รีวิว
Film / Horror
“We're All Going to the World's Fair” หนังสยองขวัญที่ไม่ได้หลอกให้กลัว แต่หลอกให้คุณจมอยู่ในความเหงา
หนัง coming-of-age สุด intimate ที่ว่าด้วยวัยรุ่นผู้โดดเดี่ยวกับอินเทอร์เน็ตอันเวิ้งว้าง—ไม่ใช่ผีหรือปีศาจที่หลอกหลอน แต่เป็นตัวตนที่เลือนลางต่างหาก
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 4 นาที
ถ้าคุณคิดว่าหนังสยองขวัญต้องมีผีโผล่พรวดพราด ลืมไปได้เลย—ความน่ากลัวที่แท้จริงของเรื่องนี้คือการที่เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่า "ตัวเรา" ยังอยู่ตรงไหนบนโลกออนไลน์
หนังเรื่องนี้มันไม่ได้หลอกให้คุณกระโดดตกเก้าอี้ แต่มันค่อยๆ เลื้อยเข้าไปนั่งอยู่ในหัวของคุณ แล้วกัดกินความรู้สึกปลอดภัยทิ้งไปทีละนิด ต่างหาก
ย้อนกลับไปปี 2021 ตอนที่ We're All Going to the World's Fair ฉายรอบปฐมทัศน์ที่ Sundance ผมจำได้ว่าออกจากโรงมาด้วยความรู้สึกแปลกๆ เหมือนเพิ่งตื่นจากฝันที่ทั้งจริงและหลอกลวงในเวลาเดียวกัน เจน เชินบรุน (Jane Schoenbrun) ผู้กำกับหน้าใหม่ในตอนนั้น สร้างอะไรบางอย่างที่ไม่ได้เป็นแค่ "หนังอินดี้" ทั่วไป แต่มันคือกระจกสะท้อนความสัมพันธ์อันมืดมนระหว่างวัยรุ่นกับอินเทอร์เน็ตที่ไม่มีใครกล้าพูดถึง
และตอนนี้ หลังจากที่หนังเรื่องล่าสุดของพวกเขา Teenage Sex and Death at Camp Miasma กำลังเข้าฉายและทำเสียงฮือฮาได้พอสมควร มันถึงเวลาแล้วที่เราจะย้อนกลับไปทบทวนผลงานชิ้นแรกที่ปูทางให้ทุกอย่าง—และมันยังโคตรจะร่วมสมัยไม่เปลี่ยน
หนังเล่าเรื่องของ เคซีย์ (แอนนา ค็อบบ์) วัยรุ่นหญิงผู้โดดเดี่ยวที่อาศัยอยู่ในบ้านชานเมืองอันเงียบงัน เธอค้นพบ "เวิลด์แฟร์" (World's Fair) ชาเลนจ์ออนไลน์สุดประหลาด ที่ผู้เข้าร่วมต้องอัดวิดีโอตัวเองทำพิธีกรรมบางอย่าง แล้วอัปโหลดขึ้นเน็ต เพื่อรอดูว่า "มัน" จะเปลี่ยนพวกเขาเป็นอะไรสักอย่าง—ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ประหลาด หรือแค่คนที่หลงทางมากขึ้นกว่าเดิม
เคซีย์เริ่มเล่นมันแบบกึ่งจริงจังกึ่งประชด แต่แล้วสิ่งต่างๆ ก็เริ่มเลือนลางลงเรื่อยๆ เธอเริ่มไม่แน่ใจว่าอาการแปลกๆ ที่เกิดขึ้น—ทั้งความรู้สึกว่าผิวหนังของตัวเองไม่ใช่ของตัวเอง หรือการนอนไม่หลับ—เป็นผลของชาเลนจ์จริงๆ หรือเป็นแค่เสียงสะท้อนของความว่างเปล่าภายในที่เธอมีอยู่แต่แรกแล้วกันแน่
จุดเด่นที่สุดของหนังคือการที่เชินบรุนไม่เคยยืนยันกับผู้ชมว่าสิ่งที่เคซีย์เจอคือ "เรื่องจริง" ในโลกของหนัง หรือเป็นแค่จินตนาการที่เกิดจากความโดดเดี่ยวและวัยรุ่นที่เต็มไปด้วยฮอร์โมนอลวน มันคือเขาวงกตที่คุณต้องเดินเองและตีความเอาเอง—และนั่นแหละคือความสยองที่แท้จริง
สิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้พิเศษไม่ใช่พล็อตหรือเทคนิคการเล่าเรื่อง หากแต่มันคือ "อารมณ์" ที่เชินบรุนสร้างขึ้นได้อย่างแนบเนียน—ความอ้างว้างของวัยรุ่นที่ใช้หน้าจอเป็นเพื่อนเพียงคนเดียว การเสพติดการมองเห็นตัวเองผ่านสายตาของคนแปลกหน้า และความเปราะบางของตัวตนที่ถูกนิยามด้วยยอดไลก์และคอมเมนต์
สำหรับใครที่ยังไม่เคยดู ผมแนะนำให้ไปหามาดูก่อนที่หนังเรื่องใหม่ของเชินบรุนจะเข้าไทย—ไม่ใช่เพราะมันจะทำให้คุณเข้าใจงานชิ้นหลังได้ดีขึ้น แต่เพราะมันจะทำให้คุณเข้าใจว่า ทำไมอินเทอร์เน็ตถึงเป็นทั้งที่หลบภัยและคุกที่วัยรุ่นยุคนี้หนีไม่พ้น
ท้ายที่สุดแล้ว We're All Going to the World's Fair คือหนังสยองขวัญที่กล้าพอจะบอกความจริงว่า มอนสเตอร์ที่น่ากลัวที่สุดในยุคดิจิทัล ไม่ได้อยู่ในหน้าจอ แต่อยู่ในใจของเราที่ค่อยๆ ว่างเปล่าลงทุกวัน—และเชินบรุนทำให้เรามองเห็นมันได้ชัดเจนกว่ากระจกทุกบานที่เคยส่อง
ที่มา: The Verge — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 3
กำลังโหลดความคิดเห็น...