อัปเดต
Software
Microsoft ซ่อมบั๊ก Defender แล้ว แต่ปล่อยให้คนตกใจเปล่าๆ เกือบ 3 อาทิตย์
แจ้งเตือนว่าไวรัสไม่ทำงานทั้งที่มันทำงานดีๆ กว่าจะแก้ก็กินเวลาเกือบสามสัปดาห์
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
บั๊กที่แจ้งเตือนผิดๆ ว่าเครื่องคุณไม่มี antivirus คุ้มครอง ฟังดูไม่ร้ายแรง แต่ลองคิดว่ามันเด้งขึ้นมาตอนคุณเพิ่งเปิดเครื่องทุกเช้าเป็นเดือนๆ ดูสิ
เราคคงเคยเจอกันบ้าง แชทเปิดเครื่องปุ๊บ Windows Security เด้งเตือนว่า Microsoft Defender Antivirus ถูกปิดไปแล้ว ทั้งที่ในใจก็รู้ว่าไม่ได้ไปแตะอะไรเลย ล่าสุด Microsoft ซ่อมบั๊กนี้เรียบร้อยแล้วครับ แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ ก็เล่นเอาคนใช้ต้องอยู่กับความสับสนกันไปเกือบสามอาทิตย์
ตัว fix มาพร้อม Defender platform update 4.18.26080.4 ที่ Microsoft ปล่อยเมื่อวันที่ 17 กันยายน ตามรายงานของ Windows Latest ข่าวดีคือผู้ใช้ไม่ต้องไปทำอะไรเองเลย มันจะอัปเดตมาให้เองอัตโนมัติ ยกเว้นว่าคุณไปบล็อก security update แบบบังคับผ่าน Group Policy หรือ Registry Editor ไว้ อันนี้ก็ต้องไปปลดล็อกเอง
อาการของบั๊กตัวนี้คือ มันมักเด้งตอนบูตเครื่อง แล้วก็กลับมาโผล่มั่วๆ แบบสุ่มอีกเรื่อยๆ แม้จะปิด notification ไปแล้วก็ตาม ทีนี้ตลกตรงที่ พอคลิกเข้าไปดู มันดันเปิดมาที่หน้า home ของ Windows Security เฉยเลย แล้วทุกอย่างในนั้นก็โชว์ว่าทำงานปกติดีทุกอย่าง คือแจ้งเตือนว่ามีปัญหา แต่พอเข้าไปดูกลับไม่มีปัญหา นี่แหละที่ทำให้คนใช้สับสนหนัก
Microsoft ยอมรับปัญหานี้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม และระบุว่ามันกระทบ Windows ทุกเวอร์ชันที่ยังได้รับการสนับสนุน รวมถึง Windows Server ที่รัน Defender เวอร์ชันล่าสุด แต่น่าสนใจตรงที่ Microsoft ไม่เคยบอกว่าอัปเดตตัวไหนเป็นต้นเหตุ และเพราะ Defender ปล่อยอัปเดตทุกวัน มันเลยไม่มี KB เดียวให้ย้อนกลับไปแก้ ต้องรอทางบริษัทซ่อมอย่างเดียว
ที่แสบกว่านั้นคือ ผู้ใช้ Windows Insider บอกว่าเห็นคำเตือนแบบนี้มาตั้งแต่เดือนมิถุนายนแล้ว คือก่อนที่ Microsoft จะยอมรับซะอีก ทาง TechPowerUp เองก็เคยเขียนถึงตอนที่มันเริ่มระบาดครั้งแรก และทีมงานของเขาหลายคนก็เจออาการนี้กับเครื่องตัวเองเหมือนกัน
ประเด็นที่ผมอยากชี้คือ คำถามไม่ใช่ว่า Microsoft ซ่อมได้ไหม เพราะยังไงเขาก็ซ่อมได้อยู่แล้ว คำถามคือทำไมบั๊กที่มองเห็นได้ชัดขนาดนี้ ถึงต้องใช้เวลาเกือบสามอาทิตย์นับจากวันที่ยอมรับปัญหาถึงวันปล่อย fix สำหรับบริษัทที่ปากบอกว่า security คือหัวใจของผลิตภัณฑ์ การปล่อยให้ผู้ใช้เห็นคำเตือนเรื่องความปลอดภัยผิดๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นเดือน มันทำลายความเชื่อมั่นมากกว่าที่คิด เพราะเมื่อผู้ใช้เจอ false alarm บ่อยเข้า สุดท้ายเขาจะเริ่มชินและกดปิดมันทิ้ง ซึ่งนั่นแหละคืออันตรายจริงๆ วันที่เตือนจริงขึ้นมาแล้วไม่มีใครเชื่อ
บั๊กนี้หน้าตาไม่ร้ายแรง แต่มันกัดกร่อนความเชื่อมั่นในกลไกแจ้งเตือนความปลอดภัยของ Windows ตรงๆ และการที่ Microsoft ปล่อยให้ผู้ใช้อยู่กับ false alarm เป็นเดือนๆ ก็ไม่ใช่สัญญาณที่ดีสำหรับบริษัทที่ขาย security เป็นจุดขายหลัก
ที่มา: TechPowerUp — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 6
กำลังโหลดความคิดเห็น...