคิดเห็น...