เจาะประเด็น
Gaming / AI
เกมเมอร์ด่าโครมจนทีมพัฒนา 1666: Amsterdam ต้องถอยทั้งลำ ยกเลิกใช้ Gen-AI หมดหน้าตัก
จากที่เคยบอกว่าจะเปลี่ยนเฉพาะบางส่วน ตอนนี้ถึงขั้นเลิกใช้ไปเลยทั้งกระบวนการ — แรงกดดันจากคอมมูนิตี้ครั้งนี้ทำงานจริง
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
ถ้าคอมมูนิตี้ไม่ส่งเสียงดังขนาดนั้น สตูดิโอจะยอมถอนตัวจาก AI แบบนี้มั้ยนะ? หรือนี่คือบทเรียนใหม่ของวงการที่ว่า "เสียงเกมเมอร์ยังมีค่ากว่าต้นทุนการผลิต"?
เริ่มต้นกันที่เรื่องนี้มันไม่ได้เป็นแค่ดราม่าเล็กๆ นะ เพราะก่อนหน้านี้ตอนที่เกม 1666: Amsterdam โผล่โชว์ตัวในงาน Summer Game Fest สตูดิโอ Panache Games โดนกระแสโจมตีเละเทะทันทีที่คนเห็นว่ามีการใช้ภาพจาก AI ปนอยู่ในโปรล็อกของเกม แถมตอนนั้นทีมงานยังออกมาแก้ตัวแบบครึ่งๆ กลางๆ บอกว่า "มันคือ asset เวอร์ชันแรกๆ" และสัญญาว่าจะเปลี่ยนเป็นฝีมือมนุษย์ในเวอร์ชันเต็ม
ฟังดูเหมือนจะจบแค่นั้นใช่มั้ย? ไม่ใช่เลย เพราะล่าสุดหลังเกมเวอร์ชัน Early Access วางขายจริงในวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา สตูดิโอออกมาเคลื่อนไหวใหญ่กว่าเดิมมาก — ยืนยันว่าพวกเขาจะเลิกใช้ generative AI ในกระบวนการทำเกมทั้งหมด ไม่ใช่แค่เปลี่ยนบางส่วนอีกต่อไป
Patrice Désilets หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งและครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของสตูดิโอ ให้สัมภาษณ์กับ GamesRadar+ ถึงประเด็นนี้แบบตรงไปตรงมาไม่เลี่ยง เขาบอกว่าตอนนี้ asset ที่สร้างด้วย AI ถูกลบออกจากเวอร์ชัน Early Access เรียบร้อยแล้ว พร้อมย้ำว่า "ใช่ เรามีการใช้ AI ในกระบวนการบ้าง ส่วนใหญ่ในช่วงแรกๆ ตอน pre-production แต่ตอนนี้มันถูกลบออกไปหมดแล้ว และเราจะไม่ใช้ AI อีกต่อไป"
แต่ที่น่าสนใจคือคำพูดของ Désilets มันกำกวมอยู่เหมือนกัน เพราะเขาไม่ได้ยืนยันชัดเจนว่าการ "เลิกใช้" ครั้งนี้หมายถึงเฉพาะโปรเจกต์ 1666: Amsterdam เกมเดียว หรือครอบคลุมถึงโปรเจกต์อื่นๆ ของสตูดิโอในอนาคตด้วย คำตอบนี้เหมือนตั้งใจพูดให้คลุมเครือไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัยมากกว่า
เอาจริงๆ เรื่องนี้มันสะท้อนอะไรได้เยอะกว่าที่เห็นนะ เพราะมันคือกรณีศึกษาชัดๆ ว่าแรงกดดันจากผู้เล่นมีผลต่อการตัดสินใจของสตูดิโอขนาดไหน จากเดิมที่เคยยืนกรานว่าจะใช้แค่ในโปรล็อก แล้วค่อยเปลี่ยนทีหลัง พอโดนกระแสตีกลับหนักๆ เข้าก็ต้องถอยทั้งลำแบบไม่มีเงื่อนไข — ซึ่งก็สมควรแล้ว เพราะในวงการเกมที่ผู้เล่นให้คุณค่ากับงานศิลป์และความตั้งใจของทีมพัฒนา การใช้ AI มาทำ asset แล้วบอกว่า "เดี๋ยวเปลี่ยนทีหลัง" มันฟังดูไม่เคารพคนซื้อเกมเอาเสียเลย
อีกอย่างที่คิดได้คือเรื่องต้นทุน เวลาสตูดิโอตัดสินใจใช้ AI มันมักจะมาพร้อมเหตุผลเรื่องลดต้นทุนและเวลา แต่คำถามคือแล้วคุณค่าทางความรู้สึกของผู้เล่นล่ะ? การที่คนเห็นภาพ AI ในเกมที่เขารอคอยมานานมันทำลายความเชื่อมั่นขนาดไหน? ตัวเลขในงบประมาณมันตอบคำถามนี้ไม่ได้หรอก
บทเรียนที่วงการควรจำ
การประกาศใช้ AI ในงานใหญ่ๆ โดยไม่เตรียมรับมือกับกระแสตอบรับเชิงลบ = ยิงตัวเองเข้าขา ควรประเมินความเสี่ยงของแบรนด์ให้ดีก่อนตัดสินใจ
สิ่งที่ยังต้องจับตาต่อไป
Panache Games จะเลิกใช้ AI เฉพาะเกมนี้หรือทั้งสตูดิโอ? และเกมอื่นๆ ที่กำลังพัฒนาอยู่จะได้รับผลกระทบจากคำประกาศนี้ยังไงบ้าง
ท้ายที่สุดแล้ว การตัดสินใจครั้งนี้มันคือชัยชนะของคอมมูนิตี้ที่กล้าลุกขึ้นมาปกป้องมาตรฐานงานศิลป์ในเกมที่พวกเขารัก แต่ก็ต้องจับตาดูต่อไปว่าเส้นแบ่งระหว่าง "ใช้ AI ช่วยทำงาน" กับ "ใช้ AI ทดแทนแรงงานมนุษย์" ในวงการเกมมันจะลงตัวที่ตรงไหน เพราะเรื่องแบบนี้มันไม่ได้จบแค่ที่สตูดิโอเดียวแน่นอน
ฟันธงเลย — กระแสตีกลับครั้งนี้คือบทเรียนราคาแพงที่ทุกสตูดิโอต้องจำไว้: AI มันช่วยลดต้นทุนได้จริง แต่มันซื้อความไว้ใจจากผู้เล่นไม่ได้ ถ้าคิดจะใช้ก็ต้องชั่งใจให้หนัก เพราะคอมมูนิตี้ไม่ได้โง่ และเขาจำได้ทุกคนว่าใครเคยคิดจะใช้ AI มาทำของหลอกขายเขา
ที่มา: TechPowerUp — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 6
กำลังโหลดความคิดเห็น...