เจาะประเด็น
Gaming / Audio
JBL Quantum 850 เปิดตัว หูฟังเกมมิ่งที่ฟังแล้วรู้เลยว่า "ได้เปรียบ" แค่ไหน
Carbon Driver + ตัดเสียงรบกวนอัจฉริยะ + ระบบเสียงสามมิติแบบติดตามหัว — มันคือชุดเกราะที่ทำให้คุณได้ยินก่อนที่ศัตรูจะรู้ตัว
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
เคยสงสัยไหมว่าทำไมโปรเพลเยอร์ถึงยิงหัวแม่นขนาดนั้น? คำตอบอาจไม่ใช่แค่การเล็ง แต่คือการ "ได้ยิน" ที่เหนือกว่าด้วย
เรื่องนี้พูดตรงๆ เลยว่า หูฟังเกมมิ่งในตลาดตอนนี้มันแน่นไปหมด ทุกแบรนด์ก็บอกว่าดีที่สุด ทั้งเสียงรอบทิศทาง ทั้งตัดเสียงรบกวน อ่านไปก็ง่วงไป แต่ที่ JBL เพิ่งปล่อยออกมาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนนี้ มันมีอะไรที่ทำให้ผมต้องเงี่ยหูฟังเป็นพิเศษ เพราะมันไม่ใช่แค่ "อัปเกรดสเปก" แต่เป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกตัวเดียว — แก้ทั้งเรื่องความคมชัดของเสียง และปัญหาเรื่องการโฟกัสขณะเล่นเกมไปพร้อมๆ กัน
JBL Quantum 850 ไม่ใช่หูฟังรุ่นเล็กๆ แต่คือเรือธงรุ่นใหม่ที่เขาจัดเต็มทุกอย่างที่มีในพกพามาใส่ให้ เริ่มจากไดรเวอร์ Carbon Dynamic ขนาด 50 มม. ที่ผ่านการรับรอง Hi-Res ซึ่งคำว่า Carbon ในที่นี้ไม่ใช่แค่ชื่อเท่ๆ แต่มันคือวัสดุแดมปิ้งที่เคลมว่าช่วยให้เสียงมีความละเอียดและรายละเอียดครบถ้วนกว่าวัสดุทั่วไป โดยเฉพาะการตอบสนองย่านความถี่สูงที่ดีขึ้น ซึ่งนั่นหมายความว่าเสียงฝีเท้า เสียงรีโหลดปืน หรือแม้แต่เสียงลมหายใจของตัวละคร จะชัดเจนขึ้นจนคุณแยกตำแหน่งได้แม่นขึ้นจริงๆ
ฟังดูเหมือนสเปกทั่วไปใช่ไหม? แต่ประเด็นมันอยู่ที่ระบบเสียงรอบทิศทางของ JBL Quantum Spatial Sound ที่มาพร้อมกับ Head Tracking หรือการติดตามการหมุนหัวของคุณ แปลเป็นภาษาคนก็คือ เวลาคุณหันหน้าไปทางขวาในชีวิตจริง เสียงในเกมจะหมุนตามไปด้วย เหมือนคุณอยู่ในโลกของเกมจริงๆ ไม่ใช่แค่นั่งฟังเสียงจากลำโพงสองข้างเฉยๆ มันคือความต่างระหว่างการ "ได้ยินว่ามีคนอยู่ฝั่งนั้น" กับการ "รู้ได้ทันทีว่าเขาอยู่ตรงไหนในระยะกี่เมตร" ซึ่งในเกมแนว FPS หรือ Battle Royale นี่คือเส้นบางๆ ระหว่างการชนะกับการโดนยิงหัว
Carbon Dynamic Drivers 50 มม.
ให้เสียงที่มีรายละเอียดสูง ย่านความถี่สูงชัดเจนขึ้น ช่วยระบุตำแหน่งของเสียงได้แม่นยำกว่าไดรเวอร์ทั่วไป
JBL Quantum Spatial Sound + Head Tracking
เสียงสามมิติที่หมุนตามการเคลื่อนไหวหัวของคุณ สร้างประสบการณ์เสมือนอยู่ในเกมจริงๆ
Adaptive Noise Cancelling
ตัดเสียงรบกวนภายนอกแบบปรับอัตโนมัติ ช่วยให้โฟกัสกับเกมได้โดยไม่ต้องเร่งเสียงจนหูแตก
อีกหนึ่งจุดที่ผมว่าคนเล่นเกมส่วนใหญ่ไม่ได้คิดถึง แต่สำคัญไม่แพ้กันคือ Adaptive Noise Cancelling หรือ ANC แบบปรับอัตโนมัติ นี่ไม่ใช่แค่โหมดตัดเสียงกุ๊กกิ๊กทั่วไป แต่มันฉลาดพอที่จะปรับระดับการตัดเสียงให้เข้ากับสภาพแวดล้อมรอบตัวคุณ ยิ่งถ้าคุณเป็นคนที่ต้องเล่นเกมในห้องที่มีคนเดินผ่านหรือมีเสียงแอร์ดัง นี่คือตัวช่วยให้คุณไม่ได้ยินเสียงรบกวน แต่ยังได้ยินเสียงเกมครบทุกเม็ดโดยไม่ต้องเปิดเสียงดังจนหูเสีย
ถามว่าราคาเท่าไหร่? ต้นฉบับไม่ได้บอกตัวเลขมา แต่ดูจากสเปกและการวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียม ก็เดาได้ไม่ยากว่ามันจะอยู่ในระดับเดียวกับหูฟังเกมมิ่งเรือธงแบรนด์อื่นๆ ซึ่งตรงนี้ผมมองว่าเป็นจุดที่ต้องคิดให้ดี เพราะเทคโนโลยี Head Tracking ยังไม่ใช่มาตรฐานกลางของทุกเกม บางเกมอาจต้องตั้งค่าเพิ่มเติมหรือไม่รองรับด้วยซ้ำ ถ้าซื้อมาแล้วใช้ไม่ได้เต็มประสิทธิภาพ มันก็จะกลายเป็นแค่หูฟังแพงๆ ที่มี ANC ธรรมดาๆ เท่านั้น
ฟังจากสเปกแล้วมันคือหูฟังที่ "จัดเต็ม" จริงๆ แต่ก่อนตัดสินใจ อย่าลืมเช็กก่อนว่าเกมที่คุณเล่นประจำรองรับ Head Tracking หรือเปล่า เพราะถ้ารองรับ นี่อาจเป็นอาวุธลับที่ทำให้คุณเหนือกว่า แต่ถ้าไม่รองรับ ก็อาจเป็นแค่หูฟังเสียงดีอีกรุ่นหนึ่งที่ราคาไม่เบา — เลือกให้ตรงกับสิ่งที่คุณเล่นจริงๆ แล้วกัน
ที่มา: TechPowerUp — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 5
กำลังโหลดความคิดเห็น...