ข่าวเด่น
Trade / Policy
ทรัมป์เดือด ประกาศเก็บภาษี 100% โดนทั้งโดรนและชิ้นส่วนอากาศยาน ใครจะซื้อของแพงฟ้าถล่ม?
นโยบายกีดกันการค้ารอบใหม่ไม่ได้แค่ปิดประตู แต่จะทำให้โดรนทุกลำที่บินเข้าอเมริกาแพงขึ้นเท่าตัว วงการไหนสั่นสะเทือนบ้าง มาดูกัน
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 4 นาที
เรื่องนี้มันไม่ได้เพิ่งเริ่มต้นนะครับ ก่อนหน้านี้สหรัฐฯ แบนโดรนต่างชาติที่จะเข้ามาใหม่ในอนาคตไปแล้ว ยกเว้นเสียแต่ว่าบริษัทเหล่านั้นจะยอม "ก้มหน้าก้มตา" เข้ามาสยบต่ออำนาจ ตามด้วยการแบนเราเตอร์ หุ่นยนต์ ไปจนถึงเจ้า Roomba ที่ดูดฝุ่นนั่นแหละ แต่ตอนนี้โดนัลด์ ทรัมป์ เล่นใหญ่กว่าเดิม เขาลงนามในคำสั่งประธานาธิบดี (Presidential Action) เล็งเป้าไปที่โดรนที่นำเข้ามาอยู่แล้วในตอนนี้ รวมถึงชิ้นส่วนอากาศยานทุกชนิด ตั้งเป้าทำให้ของเหล่านี้มีราคาแพงขึ้นอีกระดับนึง
ฟังดูแล้วอาจจะเหมือนเรื่องไกลตัว แต่ให้บอกไว้ก่อนเลยว่า นี่คือการประกาศภาษีนำเข้า 100% สำหรับโดรนจำนวนมาก และชิ้นส่วนอากาศยานทั้งหมด ซึ่งมันไม่ใช่การขู่เฉยๆ แบบที่ผ่านมา เพราะคำสั่งนี้มีผลบังคับใช้จริง และมีเงื่อนไขที่ชัดเจนมากพอสมควร ใครที่คิดว่าอเมริกาจะเปิดเสรีทางการค้าในยุคนี้ บอกได้คำเดียวว่า ฝันไปเถอะครับ
จากรายงานของ The Verge ระบุว่า มาตรการนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย "America First" ที่ทรัมป์ย้ำมาตลอด เป้าหมายคือการบีบให้บริษัทต่างชาติย้ายฐานการผลิตมาอยู่ในสหรัฐฯ หรือไม่ก็ต้องยอมจ่ายแพงขึ้นเพื่อแลกกับตลาดอเมริกา ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลกใบนี้ มันคือเกมบังคับให้ "ยอมอยู่ใต้บังคับ" นั่นแหละ ไม่ใช่แค่เรื่องโดรนราคาถูกจากจีนที่หลายคนใช้กัน แต่รวมไปถึงชิ้นส่วนอากาศยานทั้งหมด หมายความว่าอุตสาหกรรมการบินทั้งใบ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบินพาณิชย์หรือการทหาร ต้องเดือดร้อนกันเป็นทอดๆ
ลองคิดตามนะครับ โดรนที่เราเห็นกันทั่วไปในท้องตลาด ไม่ว่าจะเป็น DJI หรือแบรนด์อื่นๆ ที่ผลิตในจีนหรือเวียดนาม ต้นทุนตรงนี้จะพุ่งขึ้นเท่าตัวทันทีที่เข้าอเมริกา แล้วใครจะแบกรับภาระนี้? คำตอบคือผู้บริโภคปลายทางอย่างเราๆ นั่นแหละครับ เพราะบริษัทผู้นำเข้าไม่ใช่คนจน พวกเขาจะผลักต้นทุนไปที่ราคาขายทันที
ผลกระทบมันไม่ได้หยุดแค่โดรนแพงขึ้นนะครับ มันคือการส่งสัญญาณไปยังทุกอุตสาหกรรมเทคโนโลยีทั่วโลกว่า ถ้าคุณอยากขายของในอเมริกา คุณต้องมีโรงงานอยู่ในอเมริกา ไม่งั้นคุณจะไม่มีความสามารถในการแข่งขันเลย นี่คือการเปลี่ยนกฎของเกมครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายทศวรรษ และมันจะบังคับให้บริษัทเทคฯ ทั่วโลกต้องทบทวนห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ใหม่ทั้งหมด
สำหรับวงการโดรนนั้น ทรัมป์มองว่ามันเป็นเรื่องความมั่นคงของชาติด้วย เพราะโดรนที่ถูกผลิตในต่างประเทศอาจมีช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่เขากังวล แต่การเก็บภาษี 100% มันไม่ได้แก้ปัญหาความปลอดภัย มันแค่สร้างกำแพงการค้า และทำให้คนอเมริกันที่ต้องการใช้โดรนเพื่อการเกษตร การสำรวจ หรือแม้แต่การถ่ายทำสารคดี ต้องจ่ายแพงขึ้นแบบไม่จำเป็น
ต้องบอกตรงๆ ว่าผมมองว่านโยบายนี้เป็นดาบสองคม ด้านหนึ่งมันอาจช่วยดึงอุตสาหกรรมการผลิตกลับเข้าอเมริกาได้จริงในระยะยาว แต่อีกด้านหนึ่งมันคือการทำร้ายผู้บริโภคและธุรกิจขนาดเล็กที่พึ่งพาสินค้าราคาไม่แพงจากต่างประเทศ มันเหมือนใช้ค้อนทุบหัวเพื่อแก้อาการปวดหัว ไม่ใช่การรักษาที่ต้นเหตุ
สิ่งที่น่าสนใจคือ มาตรการนี้จะถูกท้าทายในศาลหรือไม่ เพราะการประกาศภาษีในอัตราแบบนี้โดยไม่ผ่านสภา มันมีประเด็นทางกฎหมายที่บริษัทที่ได้รับผลกระทบสามารถฟ้องร้องได้ และเชื่อเถอะครับ ทนายของบริษัทใหญ่ๆ พวกนั้นกำลังลับมีดกันอยู่แน่นอน แต่กว่าคดีจะถึงที่สุด ธุรกิจเล็กๆ ที่ต้องใช้โดรนในการทำงานอาจเจ๊งไปแล้วหลายราย
ฟันธงเลยครับ มาตรการนี้คือ "นโยบายประชานิยมเชิงการค้า" ที่ฟังดูดีในสุนทรพจน์ แต่กำลังจะยิงตัวเองเข้าที่เท้า เพราะการเก็บภาษี 100% ไม่ได้ทำให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง มันแค่ทำให้ค่าครองชีพของคนอเมริกันและความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจในประเทศพังพินาศลงต่างหาก ท่ามกลางสงครามการค้ารอบนี้ ไม่มีใครชนะจริงๆ นอกจากนักการเมืองที่ได้คะแนนเสียงจากวาทกรรมนี้
ที่มา: The Verge — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 3
กำลังโหลดความคิดเห็น...