เจาะประเด็น
Delivery / Drones
Uber ทุ่มเงินลงทุน Zipline ประกาศส่งพิซซ่าทางอากาศ เป้า 1 ล้านเที่ยว/วัน ภายในปี 2029
เดลิเวอรี่โดรนไม่ใช่ของเล่นอีกต่อไป เมื่อ Uber เอาจริงจับมือ Zipline ส่งอาหารทางอากาศให้ถึงหน้าบ้านภายในปีนี้
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 4 นาที
คนไทยอาจเคยชินกับมอเตอร์ไซค์วิน แต่ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า อาหารจานโปรดของคุณอาจร่อนลงมาจากฟ้า — คำถามคือโครงสร้างพื้นฐานเราพร้อมหรือยัง?
เรื่องนี้ไม่ได้เป็นแค่ข่าวคราวเท่ห์ๆ ให้ได้ฮือฮากันวันเดียวจบ แต่คือการยืนยันว่า "เดลิเวอรี่โดรน" กำลังจะกลายเป็นธุรกิจจริงจัง ไม่ใช่โปรเจกต์ทดลองในมหาวิทยาลัยอีกต่อไป Uber ประกาศจับมือกับ Zipline สตาร์ทอัพโดรนจากแคลิฟอร์เนีย ที่ปักหมุดบินส่งของในรัฐเท็กซัสมาตั้งแต่ปี 2025 โดยมีเป้าหมายสุดทะเยอทะยาน — ส่งอาหารทางอากาศให้ได้วันละ 1 ล้านเที่ยวภายในปี 2029
อ่านแล้วอาจคิดว่า "อีกตั้ง 4 ปี จะตื่นเต้นไปทำไม" แต่ถ้าไล่เรียงดูดีๆ นี่คือการเคลื่อนไหวที่ใหญ่กว่าแค่การส่งพิซซ่าให้ถึงมือไวขึ้น มันคือการเดิมพันว่าโครงสร้างการขนส่งมื้ออาหารของคนเมืองจะเปลี่ยนหน้าตาไปตลอดกาล
จุดสำคัญของข่าวนี้ไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขยอดเที่ยวบิน แต่อยู่ที่คำว่า "strategic investment" — Uber ไม่ได้แค่จ้าง Zipline มาเป็นคู่ค้า แต่ทุ่มเงินลงทุนเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจด้วย นี่คือสัญญาณว่า Uber มองเห็นศักยภาพของ Zipline มากพอที่จะเอาทรัพยากรตัวเองหนุนเต็มสูบ ไม่ใช่แค่ทดลองตลาดแบบขอไปที
Zipline เองก็ไม่ใช่เด็กใหม่ในวงการ พวกเขาส่งเลือดและเวชภัณฑ์ด้วยโดรนในแอฟริกามาหลายปี ก่อนจะขยับมาทำเดลิเวอรี่อาหารในเท็กซัส ซึ่งก็คือสนามทดสอบจริงของสหรัฐฯ ที่กฎระเบียบเอื้อต่อการบินโดรนพาณิชย์มากกว่าเมืองอื่น
ถ้าแผนนี้สำเร็จตามเป้า 1 ล้านเที่ยวต่อวัน มันจะเปลี่ยนสมการของอุตสาหกรรมเดลิเวอรี่ไปเลย เพราะต้นทุนต่อเที่ยวจะถูกลงมากเมื่อเทียบกับแรงงานคน เมื่อโดรนบินได้ทั้งวันโดยไม่เหนื่อย ไม่ต้องพักเบรก ไม่ต้องรอรถติด ไม่ต้องจอดรถส่งของให้เสียค่าปรับ
แต่อีกด้านหนึ่ง คำถามใหญ่ที่ยังไม่มีคำตอบคือเรื่องกฎระเบียบและความปลอดภัยในเมืองหนาแน่นอย่างกรุงเทพฯ หรือนิวยอร์ก โดรนบินข้ามตึกสูงๆ กลางเมืองที่มีลมกระโชกแรง จะรับมือยังไง? แล้วใครรับผิดชอบถ้าโดรนตกใส่หัวคนเดินถนน? เหล่านี้คืออุปสรรคที่ยังไม่เห็นคำตอบชัดเจนจากข่าวนี้
สิ่งที่ทำให้ข่าวนี้น่าสนใจกว่าการประกาศของคู่แข่งรายอื่นคือ จังหวะเวลา Uber เพิ่งผ่านศึกหนักในตลาดเดลิเวอรี่มาไม่น้อย ทั้งการแข่งขันด้านราคากับ DoorDash และ Grab ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การหันมาลงทุนกับโดรนแบบนี้คือการมองข้ามคู่แข่งในปัจจุบันไปหาเกมใหม่ที่ยังไม่มีใครครอง — ฉลาดมากหรือเพ้อเจ้อ ต้องรอดูกันต่อไป
ความเร็ว
โดรนบินเป็นเส้นตรงข้ามการจราจร ไม่ต้องเลี้ยวตามถนน ทำให้ถึงมือลูกค้าไวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ต้นทุน
ในระยะยาว การใช้โดรนลดค่าแรงคนขับซึ่งเป็นต้นทุนหลักของเดลิเวอรี่แอปฯ ลงได้มหาศาล
สิ่งแวดล้อม
โดรนไฟฟ้าปล่อยคาร์บอนน้อยกว่ารถยนต์ที่วิ่งส่งอาหารในเมือง ซึ่งตอบโจทย์เทรนด์ความยั่งยืน
สำหรับบ้านเรา เรื่องนี้อาจฟังดูไกลตัว แต่จริงๆ แล้วไม่ไกลอย่างที่คิด เพราะแอปฯ เดลิเวอรี่ในไทยแข่งกันดุเดือดทุกวัน การที่ยักษ์ใหญ่อย่าง Uber เริ่มวางหมากเรื่องโดรน จะกลายเป็นแรงกดดันให้ผู้เล่นรายอื่นต้องพัฒนาตาม หรือไม่ก็ต้องหาทางลดต้นทุนด้วยวิธีอื่น
สุดท้ายแล้ว ต้องยอมรับว่า Zipline เลือกพาร์ตเนอร์ได้ถูกที่ถูกเวลา Uber มีฐานผู้ใช้มหาศาล มีข้อมูลเส้นทางและพฤติกรรมการสั่งอาหารที่ครอบคลุมทั่วโลก การผนวกโดรนเข้าไปในระบบที่มีอยู่แล้ว ย่อมง่ายกว่าการเริ่มจากศูนย์ และนั่นคือสิ่งที่ทำให้ดีลนี้แตกต่างจากข่าวโดรนเดลิเวอรี่ทั่วๆ ไปที่เราเคยเห็น
เดลิเวอรี่โดรนกำลังจะกลายเป็นจริงในระดับอุตสาหกรรม และใครก็ตามที่เมินเฉยกับเทรนด์นี้จะถูกทิ้งไว้ข้างหลังอย่างน่าเศร้า — คำถามคือเมืองไทยของเราจะเป็นผู้เล่นหรือแค่ผู้ชมในเกมนี้
ที่มา: The Verge — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 3
กำลังโหลดความคิดเห็น...