อัปเดต
Social Media
Reddit เตรียมยัดโฆษณาลงผลการค้นหาผู้ใช้ต้องทำใจรับมือให้ดี
แพลตฟอร์มคอมมูนิตี้ชื่อดังเริ่มทดสอบระบบโฆษณาในช่อง Search แล้ว งานนี้ใครที่ชอบหาข้อมูลแบบคลีนๆ อาจจะต้องปรับตัวกันหน่อย
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 2 นาที
การยัดโฆษณาเข้าสู่ฟีเจอร์ค้นหาคือดาบสองคมที่ Reddit ต้องแลก ระหว่างรายได้มหาศาลกับประสบการณ์ใช้งานที่อาจจะดูเละเทะขึ้นในสายตาผู้ใช้งาน
อยู่ดีๆ ก็มีเรื่องให้ชาว Reddit ต้องกุมขมับครับ เพราะล่าสุดแพลตฟอร์มนี้กำลังเดินหน้าทดสอบการใส่โฆษณาเข้าไปในหน้าผลการค้นหา (Search Results) แบบเต็มตัว จากที่เคยเห็นกันแค่ในฟีดหรือโพสต์ต่างๆ ตอนนี้พื้นที่ที่เคยใช้หาคำตอบแบบเน้นๆ กำลังจะกลายเป็นพื้นที่ขายของแทน
ทาง Reddit ออกมาบอกเองเลยว่า โฆษณาพวกนี้จะถูกคัดเลือกมาโดยอิงจากปัจจัยหลายอย่าง โดยเฉพาะความเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เราพิมพ์หา (Contextual relevance) ถ้าคุณพิมพ์ค้นหาคำว่า "espresso station" ระบบก็จะส่งโฆษณาพวกเครื่องชงกาแฟ เมล็ดกาแฟ หรือแก้วมัคมาให้เลือกสรรกันถึงที่ เรียกว่าเป็นการตลาดแบบเจาะจงจุดที่ผู้ใช้กำลังสนใจพอดี
ถามว่าทำไมถึงต้องทำแบบนี้? คำตอบก็ชัดเจนว่าเรื่องเงินๆ ทองๆ ล้วนๆ ครับ ในเมื่อ Reddit เป็นแพลตฟอร์มที่คนเข้ามาหาคำตอบ (และรีวิว) เยอะมาก การวางโฆษณาในจังหวะที่คนกำลัง "อยากซื้อ" หรือ "อยากรู้" มันคือขุมทรัพย์ชัดๆ แต่มันก็น่ากังวลว่าความแม่นยำของผลลัพธ์ที่เคยเป็นจุดแข็งของ Reddit จะถูกลดทอนลงไปไหม ถ้าหน้าแรกของการค้นหาดันเต็มไปด้วยโฆษณาที่จ่ายเงินมามากกว่าเนื้อหาจริงๆ จากผู้ใช้
ส่วนตัวผมมองว่าการขยับตัวครั้งนี้เป็นสัญญาณที่บอกว่า Reddit กำลังพยายามรีดรายได้ให้คุ้มค่าที่สุดก่อนเข้าตลาดหุ้นหรือเพื่อผลประกอบการที่ดูดีขึ้น แต่การเปลี่ยนจุดที่คนใช้เพื่อหาความจริงใจให้กลายเป็นพื้นที่โฆษณา ก็อาจจะทำให้ฐานผู้ใช้ขาประจำเริ่มรู้สึกว่าแพลตฟอร์มนี้มันเริ่ม "ขายของ" เกินไปจนน่ารำคาญหรือเปล่า
สำหรับคนที่ใช้งานทั่วไปก็คงทำอะไรไม่ได้มากนอกจากต้องแยกให้ออกว่า อันไหนคือโพสต์จากชาวบ้านที่มาแชร์ประสบการณ์จริง และอันไหนคือโฆษณาที่ถูกดันขึ้นมาตามอัลกอริทึม ซึ่งเชื่อเถอะว่าในอนาคตเราคงเห็นโฆษณาเนียนๆ แทรกมาในรูปแบบที่ดูไม่ออกมากขึ้นเรื่อยๆ แน่นอน
การทดสอบโฆษณาในช่องค้นหาคือความเสี่ยงที่ Reddit ต้องแบก เพราะถ้าทำออกมาแล้วคนรู้สึกว่าผลลัพธ์ที่ได้มัน "ขายของ" มากกว่า "คำตอบ" ก็เตรียมตัวเจอแรงต้านจากคอมมูนิตี้ได้เลย
ที่มา: The Verge — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 0
กำลังโหลดความคิดเห็น...