เจาะประเด็น
GPU / Modding
โมเดอร์แฮ็ก DLSS 5 ให้รันบน RTX 4000 ได้แล้ว เกมเมอร์มีเฮ แต่ NVIDIA คงไม่ปลื้ม
ของลับที่ NVIDIA หวงไว้ให้ RTX 50 ซีรีส์เท่านั้น ถูกแกะรหัสและชุบชีวิตให้การ์ดเจนก่อนหน้าใช้งานได้จริง แม้ไม่มีการสนับสนุนทางการก็ตาม
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 4 นาที
ถ้า RTX 4000 รันเทคโนโลยี AI รุ่นใหม่ได้จริง คำถามคือ NVIDIA ไปกันดั๊ยอะไร? คำตอบอาจไม่เกี่ยวกับฮาร์ดแวร์เลยสักนิด
เรื่องนี้มันโคตรจะน่าสนใจเลยครับ เพื่อนๆ จำได้ไหมตอนที่ NVIDIA เปิดตัว DLSS 4 แบบเฉพาะ RTX 50 ซีรีส์ แล้วอ้างว่าเทคโนโลยีใหม่ต้องใช้ฮาร์ดแวร์ใหม่เท่านั้น? ตอนนี้โมเดอร์ชุมชนได้พิสูจน์แล้วว่า คำพูดนั้นมันไม่จริงเสมอไป เพราะล่าสุดมีคนแกะไฟล์ DLSS 5 ที่หลุดออกมา ทำให้รันบน RTX 4000 "Ada Lovelace" ได้สำเร็จ แม้ NVIDIA จะไม่เคยมีแผนสนับสนุนการ์ดรุ่นก่อนหน้านี้เลยก็ตาม
เรื่องราวมันเริ่มจากไฟล์ DLL ของ DLSS 5 ที่หลุดออกมาจากเกม NBA 2K27 เวอร์ชัน Early-Access ตั้งแต่อาทิตย์ก่อน และแน่นอนว่าชุมชนโมดเดอร์ที่รวมตัวกันใน Discord ของ RenoDX ไม่รอช้า พวกเขาจัดการเอาไปลองรันกับเกมอื่นๆ ผ่าน ReShade และ RenoDX ได้ในเวลาอันรวดเร็ว แต่ประเด็นสำคัญคือ ไฟล์ที่หลุดออกมามันถูกคอมไพล์มาสำหรับสถาปัตยกรรม sm_120 ของ Blackwell (RTX 5000) เท่านั้น ไม่มีเวอร์ชันสำหรับ Ada หรือ Ampere เลยแม้แต่บิตเดียว
จุดที่น่าทึ่งคือ ในบทวิเคราะห์ก่อนหน้านี้ของ DLSS-NR (รุ่นก่อนหน้าของ DLSS 5) เรารู้กันแล้วว่า AI model ตัวนี้รันบน FP8 ซึ่งจริงๆ แล้ว Ada Lovelace รองรับการคำนวณแบบนี้ได้สบายมาก ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความสามารถของฮาร์ดแวร์ แต่อยู่ที่ตัวไฟล์คอมไพล์ที่ NVIDIA จงใจ (หรือขี้เกียจ?) ทำมาเพื่อ Blackwell เท่านั้น ราวกับว่า Ada ไม่มีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้
แล้วนางฟ้าของเหล่าเกมเมอร์ก็ปรากฏตัว โมเดอร์นามแฝง "Uncle Burrito" (ชื่อนี้ให้เลยว่าดีมาก) ได้ลงมือไล่ล่า binary ที่ไม่เข้ากันในไฟล์ และทำการสลับเป็นเวอร์ชันที่คอมไพล์สำหรับสถาปัตยกรรม Ada แทน ผลลัพธ์ที่ออกมาคือ มันใช้งานได้จริง และ Tom's Hardware ก็ได้ยืนยันแล้วว่าแพตช์นี้รันบน RTX 4080 ได้ปกติ แถมยังบอกอีกว่า มีนักพัฒนาคนอื่นๆ ใน Discord เดียวกันกำลังทำเวอร์ชันแก้ไขของตัวเองอยู่ด้วย
ตรงนี้แหละที่ผมอยากจะฟันธงแบบไม่กลัวใคร เรื่องนี้มันเผยให้เห็นอะไรหลายอย่างเกี่ยวกับกลยุทธ์การตลาดของ NVIDIA ที่เริ่มจะง่อยๆ ไปทุกที การที่บริษัทอ้างว่าเทคโนโลยี DLSS 4 หรือ DLSS 5 ต้องใช้เฉพาะ Blackwell นั้น ตอนนี้ดูเหมือนเป็นแค่ข้ออ้างเพื่อผลักดันยอดขายการ์ดรุ่นใหม่ มากกว่าเหตุผลทางเทคนิคจริงๆ เพราะถ้า Ada รันได้จริง แปลว่า NVIDIA ไม่ได้ "ทำไม่ได้" แต่เป็น "ไม่ยอมทำ" ต่างหาก
แน่นอนว่า DLSS 5 ยังอยู่ในช่วงหลุดลอดออกมา และการทำงานอาจจะไม่ได้สมบูรณ์ 100% ทุกเกม แต่นี่คือการพิสูจน์แนวคิดครั้งสำคัญ มันแสดงให้เห็นว่า ชุมชนโมดเดอร์ยังคงเป็นแรงผลักดันที่สำคัญของวงการพีซี เช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการแฮ็ก FSR ลงบนการ์ด NVIDIA หรือการปลดล็อกฟีเจอร์ต่างๆ ที่บริษัทจงใจล็อกไว้
สำหรับเกมเมอร์ที่ถือ RTX 4000 อยู่ นี่คือข่าวดีสุดๆ เพราะหมายความว่าการ์ดของคุณยังมีของดีซ่อนอยู่อีกเยอะ แม้ NVIDIA จะพยายามบอกให้คุณจ่ายเงินซื้อของใหม่ก็เถอะ ส่วน NVIDIA เองก็คงต้องคิดหนัก เพราะการที่โมเดอร์ทำได้ง่ายขนาดนี้ มันยิ่งตอกย้ำว่าการล็อกซอฟต์แวร์ให้ผูกขาดกับฮาร์ดแวร์รุ่นใดรุ่นหนึ่ง เป็นกลยุทธ์ที่กำลังจะเอาตัวไม่รอดในยุคที่ AI กำลังเป็นประชาธิปไตย
สรุปสั้นๆ คือ โมเดอร์ชนะอีกแล้ว และเกมเมอร์ก็ชนะไปด้วย แต่คำถามต่อไปคือ NVIDIA จะตอบสนองยังไง? จะออกแพตช์บล็อก? หรือจะเมินเฉย? ไม่ว่าจะแบบไหน ผมว่าคนที่ได้ประโยชน์สูงสุดคือผู้บริโภคที่ได้ใช้ของดีโดยไม่ต้องจ่ายแพงขึ้น นี่แหละคือความงดงามของวงการพีซีที่บริษัทใหญ่ๆ มักจะลืม
ที่มา: TechPowerUp — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 3
กำลังโหลดความคิดเห็น...