ข่าวเด่น
Semiconductors
คิโอเซีย-ซานดิสก์ ทุ่ม 3.1 หมื่นล้านดอลลาร์ที่ญี่ปุ่น ตอกย้ำวงการแฟลชเมมโมรียังไม่ตาย
เงินก้อนนี้ไม่ได้มาเล่นๆ แต่คือการเดิมพันครั้งใหญ่บนโต๊ะ AI ที่กำลังเผาผลาญความจุเก็บข้อมูลแทบไม่พอใช้
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
ถ้าคุณคิดว่ายุคทองของหน่วยความจำแฟลชจบลงแล้ว ข่าวนี้จะทำให้คุณต้องคิดใหม่ เพราะ AI ไม่ได้ต้องการแค่ชิปประมวลผล แต่ต้องการพื้นที่เก็บข้อมูลมหาศาลที่ใครก็ตามไม่ทัน
เรื่องนี้มันใหญ่กว่าที่เห็นในพาดหัวมากนะครับ เพื่อนๆ อย่าเพิ่งมองผ่านๆ ว่าเป็นแค่ข่าวลงทุนในญี่ปุ่นอีกหนึ่งข่าว เพราะนี่คือการประกาศความมุ่งมั่นครั้งใหญ่ของสองบริษัทแม่ร่วมทุนอย่าง Kioxia และ Sandisk ที่จะทุ่มเงินรวมกันกว่า 31,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 5 แสนล้านเยน เพื่อขยายกำลังการผลิต NAND flash memory ในญี่ปุ่นต่อเนื่องไปจนถึงปี 2032
ฟังตัวเลขแล้วอาจจะมึน แต่ขอเล่าให้ฟังแบบนี้ — สองคู่นี้อยู่ด้วยกันมานานกว่า 25 ปีแล้ว ลงทุนสะสมในญี่ปุ่นไปแล้วเกิน 50,000 ล้านดอลลาร์ หรือเกือบ 9 แสนล้านเยน และความสำเร็จของพวกเขาคือการปั้นให้ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในฐานผลิตแฟลชเมมโมรี่ที่สำคัญที่สุดของโลก การประกาศรอบนี้จึงไม่ใช่แค่การลงทุนเพิ่ม แต่คือการยืนยันว่า "เรายังอยู่ และจะอยู่ต่ออีกยาว" ท่ามกลางกระแสข่าวลือเรื่องความผันผวนของตลาดหน่วยความจำที่ผ่านมา
ถ้าเม็ดเงินลงทุนสะสม 25 ปี รวม 5 หมื่นล้านดอลลาร์ ยังไม่ทำให้คุณรู้สึกว่าวงการนี้จริงจังแค่ไหน ลองคิดถึงตัวเลขใหม่ 3.1 หมื่นล้านที่กำลังจะไหลเข้าไปอีกครั้งสิครับ
คำถามคือ ทำไมต้องตอนนี้? คำตอบสั้นๆ คือ AI ครับ เพื่อนๆ ยุคที่ AI แค่คุยเล่นๆ ในแชทบอทมันจบไปแล้ว ตอนนี้คือยุคที่โมเดลภาษาขนาดใหญ่ต้องเทรนด้วยข้อมูลมหาศาล และเซิร์ฟเวอร์ต้องเก็บข้อมูลมหาศาลเพื่อให้บริการผู้ใช้หลายล้านคนพร้อมกัน ความต้องการพื้นที่เก็บข้อมูลมันพุ่งทะยานแบบไม่เคยเป็นมาก่อน และนี่คือจังหวะที่บริษัทที่ครองตลาด NAND อย่าง Kioxia กับ Sandisk กำลังจะเก็บเกี่ยวผลตอบแทนครั้งใหญ่
เงินก้อนนี้จะถูกใช้ในการขยายโครงสร้างพื้นฐานที่โรงงาน Yokkaichi และ Kitakami ซึ่งเป็นสองฐานการผลิตหลักของพวกเขา รวมถึงเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง โดยทั้งสองบริษัทให้คำมั่นว่าจะเพิ่มกำลังการผลิตแบบหลายปี (multi-year bit growth) เพื่อตอบสนองดีมานด์ที่แข็งแกร่ง และที่สำคัญคือการสร้างเสถียรภาพของอุปทาน ไม่ให้เกิดภาวะขาดแคลนเหมือนที่เคยเห็นในรอบก่อนๆ
จุดที่น่าสนใจคือเงื่อนไข "ขึ้นอยู่กับการสนับสนุนจากภาครัฐ" ที่แอบเขียนไว้ในข่าว นี่คือสัญญาณชัดเจนว่าญี่ปุ่นกำลังจริงจังกับการดึงดูดการลงทุนด้านเซมิคอนดักเตอร์กลับบ้านเกิด และบริษัทก็รู้ดีว่าต้องแลกกับอะไรเพื่อให้ได้เงินอุดหนุนก้อนนี้ มันคือเกมการเมืองระหว่างประเทศที่ทั้งสองฝ่ายได้ประโยชน์ร่วมกัน
หลายคนอาจมองว่าการร่วมทุนระหว่างสองบริษัทเป็นเรื่องปกติ แต่ต้องบอกว่า ความร่วมมือ Kioxia-Sandisk นั้นเป็นหนึ่งในกรณีศึกษาที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในวงการ เพราะทั้งคู่แบ่งงานกันทำได้อย่างลงตัว — Sandisk ถนัดด้านตลาดและแบรนด์ ขณะที่ Kioxia (เดิมคือ Toshiba Memory) ถนัดด้านเทคโนโลยีการผลิต การที่ทั้งคู่ยังเลือกที่จะเดินหน้าด้วยกันแบบนี้ ยิ่งตอกย้ำว่าความสัมพันธ์นี้แข็งแกร่งแค่ไหน
โครงสร้างพื้นฐาน
ขยายโรงงาน Yokkaichi และ Kitakami รวมถึงระบบสนับสนุนการผลิตทั้งหมด เพื่อรองรับการผลิตระดับแนวหน้าที่ความจุสูงขึ้น
ความมุ่งมั่นระยะยาว
เพิ่มกำลังการผลิตแบบหลายปี (multi-year bit growth) เพื่อรับประกันเสถียรภาพของอุปทานในตลาด NAND ที่ผันผวน
เทคโนโลยี AI
พัฒนานวัตกรรมแฟลชเมมโมรี่ที่รองรับความต้องการของโลกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและ AI โดยเฉพาะ
มาถึงตรงนี้ ขอบอกตามตรงว่าในฐานะคนที่ติดตามวงการมานาน ผมมองว่านี่คือข่าวดีของทั้งอุตสาหกรรม ไม่ใช่แค่ของสองบริษัท เพราะการที่ผู้เล่นรายใหญ่ทุ่มเงินระดับนี้ มันคือการส่งสัญญาณถึงความเชื่อมั่นระยะยาวของตลาด และทำให้คู่แข่งอย่าง Samsung หรือ SK Hynix ต้องกลับมาคิดหนักเรื่องแผนของตัวเองแน่นอน
ฟันธงเลยว่า นี่คือการเดิมพันที่ถูกจังหวะและถูกที่ถูกทางที่สุดของ Kioxia และ Sandisk ในรอบทศวรรษ เพราะในยุคที่ข้อมูลคือน้ำมันดิบใหม่ คนที่ควบคุมแหล่งผลิตน้ำมันได้คือผู้ชนะ และญี่ปุ่นกำลังจะกลายเป็นแหล่งผลิตน้ำมันดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
ที่มา: TechPowerUp — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 5
กำลังโหลดความคิดเห็น...