เจาะประเด็น
AI
เมื่อ AI กำลังจะเข้ามาจัดระเบียบงานกฎหมายให้เป็นระบบอัตโนมัติแบบเต็มสูบ
Legora จับมือโมเดลจาก OpenAI สร้างระบบปฏิบัติการเฉพาะกิจสำหรับงานกฎหมายโดยเฉพาะ
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
วงการกฎหมายกำลังจะเปลี่ยนไป เมื่อ AI ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือช่วยพิมพ์งานอีกต่อไป แต่กำลังขึ้นมาเป็นระบบปฏิบัติการหลัก
อันนี้คือเรื่องจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า อาชีพที่ต้องจมอยู่กับกองเอกสารและตัวหนังสือหนาเตอะอย่างทนายความหรือนักกฎหมาย กำลังเจอทางแยกครั้งใหญ่ เมื่อเทคโนโลยีเอเจนต์เข้ามามีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ ในทุกอุตสาหกรรม
ล่าสุดมีสตาร์ทอัพชื่อ Legora ลุกขึ้นมาทำโปรเจกต์ที่น่าสนใจมากๆ ด้วยการพัฒนาสิ่งที่เรียกว่าระบบปฏิบัติการแบบเอเจนต์ หรือ agentic operating system ที่ออกแบบมาเพื่อรันงานด้านกฎหมายโดยเฉพาะ ซึ่งถ้ามองดูเบื้องหลังแล้ว พวกเขาไม่ได้ทำขึ้นมาลอยๆ แต่เลือกใช้ขุมพลังจากโมเดลของ OpenAI ทั้งตัว ChatGPT และ Codex เพื่อผลักดันให้ระบบนี้ทำงานจริงได้
เป้าหมายหลักของ Legora ชัดเจนตั้งแต่ชื่อโปรเจกต์ พวกเขาต้องการจัดการกับขั้นตอนการทำงานในแวดวงกฎหมายที่มีความซับซ้อนและกินเวลาชีวิตคนทำงานมหาศาล ให้มันเดินหน้าไปได้เร็วขึ้นแบบผิดหูผิดตา
ถ้าเรามาดูไส้ในว่าโปรเจกต์นี้เขาเอา AI ไปทำอะไรบ้าง จะเห็นเลยว่ามันพุ่งเป้าไปที่งานเอกสารหนักๆ ที่คนเรามักจะปวดหัวเวลาต้องนั่งตรวจทานนานเป็นวันๆ
เร่งความเร็วเวิร์กโฟลว์
ช่วยร่นระยะเวลาและขั้นตอนการทำงานด้านกฎหมายให้จบไวขึ้น
ขยายขอบเขตการวิเคราะห์สัญญา
ตรวจทานและเจาะลึกรายละเอียดในสัญญาทางกฎหมายได้กว้างและละเอียดขึ้นกว่าเดิม
สิ่งที่น่าสนใจคือ ความตั้งใจของทีมผู้สร้างไม่ได้ทำออกมาเพื่อแย่งงานคน แต่พยายามดึงงานเอกสารจุกจิกพวกนี้ออกไปจากโต๊ะ เพื่อปลดปล่อยให้ทนายความและผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายมีเวลาไปโฟกัสกับงานที่มีมูลค่าสูงกว่า ซึ่งใช้ความคิดสร้างสรรค์และมันสมองของมนุษย์จริงๆ มากกว่า
การที่เครื่องมืออย่าง Codex และ ChatGPT ถูกดึงมาประยุกต์ใช้ในระดับโครงสร้างการทำงานแบบนี้ สะท้อนให้เห็นว่า AI ก้าวข้ามผ่านยุคของการเป็นแค่แชทบอตตอบคำถามทั่วไป ไปสู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ ในสายงานวิชาชีพเฉพาะทาง
นี่คือหมุดหมายสำคัญที่บอกเราว่า งานเอกสารเชิงวิชาชีพกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคที่ระบบอัตโนมัติเข้ามาจัดการเบื้องหลังทั้งหมด ปล่อยให้มนุษย์ทำหน้าที่ตัดสินใจในส่วนที่สำคัญจริงๆ
ที่มา: OpenAI News — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 1
กำลังโหลดความคิดเห็น...