เจาะประเด็น
AI / Devs
ถ้า AI เขียนโค้ดแทนเด็กจบใหม่หมด ใครจะสอนเด็กพวกนั้นให้เป็นโปรแกรมเมอร์
Scott Hanselman ชี้ว่าวงการซอฟต์แวร์กำลังจะเจอปัญหาที่วงการพยาบาลเคยเจอ และทางออกอาจไม่ใช่แค่ปรับหลักสูตร แต่ต้องรื้อโมเดลการปั้นเด็กใหม่ทั้งระบบ
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 4 นาที
งานที่เคยเป็นบันไดขั้นแรกของเด็กจบใหม่ กำลังกลายเป็นงานที่ AI ทำได้ก่อนใคร แล้วบันไดขั้นนั้นจะเหลือให้ใครเหยียบ?
วงการซอฟต์แวร์กำลังเดินเข้าสู่จุดที่คนในวงการหลายคนไม่อยากพูดถึง นั่นคือถ้า AI agent ทำงาน routine ส่วนใหญ่ได้หมด แล้วเด็กจบใหม่ที่เคยเรียนรู้งานจากการทำ routine พวกนั้น จะเอาอะไรมาฝึกฝีมือ?
คำถามนี้ถูกหยิบขึ้นมาคุยในพอดแคสต์ของ InfoQ ที่ Michael Stiefel คุยกับ Scott Hanselman โดยตรง ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ว่า AI จะแทนโปรแกรมเมอร์ทั้งหมดหรือเปล่า แต่อยู่ที่ "กระบวนการปั้นเด็กใหม่" ต่างหากที่กำลังพัง เพราะสิ่งที่เด็กจบใหม่เคยใช้เป็นสนามซ้อม กลับกลายเป็นงานที่ AI ทำได้เร็วกว่า ถูกกว่า และไม่บ่น
ลองนึกภาพตามนะ ปกติเด็กจบใหม่เข้าทำงาน เขาจะได้งานเล็กๆ งานจิปาถะ งานที่พี่ๆ ไม่มีเวลาทำ อย่างแก้บั๊กเล็กๆ เขียน test เพิ่ม หรือต่อ API ง่ายๆ งานพวกนี้แหละที่ทำให้เขาได้อ่านโค้ดของคนอื่น ได้ทำความเข้าใจ codebase ได้เรียนรู้ว่าของจริงมัน messy ขนาดไหน
แต่ทุกวันนี้ AI agent ทำสิ่งเหล่านี้ได้ในไม่กี่วินาที แล้วถ้าบริษัทเลือกใช้ AI ทำงานพวกนี้หมด เด็กจบใหม่ก็ไม่เหลือสนามซ้อม พวกเขาได้แต่นั่งดู AI ทำงาน แล้วก็ไม่รู้ว่าตัวเองควรทำอะไรต่อ นี่คือปัญหาที่ Hanselman ชี้ว่ากำลังจะกลายเป็นวิกฤตของวงการ
ข้อเสนอของ Hanselman คือให้วงการซอฟต์แวร์หันไปดูโมเดล "preceptorship" ที่วงการพยาบาลใช้กันมานาน ในวงการพยาบาล นักศึกษาพยาบาลไม่ได้เรียนจบแล้วจับพลัดจับผลูขึ้นวอร์ดเลย แต่จะมีพี่เลี้ยงที่ดูแลอย่างใกล้ชิด เป็นระบบที่เป็นทางการ มีเวลาให้ มีคนรับผิดชอบชัดเจนว่าต้องสอนอะไรบ้าง
Hanselman บอกว่าวงการซอฟต์แวร์ควรเอาโมเดลนี้มาใช้ คือแทนที่จะปล่อยให้เด็กใหม่เรียนรู้แบบงูๆ ปลาๆ จากการได้งานจิปาถะ บริษัทต้องออกแบบระบบพี่เลี้ยงอย่างจริงจัง ให้วิศวกรอาวุโสมีเวลาสอน มีเวลาติว มีเวลาอธิบายว่าทำไมโค้ดนี้ถึงเขียนแบบนี้
ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องที่ควรทำอยู่แล้ว แต่ในโลกจริงมันไม่ง่าย เพราะการที่วิศวกรอาวุโสจะนั่งสอนเด็กใหม่ได้ เขาต้องมีเวลา ซึ่งหมายความว่าบริษัทต้องยอมรับ productivity ที่ลดลงในระยะสั้นเพื่อแลกกับคนที่โตขึ้นในระยะยาว ในยุคที่ทุกบริษัท obsessed กับ velocity และ efficiency การยอมแบบนั้นไม่ใช่เรื่องที่ทุกที่พร้อมทำ
ถ้ามองแค่ปีนี้ เรื่องนี้ดูเหมือนเป็นปัญหาของเด็กจบใหม่ที่หางานยากขึ้น แต่ถ้ามองยาว 5-10 ปี มันคือปัญหาของทั้งวงการ เพราะวันหนึ่งวิศวกรอาวุโสที่ทุกบริษัทแย่งตัวกันอยู่ก็จะเกษียณหรือออกไปทำอย่างอื่น แล้วถ้าไม่มีใครถูกปั้นขึ้นมาแทน วงการจะเจอภาวะขาดแคลนคนเก่งระดับ senior แบบที่ไม่เคยเจอมาก่อน
และที่สำคัญคือ AI เองก็ต้องการคนที่เข้าใจระบบจริงๆ ในการดูแล ตรวจสอบ และตัดสินใจในจุดที่ AI ยังไม่เก่ง การปั้นคนรุ่นใหม่จึงไม่ใช่แค่เรื่องของความเห็นอกเห็นใจ แต่เป็นเรื่องของการรักษาความสามารถในการแข่งขันของวงการในระยะยาว
ประเด็นของ Hanselman ไม่ได้อยู่ที่ว่า AI จะแย่งงานเด็กจบใหม่หรือเปล่า แต่อยู่ที่ว่าเมื่อ AI ทำงานพื้นฐานไปหมด วงการต้องตั้งใจสร้างระบบปั้นคนใหม่ขึ้นมาแทนบันไดที่หายไป และถ้ายังไม่มีใครทำ บริษัทที่คิดแค่เรื่อง velocity วันนี้ อาจต้องจ่ายแพงกว่าที่คิดในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
ที่มา: InfoQ AI/ML — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 3
กำลังโหลดความคิดเห็น...